
SABINAรุกออนไลน์ขยายฐานลูกค้าใหม่-จ้างจีนเวียดนามผลิตหวังลดต้นทุน
SABINA ฝ่ากระแสกำลังซื้อซบเซา เร่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่ม รุกช่องทางออนไลน์ขายผ่าน Shopee และ Lazada ดันยอดขายพุ่ง พร้อมปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนจ้างจีนและเวียดนามผลิตสินค้าให้ ได้ต้นทุนถูกกว่า ส่งผลอัตรากำไรดีขึ้น ตั้งเป้าปีนี้เติบโต 15% โบรกแนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท
นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลงานในรอบปี 2561 ว่า บริษัทประสบความสำเร็จจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ ผ่าน Non Store Retailing (NSR) ขายผ่านรายการทีวีช็อปปิ้ง และอี-คอมเมิร์ซ ขายผ่านออนไลน์ทั้งShopee และ Lazada คิดเป็นสัดส่วน 8% ของยอดขายรวม โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มเป็น 20%ของยอดขายรวมภายใน 3 ปี
ปัจจุบันยอดขายหลักๆกว่า 80% มาจากการขายสินค้าแบรนด์ของบริษัทผ่านช่องทางการจำหน่ายรวม 580 จุดขาย ทั้งสาขาของบริษัทเอง และร้านค้าปลีกทั้ง Modern Trade และ Traditional Trade ส่วนยอดขายที่เหลือมาจากส่งออกและการผลิตสินค้า OEM
นายบุญชัยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา SABINA ได้ปรับตัวจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า (OEM) มาสร้างแบรนด์เอง เริ่มจากการจับตลาดลูกค้าในกลุ่มคัพ A ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30-40% บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคัพ C, D, และ E เพิ่มเติมขึ้น ทำให้ฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น จึงทำให้ยอดขายเติบโตได้
“แม้คนจะเดินห้างน้อยลง การจับจ่ายลดลง แต่จากการเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ และขยายฐานลูกค้าทำให้เราเติบโตได้ คาดว่าปีนี้จะเติบโตได้ 15% และปีหน้าจะเติบโตได้อีก 10-12%”
นายบุญชัยกล่าวว่าในปีหน้าบริษัทจะเพิ่มสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จะมีการเปิดตัวโฆษณาชิ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จับงบการตลาดไว้ถึง 5% ของยอดขาย (จาก 2% ในปีนี้) การทำตลาดจะมุ่งทั้งสื่อออนไลน์ และออฟไลน์ จะเพิ่มช่องทางโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน (Out Of Home Media) ช่องทางออนไลน์จะสื่อสารผ่าน Key Opinion Leader, Influencer ต่างๆ ส่วนพรีเซนเตอร์ในปีหน้ายังเป็นชมพู่-อารยา และใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก และยังมีพรีเซนเตอร์วัยเด็กอย่างน้องวันใหม่ และน้องอินเตอร์ สำหรับสินค้าแบรนด์ Sabinie
[caption id="attachment_358429" align="aligncenter" width="503"]
บุญชัย ปัณฑุรอัมพร[/caption]
“ในช่วงที่ดึงใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก มาเป็นพรีเซนเตอร์ เราตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เตรียมช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเจาะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ แต่พอนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลง เราก็เปลี่ยนกลยุทธ์หันมาโฆษณาผ่านช่องทางละคร เกาะกระแสละครดิจิตอล และฟรีทีวี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจ”
นายบุญชัยกล่าวถึงการผลิตสินค้าว่า ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1 ล้านชิ้นต่อเดือน ขณะนี้ใช้เต็มอัตราการผลิต บริษัทได้ว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่น เพื่อผลิตสินค้าให้บริษัทด้วย ในปีนี้บริษัทว่าจ้างผลิตในสัดส่วน 17% ในปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนว่าจ้างผลิตเป็น 30% เพราะต้นทุนถูกกว่าผลิตเอง
“จากเดิมโรงงานในจีน ในเวียดนาม ที่เป็นคู่แข่งเรา วันนี้เราเป็นลูกค้าของเขา เพราะเราทำแบรนด์เอง ว่าจ้างเขาผลิตให้ มีต้นทุนถูกกว่าที่ผลิตเอง ในสินค้าบางตัวเริ่มจากที่ราคาตํ่าก่อน เราควบคุมการผลิตได้ง่าย ส่วนสินค้าระดับราคาสูงขึ้นมาเรายังผลิตเอง เพราะมีอัตรากำไรที่ดี”
ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 2,327.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้ 2,004.12 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.14% โดยมีกำไรสุทธิ 286.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 9 เดือนปี 2560 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 192.10 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 48.94%
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระพัฒนสิน จำกัด แนะนำ “ซื้อ” SABINA ให้ราคาที่เหมาะสม 40 บาท โดยคาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 4/2561 ยังดีต่อเนื่อง มีอัตราการทำกำไรสูง โดยมี Gross margin 51% และมี Net margin 12% และกำไรในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาปรับขึ้นทุกปี และมีฐานการเงินที่แข็งแกร่ง
ราคาหุ้น SABINA หลังแก้ไขปัญหาสภาพคล่องถือว่าน่าสนใจ ซื้อขายกันที่ระดับ P/E ปีหน้าที่ 23.5 เท่า ยังเหมาะสมจากแนวโน้มกำไรที่ยังเป็นขาขึ้น มีกระแสเงินสด และอัตราการทำกำไรสูง เป็นสินค้าอ้างอิงปัจจัย 4 อยู่ในกระแสความงาม ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
