thansettakij
thansettakij
ลุ้นหุ้นเด้งรับเลือกตั้ง

ลุ้นหุ้นเด้งรับเลือกตั้ง

05 ธ.ค. 61 | 12:07 น.
 

คาดปีหน้าต่างชาติซื้อคืน-ดัชนีไปต่อถึง 1700

โบรกมองสหรัฐฯ-จีนสงบศึกชั่วคราวแค่ข่าวดีระยะสั้น ชี้เดือนธันวาคมนี้มีความชัดเจนเตรียมจัดการเลือกตั้งปีหน้า คาดเงินต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นคืน ดัชนีมีโอกาสทดสอบ 1700 แนะเลือกเก็บหุ้นพื้นฐานดี
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัสฯ (ASP) กล่าวถึงผลการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะลดคลายความกังวล โดยการเลื่อนถกการจัดเก็บภาษีขึ้นเป็น 25% ออกไปอีก 90 วันจากที่จะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2562  จากที่จัดเก็บอยู่ 10% บนมูลค่าสินค้า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัญหาจริงๆยังไม่จบ หลายประเด็นไม่ได้แก้ไข และไม่ทราบว่าท้ายสุดสหรัฐฯ จะเพิ่มจำนวนสินค้าที่จะจัดเก็บเพิ่มหรือไม่ ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังไม่ปรับขึ้นชัดเจน

“ตลาดหุ้นขึ้นแรงและเร็วในวันแรกของสัปดาห์ตามกระแส แต่ก็ไม่สามารถยืนได้ และจากคาดการณ์ของ ASP คาดดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีคงไม่พ้น 1700 จุด ขณะที่ปี 2562 คาดการณ์ 1795 จุด ส่วนกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย คาดว่าคงเข้ามาเดือนมกราคมปีหน้าในกลุ่ม SET 50 เนื่องจากไทยจะมีการเลือกตั้ง” MP17-3424-A

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.แอพเพิล เวลธ์ จก. (มหาชน) ให้ความเห็นว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนธันวาคม 2561 ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1700 จุด จากปัจจัยบวกหลัก คือ การยุติชั่วคราวปัญหาข้อขัดแย้งการค้าสหรัฐฯ-จีน และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุใกล้สู่ระดับกลาง ซึ่งจะช่วยหนุนค่าเงินและสินทรัพย์เสี่ยงตลาดเกิดใหม่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพิ่มเงินบํานาญข้าราชการ มาตรการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวและช็อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีของรัฐบาล รวมถึงประเด็นความชัดเจนทางการเมืองที่คาดว่าจะทราบวันเลือกตั้งใหม่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

“ผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน มีการยุติการเรียกเก็บภาษีนําเข้าสินค้าจีนชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน คาดจะส่งผลบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และราคาสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดเกิดใหม่น่าจะเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ปัจจัยการเมืองคาดจะรู้วันเลือกตั้งใหม่ในช่วงกลางเดือนนี้ ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำให้คาดดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1700 จุดได้”

ปัจจัยที่ต้องติดตามในเดือนนี้ คือการประชุมโอเปกในวันที่ 6 ธันวาคม เบื้องต้นคาดว่าจะมีการลดกําลังการผลิตลงราว 1.0-1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคานํ้ามันและช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศผู้ผลิตนํ้ามัน ประกอบกับราคานํ้ามันดิบที่ลดลงสู่ระดับ กว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโลกช่วยลดภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงการลงมติรับร่าง Brexit ของสภาอังกฤษในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ หากมีมติรับร่างข้อตกลงกับ EU ก็ช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจอังกฤษถดถอย

ส่วนปัจจัยในประเทศ ต้องติดตามการประชุม คสช. กกต. และพรรคการเมืองวันที่ 7 ธันวาคมนี้ เพื่อปลดล็อกการดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และวันที่ 10 ธันวาคม หลังจากกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ กกต. จะออกกฤษฎีกากําหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. หากเป็นตามคาดการณ์เดิม คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ก็จะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีโอกาสขยายตัวในช่วงต้นปีหน้า

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.แอพเพิล เวลธ์ฯ คาดการณ์กําไร บริษัทจดทะเบียน ในปี 2562 มีโอกาสขยายตัวที่ระดับ 8.00% YoY และคาดดัชนี SET ในปี 2562 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,580-1,810 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะนําซื้อสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีหน้า เช่น AMATA, BBL, CK, KTB, STEC, WHA กลุ่มบริโภคอุปโภค เช่น CPALL, ROBINS และกลุ่มท่องเที่ยวที่คาดจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ เช่น AAV, ERW, CENTEL

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,424 วันที่ 6-8 ธันวาคม 2561 595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market