thansettakij
thansettakij
เก็บหุ้นอิง‘เมกาเทรนด์’

เก็บหุ้นอิง‘เมกาเทรนด์’

20 ธ.ค. 61 | 05:36 น.
โบรกชี้กลุ่ม‘โรบอต-ยานยนต์ไฟฟ้า-สังคมสูงวัย’น่าซื้อ

บล.ไทยพาณิชย์ฯมองหุ้นไตรมาส 1/2562 เข้าสู่เทศกาลหุ้นขึ้น ปัจจัยบวกหนุนหุ้นกลุ่มอาหาร-ธนาคาร-นิคมฯ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สฯ แนะสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก “เมกาเทรนด์” โรบอต-ยานยนต์ไฟฟ้า-สังคมสูงวัย

นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 1/2562 นอกจากเป็นช่วงหุ้นวิ่งตามฤดูกาลช่วงต้นปี และตลาดหุ้นจะคึกคักในช่วงก่อนมีการเลือกตั้งแล้ว ยังมองว่ากระแสการลงทุนอาจมีการเปลี่ยนทิศทาง จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชะลอลงสู่ระดับปกติ จะทำให้นักลงทุนหันมาสนใจตลาดเกิดใหม่ โดยการเติบโตที่ชะลอลงนั้นไม่น่ากลัว แต่มีผลดีคือลดความเสี่ยงฟองสบู่หรือภาวะร้อนแรงเกินไป

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด โดยมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด

สำหรับปัจจัยในประเทศคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะทะยานขึ้นในไตรมาสแรกปี 2562 คงเป้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯปี 2562 ไว้ที่ 2000 จุด อ้างอิงจาก fwd P/E ที่ 15.5 เท่า MP17-3428-A

หุ้นในกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนมาจาก 2 แนวโน้มหลัก ได้แก่ แนวโน้มวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ คือหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมฯ ซึ่งได้รับการยืนยันจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่แข็งแกร่ง อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น และวัฏจักรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยคือ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จากสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

นอกจากนี้ มีแนวโน้มที่กำลังมาใหม่ คือวัฏจักรราคาปลาทูน่า และหมู ที่จะส่งผลดีขึ้นต่อผู้ประกอบการกลุ่มอาหาร บล.ไทยพาณิชย์ฯ แนะนำหุ้นเด่นในไตรมาส 1/2562 ประกอบด้วย CPF (ราคาเหมาะสม 32 บาท), TU (ราคาเหมาะสม 23 บาท), ROJNA (ราคาเหมาะสม 8.50 บาท), WHA (ราคาเหมาะสม 6.00 บาท), BBL  (ราคาเหมาะสม 260 บาท) และ KTB (ราคาเหมาะสม 24 บาท)

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 1/2562 ให้เลือกลงทุนในธีม Mega Trend ใน 5 หัวข้อ ดังนี้

ธีมโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (Mega Project) อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ คือ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง, นิคมอุตสาหกรรม, ระบบขนส่งมวลชน และธนาคารพาณิชย์

ธีมดิจิตอล และหุ่นยนต์ (Digital และ Robotics) อุตสาห-กรรมที่ได้ประโยชน์คือ สื่อสารและวางระบบ, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอ นิกส์, ค้าปลีกออนไลน์, ความปลอดภัยด้านไซเบอร์, ส่วนอุตสาหกรรมที่เสียประโยชน์ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์, ค้าปลีกดั้งเดิม, ให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก

ธีมสังคมผู้สูงอายุ  (Aging Society) คาดว่าไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นประเทศแรกๆในภูมิภาคเอเชีย อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์เป็น โรงพยาบาลและเวลล์เนสเซ็นเตอร์, วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์, สถานออกกำลังกาย, อาหารและเครื่องดื่มดูแลสุขภาพ, ยาและเวชภัณฑ์, กล้องวงจรปิด ฯลฯ

ธีมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อุตสาห- กรรมที่ได้ประโยชน์คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า, สถานีบริการชาร์จแบตเตอรี่ ธีมการท่องเที่ยว (Tourism Recovery) อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์คือ สนามบิน, สายการบิน, โรงแรม, อาหาร, ค้าปลีก, บัตรเครดิต เป็นต้น

คาดเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีหน้า 1780 จุด โดยอยู่บนสมมติฐานอัตราการเติบโตของกำไรตลาดหุ้นไทยปี 2561-2562 เท่ากับ 8% และ 6% ตามลำดับ หุ้นเด่นสำหรับไตรมาส 1/2562 แนะนำ AOT (ราคาเหมาะสม 75 บาท), BBL (ราคาเหมาะสม 260 บาท), CPALL (ราคาเหมาะสม 83 บาท), HANA (ราคาเหมาะสม 43.50 บาท), PTT (ราคาเหมาะสม 60 บาท), WHA (ราคาเหมาะสม 4.72 บาท)

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,428 วันที่ 20-22 ธันวาคม 2561

595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market