บล.หยวนต้าฯ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาที่เหมาะสม 37.25 บาท ทั้งนี้ หุ้น SABINA มีค่า P/E 31.95 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 2.65%
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,425 วันที่ 9-12 ธันวาคม 2561
นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลงานในรอบปี 2561 ว่า บริษัทประสบความสำเร็จจากการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ ผ่าน Non Store Retailing (NSR) ขายผ่านรายการทีวีช็อปปิ้ง และอี-คอมเมิร์ซ ขายผ่านออนไลน์ทั้งShopee และ Lazada คิดเป็นสัดส่วน 8% ของยอดขายรวม โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มเป็น 20%ของยอดขายรวมภายใน 3 ปี
ปัจจุบันยอดขายหลักๆกว่า 80% มาจากการขายสินค้าแบรนด์ของบริษัทผ่านช่องทางการจำหน่ายรวม 580 จุดขาย ทั้งสาขาของบริษัทเอง และร้านค้าปลีกทั้ง Modern Trade และ Traditional Trade ส่วนยอดขายที่เหลือมาจากส่งออกและการผลิตสินค้า OEM
นายบุญชัยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา SABINA ได้ปรับตัวจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า (OEM) มาสร้างแบรนด์เอง เริ่มจากการจับตลาดลูกค้าในกลุ่มคัพ A ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30-40% บริษัทได้ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคัพ C, D, และ E เพิ่มเติมขึ้น ทำให้ฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น จึงทำให้ยอดขายเติบโตได้
“แม้คนจะเดินห้างน้อยลง การจับจ่ายลดลง แต่จากการเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ และขยายฐานลูกค้าทำให้เราเติบโตได้ คาดว่าปีนี้จะเติบโตได้ 15% และปีหน้าจะเติบโตได้อีก 10-12%”
นายบุญชัยกล่าวว่าในปีหน้าบริษัทจะเพิ่มสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จะมีการเปิดตัวโฆษณาชิ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จับงบการตลาดไว้ถึง 5% ของยอดขาย (จาก 2% ในปีนี้) การทำตลาดจะมุ่งทั้งสื่อออนไลน์ และออฟไลน์ จะเพิ่มช่องทางโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน (Out Of Home Media) ช่องทางออนไลน์จะสื่อสารผ่าน Key Opinion Leader, Influencer ต่างๆ ส่วนพรีเซนเตอร์ในปีหน้ายังเป็นชมพู่-อารยา และใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก และยังมีพรีเซนเตอร์วัยเด็กอย่างน้องวันใหม่ และน้องอินเตอร์ สำหรับสินค้าแบรนด์ Sabinie
[caption id="attachment_358429" align="aligncenter" width="503"]
“ในช่วงที่ดึงใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก มาเป็นพรีเซนเตอร์ เราตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เตรียมช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเจาะกลุ่มนี้โดยเฉพาะ แต่พอนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลง เราก็เปลี่ยนกลยุทธ์หันมาโฆษณาผ่านช่องทางละคร เกาะกระแสละครดิจิตอล และฟรีทีวี ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจ”
นายบุญชัยกล่าวถึงการผลิตสินค้าว่า ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 1 ล้านชิ้นต่อเดือน ขณะนี้ใช้เต็มอัตราการผลิต บริษัทได้ว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่น เพื่อผลิตสินค้าให้บริษัทด้วย ในปีนี้บริษัทว่าจ้างผลิตในสัดส่วน 17% ในปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนว่าจ้างผลิตเป็น 30% เพราะต้นทุนถูกกว่าผลิตเอง
“จากเดิมโรงงานในจีน ในเวียดนาม ที่เป็นคู่แข่งเรา วันนี้เราเป็นลูกค้าของเขา เพราะเราทำแบรนด์เอง ว่าจ้างเขาผลิตให้ มีต้นทุนถูกกว่าที่ผลิตเอง ในสินค้าบางตัวเริ่มจากที่ราคาตํ่าก่อน เราควบคุมการผลิตได้ง่าย ส่วนสินค้าระดับราคาสูงขึ้นมาเรายังผลิตเอง เพราะมีอัตรากำไรที่ดี”
ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 2,327.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้ 2,004.12 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 16.14% โดยมีกำไรสุทธิ 286.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวด 9 เดือนปี 2560 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 192.10 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 48.94%
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระพัฒนสิน จำกัด แนะนำ “ซื้อ” SABINA ให้ราคาที่เหมาะสม 40 บาท โดยคาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 4/2561 ยังดีต่อเนื่อง มีอัตราการทำกำไรสูง โดยมี Gross margin 51% และมี Net margin 12% และกำไรในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาปรับขึ้นทุกปี และมีฐานการเงินที่แข็งแกร่ง
ราคาหุ้น SABINA หลังแก้ไขปัญหาสภาพคล่องถือว่าน่าสนใจ ซื้อขายกันที่ระดับ P/E ปีหน้าที่ 23.5 เท่า ยังเหมาะสมจากแนวโน้มกำไรที่ยังเป็นขาขึ้น มีกระแสเงินสด และอัตราการทำกำไรสูง เป็นสินค้าอ้างอิงปัจจัย 4 อยู่ในกระแสความงาม ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
บล.หยวนต้าฯ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาที่เหมาะสม 37.25 บาท ทั้งนี้ หุ้น SABINA มีค่า P/E 31.95 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 2.65%
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,425 วันที่ 9-12 ธันวาคม 2561






