thansettakij
thansettakij
ดึงฟินเทคต่อยอดปล่อยกู้ออนไลน์

ดึงฟินเทคต่อยอดปล่อยกู้ออนไลน์

08 ธ.ค. 61 | 11:33 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ธ.ค. 61 | 18:33 น.
 

กรุงศรี ฟินโนเวต ทุ่มงบ 500 ล้านบาท เฟ้นหาฟินเทคยกระดับ Digital Lending-Payment เสริมศักยภาพธนาคารกรุงศรี เล็งลงทุน 5 รายในภูมิภาคนี้ ระบุกำลังคุยพันธมิตรไทยและต่างประเทศ 4-5 ราย หวังจับมือทำ P2P แต่เกิดยาก เหตุระบบประเมินความเสี่ยงยังไม่ดีพอดอกเบี้ยไม่คุ้ม

SAM

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ในเครือธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทิศทาง การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ในปี 2562 บริษัทได้ตั้งงบประมาณไว้ 500 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี จะเน้นลงทุนในเทคโนโลยีฟินเทคที่เกี่ยวกับการต่อยอดหรือช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อหรือชำระเงินได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยจะเน้นเทคโนโลยีที่เป็น Digital Lending และ Payment เป็นหลัก เฉลี่ยลงทุนที่รายละ 100 ล้านบาทหรือประมาณ 5 ราย ซึ่งจะอยู่ในภูมิภาคนี้ และตั้งงบประมาณการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังอีก 500 ล้านบาท รวมทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การมุ่งลงทุนใน Digital Lending เพราะจะเห็นว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อบนออนไลน์มากขึ้น โดยจะทำผ่าน Information Base Lending หรือ Digital Lending ซึ่งปี 2562 จะมีเรื่องของ National Digital ID เกิดขึ้นยิ่งทำให้การปล่อยสินเชื่อผ่านดิจิตอลหรือออนไลน์สะดวกและง่ายมากขึ้น บริษัทจึงต้องหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้การปล่อยสินเชื่อมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตรทั้งจากในไทยและต่างประเทศ

โปรโมทแทรกอีบุ๊ก

อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางธนาคารพาณิชย์หันมาปล่อยสินเชื่อผ่านดิจิตอลมากขึ้น แต่การปล่อยสินเชื่อระหว่างบุคคลต่อบุคคล หรือ P2P อาจจะเกิดได้ลำบาก เพราะต่างชาติที่สนใจจะเข้ามาทำยังมีความกังวล เนื่องจากต่างชาติจะปล่อยกลุ่มลูกค้าระดับบนๆ แต่ในไทยจะเป็นกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสถาบันการเงินหรือ Unbank จึงมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าในการบริหารจัดการ เพราะขั้นตอนบางอย่างยังไม่ได้เป็นดิจิตอลทั้งหมด เช่น สัญญายังคงเป็นกระดาษ ซึ่งไม่คุ้มกับอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควบคุมไว้ที่ระดับ 15% และบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 30 ล้านบาทและต้องเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ด้วย

ดังนั้นการดำเนินธุรกิจแบบ P2P ช่วงแรก จึงจะเห็นการร่วมมือระหว่างต่างชาติผู้ที่สนใจกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้พูดคุยประมาณ 4-5 ราย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีข้อสรุปกับรายใด เนื่องจากการพูดคุยพบว่า ระบบการประเมินความเสี่ยงยังไม่ดีมาก เพราะการปล่อยกู้แบบ P2P จะต้องมีการเก็บหนี้ที่ค่อนข้างยาก จึงต้องมีระบบการประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและรัดกุม รวมถึงการบริหารจัดการที่ดีด้วย

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3,425 วันที่  9 - 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market