
'ธันว์' กับภารกิจหิน! อุ้ม 'ชูโอ' พ้นเกณฑ์เพิกถอน
| สัมภาษณ์พิเศษ
……………….
ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อายุน้อยที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปแล้ว สำหรับ "ธันว์ วุฒิธรรม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ด้วยวัยเพียง 24 ปี หลังจากบริษัทชูโอฯ แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังเพิ่มทุน ส่งผลให้ 'ธันว์' กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 23.21%
'ธันว์' เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า มาซื้อหุ้นลอตแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2560 เพียง 7 ล้านหุ้น จาก 66 ล้านหุ้น ใช้เงินไม่ถึง 20 ล้านบาท และได้มาเป็นกรรมการ โจทย์แรก คือ ปรับโครงสร้างคณะกรรมการ (บอร์ด) ใหม่ เพราะบริษัทโดนห้ามซื้อขายหุ้น (SP) มาเกือบ 2 ปี คนที่มาขายหุ้นมีวาทศิลป์ดี บอกว่า "ซื้อต้นปี ปลายปีจะเปิดซื้อขาย (เทรด) ได้แล้ว ถ้าไม่ได้จะคืนเงิน" พาไปเจอผู้สอบบัญชีรอบหนึ่ง ทุกคนก็บอกว่า "ดูมีความหวัง" ช่วงที่ซื้อก็ใช้เงินน้อยมาก เป็นจังหวะที่เขาหมดตังค์ด้วย เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ค่อนข้างสูง
[caption id="attachment_361459" align="aligncenter" width="335"]
ธันว์ วุฒิธรรม[/caption]
สาเหตุที่หุ้น CHUO ถูก SP เพราะไม่ส่งงบการเงินที่เข้าไปลงทุนด้วย เพราะเป็นบริษัททำโฆษณา ซึ่งเรามีธุรกิจข้างนอกที่เป็น Digital Agency อยู่แล้ว กะจะเอาเข้าไปสวมเลย แต่พอเข้าไปแล้ว เจอผู้สอบบัญชีบ่อยขึ้น ก็พบว่า "งบไม่ปกติ" มีแนวโน้มที่จะเป็น Fraud (ฉ้อโกง) แต่ขอให้ได้บอร์ดครบก่อน และถ้าไม่จัดการกับบอร์ดชุดเก่า ผมว่า ตลท. กับ ก.ล.ต. คงปล่อยให้เดินต่อยาก ซึ่งเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ก็ได้บอร์ดครบ
เมื่อได้บอร์ดครบ เรื่องสำคัญ คือ งบการเงิน ซึ่งผู้สอบบัญชีบอกว่า "รับรองงบให้ได้" แต่จะเป็นงบที่ไม่แสดงความคิดเห็น เพราะงบมีปัญหา แต่จะจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหาร เพราะผู้บริหารไม่ให้ความร่วมมือ เอกสารไม่ครบ หลักฐานเบาบาง แต่ก็ยอมให้ออกไป จากนั้นแต่งตั้งผู้สอบบัญชีใหม่
อย่างไรก็ตาม พอเปลี่ยนผู้สอบบัญชีใหม่ก็เห็นแล้วว่า งบปี 2559 มีปัญหา เขาก็บอกว่า "แบบนี้ต้อง Reconsolidate" คือ ตามมาตรฐานบัญชีบริษัทนี้ไม่ควรจะมาทํางบรวม แต่ถ้าทำให้ใหม่ต้องย้อนหลังไปอีก 3 ปี หรือ ในกรณีที่ทำตั้งแต่ปีแรกที่เปิด ก็ต้องกลับไปทำตั้งแต่บริษัทเปิด ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะบัญชีองค์กรเราไม่มี ตอนมาซื้อหุ้นพนักงานเหลือไม่ถึง 5 คน แต่ก็ต้องทำ เพื่อให้เห็นภาพระหว่างผู้สอบบัญชีคนเก่าเซ็นรับรองมากับงบที่ผู้สอบมีความเห็น เพื่อดูว่าแต่ละปีเป็นอย่างไร เพื่อจะเอายอดยกมาของปี 2559 มาใช้กับปี 2560 ซึ่งกำลังจะออกงบการเงิน เพราะมีกำหนดการส่งให้เสร็จในเดือน ก.พ. ปีหน้า ไม่งั้นจะมีเกณฑ์เพิกถอนจาก ตลท.
ทั้งนี้ หลังจากรื้อบัญชีให้ถูกตามเกณฑ์ ได้รายงาน ก.ล.ต. ว่า พบความผิดปกติ 20 ข้อ ถ้าไปดำเนินคดีให้เรียบร้อย ผู้สอบบัญชีแนะนำว่า ให้มาใช้ปรับปรุงงบการเงินได้ ว่า เรากำลังฟ้องคู่สัญญา 3-4 คดี 2 คดีในประเทศ และ 1 คดีในต่างประเทศ ส่วนผู้บริหารเป็นเรื่องของ ก.ล.ต. เพราะรายงานไปแล้ว
"ถ้าถามผมว่า ไม่เข้าตลาดโดยตรง ก็คิด ๆ อยู่ แต่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว แบรนด์เขาก็กว่า 100 ปี มาจากญี่ปุ่น แต่ก่อนเขาดังมาก แม้ชั่วโมงนี้ไม่ค่อยดังแล้ว แต่ก็มีลูกค้าจากญี่ปุ่น พวกฮอนด้า อายิโนะโมะโต๊ะ อิออน แต่ก็มีแผนจะที่จะทำแบรนด์ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนชื่อไปเลย เพราะเขาเป็น Traditional Agency ยังไม่ใช่ Digital Agency เรามาถึงตรงนี้แล้ว มันถอยไม่ได้ ก็เลยสร้างทีมใหม่ ก็เริ่มมีรายได้เข้าตลาด เขาก็ให้รายงานตลอด เพราะตั้งใจว่าจะกลับมาเทรดให้ได้ไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ ภายในปีหน้าควรจะเรียบร้อยหมด"
'ธันว์' กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ได้เรียนรู้เยอะมาก แต่คิดว่ารู้เยอะ พอไปข้างนอกก็บอกว่า ยังน้อยมาก ยังมีอะไรให้เรียนรู้ได้อีกเยอะ แต่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ก็ถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับอายุเท่านี้ เพราะออกไปจะรู้ว่ามีคนเก๋าเยอะ ประสบการณ์สำคัญ เราประสบการณ์ยังน้อย ยิ่งสมัยนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ที่คิดจะทำวันนี้ แป๊บเดียวมีคนทำแล้ว ยิ่งถ้าพูดถึงธุรกิจนี้ปีสองปี แนวโน้มจะไปดิจิตอลหมด
"ตอนนี้เทรนด์เป็นการใช้สื่อเล็ก ๆ แต่เยอะ พูดถึงบ่อย ถี่ แต่วัฏจักรสั้นมาก บางคนโด่งดังขึ้นมาได้แค่คลิป 1-2 คลิป แต่แป๊บเดียวก็แฟบแล้ว ได้เกือบล้าน Follow แต่ไม่มีคอนเทนต์ทำต่อ เราพยายามจะเก็บคนเหล่านั้นมา เพราะทุกคนมีตลาดเขาเอง แต่เราต้องมีคอนเทนต์ให้เขาไปใช้ต่อเนื่องได้ยาวขึ้น เขาไม่มีโอกาสไปหาบริษัทใหญ่ เราไปจัดให้เขาแล้วกระจายไปต่อ เราสู้ปลาใหญ่ไม่ได้ ก็จะเป็นปลากลางที่ไปรวม ๆ ปลาเล็กปลาน้อยมา เพราะเราคิดไม่ทันเขาแน่นอน"
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,427 วันที่ 16-19 ธันวาคม 2561
……………….
ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อายุน้อยที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปแล้ว สำหรับ "ธันว์ วุฒิธรรม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ด้วยวัยเพียง 24 ปี หลังจากบริษัทชูโอฯ แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังเพิ่มทุน ส่งผลให้ 'ธันว์' กลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 23.21%
'ธันว์' เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า มาซื้อหุ้นลอตแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2560 เพียง 7 ล้านหุ้น จาก 66 ล้านหุ้น ใช้เงินไม่ถึง 20 ล้านบาท และได้มาเป็นกรรมการ โจทย์แรก คือ ปรับโครงสร้างคณะกรรมการ (บอร์ด) ใหม่ เพราะบริษัทโดนห้ามซื้อขายหุ้น (SP) มาเกือบ 2 ปี คนที่มาขายหุ้นมีวาทศิลป์ดี บอกว่า "ซื้อต้นปี ปลายปีจะเปิดซื้อขาย (เทรด) ได้แล้ว ถ้าไม่ได้จะคืนเงิน" พาไปเจอผู้สอบบัญชีรอบหนึ่ง ทุกคนก็บอกว่า "ดูมีความหวัง" ช่วงที่ซื้อก็ใช้เงินน้อยมาก เป็นจังหวะที่เขาหมดตังค์ด้วย เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ค่อนข้างสูง
[caption id="attachment_361459" align="aligncenter" width="335"]
สาเหตุที่หุ้น CHUO ถูก SP เพราะไม่ส่งงบการเงินที่เข้าไปลงทุนด้วย เพราะเป็นบริษัททำโฆษณา ซึ่งเรามีธุรกิจข้างนอกที่เป็น Digital Agency อยู่แล้ว กะจะเอาเข้าไปสวมเลย แต่พอเข้าไปแล้ว เจอผู้สอบบัญชีบ่อยขึ้น ก็พบว่า "งบไม่ปกติ" มีแนวโน้มที่จะเป็น Fraud (ฉ้อโกง) แต่ขอให้ได้บอร์ดครบก่อน และถ้าไม่จัดการกับบอร์ดชุดเก่า ผมว่า ตลท. กับ ก.ล.ต. คงปล่อยให้เดินต่อยาก ซึ่งเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ก็ได้บอร์ดครบ
เมื่อได้บอร์ดครบ เรื่องสำคัญ คือ งบการเงิน ซึ่งผู้สอบบัญชีบอกว่า "รับรองงบให้ได้" แต่จะเป็นงบที่ไม่แสดงความคิดเห็น เพราะงบมีปัญหา แต่จะจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหาร เพราะผู้บริหารไม่ให้ความร่วมมือ เอกสารไม่ครบ หลักฐานเบาบาง แต่ก็ยอมให้ออกไป จากนั้นแต่งตั้งผู้สอบบัญชีใหม่
อย่างไรก็ตาม พอเปลี่ยนผู้สอบบัญชีใหม่ก็เห็นแล้วว่า งบปี 2559 มีปัญหา เขาก็บอกว่า "แบบนี้ต้อง Reconsolidate" คือ ตามมาตรฐานบัญชีบริษัทนี้ไม่ควรจะมาทํางบรวม แต่ถ้าทำให้ใหม่ต้องย้อนหลังไปอีก 3 ปี หรือ ในกรณีที่ทำตั้งแต่ปีแรกที่เปิด ก็ต้องกลับไปทำตั้งแต่บริษัทเปิด ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะบัญชีองค์กรเราไม่มี ตอนมาซื้อหุ้นพนักงานเหลือไม่ถึง 5 คน แต่ก็ต้องทำ เพื่อให้เห็นภาพระหว่างผู้สอบบัญชีคนเก่าเซ็นรับรองมากับงบที่ผู้สอบมีความเห็น เพื่อดูว่าแต่ละปีเป็นอย่างไร เพื่อจะเอายอดยกมาของปี 2559 มาใช้กับปี 2560 ซึ่งกำลังจะออกงบการเงิน เพราะมีกำหนดการส่งให้เสร็จในเดือน ก.พ. ปีหน้า ไม่งั้นจะมีเกณฑ์เพิกถอนจาก ตลท.
ทั้งนี้ หลังจากรื้อบัญชีให้ถูกตามเกณฑ์ ได้รายงาน ก.ล.ต. ว่า พบความผิดปกติ 20 ข้อ ถ้าไปดำเนินคดีให้เรียบร้อย ผู้สอบบัญชีแนะนำว่า ให้มาใช้ปรับปรุงงบการเงินได้ ว่า เรากำลังฟ้องคู่สัญญา 3-4 คดี 2 คดีในประเทศ และ 1 คดีในต่างประเทศ ส่วนผู้บริหารเป็นเรื่องของ ก.ล.ต. เพราะรายงานไปแล้ว
"ถ้าถามผมว่า ไม่เข้าตลาดโดยตรง ก็คิด ๆ อยู่ แต่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว แบรนด์เขาก็กว่า 100 ปี มาจากญี่ปุ่น แต่ก่อนเขาดังมาก แม้ชั่วโมงนี้ไม่ค่อยดังแล้ว แต่ก็มีลูกค้าจากญี่ปุ่น พวกฮอนด้า อายิโนะโมะโต๊ะ อิออน แต่ก็มีแผนจะที่จะทำแบรนด์ใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนชื่อไปเลย เพราะเขาเป็น Traditional Agency ยังไม่ใช่ Digital Agency เรามาถึงตรงนี้แล้ว มันถอยไม่ได้ ก็เลยสร้างทีมใหม่ ก็เริ่มมีรายได้เข้าตลาด เขาก็ให้รายงานตลอด เพราะตั้งใจว่าจะกลับมาเทรดให้ได้ไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ ภายในปีหน้าควรจะเรียบร้อยหมด"
'ธันว์' กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ได้เรียนรู้เยอะมาก แต่คิดว่ารู้เยอะ พอไปข้างนอกก็บอกว่า ยังน้อยมาก ยังมีอะไรให้เรียนรู้ได้อีกเยอะ แต่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ก็ถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับอายุเท่านี้ เพราะออกไปจะรู้ว่ามีคนเก๋าเยอะ ประสบการณ์สำคัญ เราประสบการณ์ยังน้อย ยิ่งสมัยนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ที่คิดจะทำวันนี้ แป๊บเดียวมีคนทำแล้ว ยิ่งถ้าพูดถึงธุรกิจนี้ปีสองปี แนวโน้มจะไปดิจิตอลหมด
"ตอนนี้เทรนด์เป็นการใช้สื่อเล็ก ๆ แต่เยอะ พูดถึงบ่อย ถี่ แต่วัฏจักรสั้นมาก บางคนโด่งดังขึ้นมาได้แค่คลิป 1-2 คลิป แต่แป๊บเดียวก็แฟบแล้ว ได้เกือบล้าน Follow แต่ไม่มีคอนเทนต์ทำต่อ เราพยายามจะเก็บคนเหล่านั้นมา เพราะทุกคนมีตลาดเขาเอง แต่เราต้องมีคอนเทนต์ให้เขาไปใช้ต่อเนื่องได้ยาวขึ้น เขาไม่มีโอกาสไปหาบริษัทใหญ่ เราไปจัดให้เขาแล้วกระจายไปต่อ เราสู้ปลาใหญ่ไม่ได้ ก็จะเป็นปลากลางที่ไปรวม ๆ ปลาเล็กปลาน้อยมา เพราะเราคิดไม่ทันเขาแน่นอน"
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,427 วันที่ 16-19 ธันวาคม 2561






