thansettakij
thansettakij
บจ.เงินล้นแห่ซื้อหุ้นคืน

บจ.เงินล้นแห่ซื้อหุ้นคืน

29 พ.ย. 61 | 02:54 น.
 

ตลท.เผย11เดือนจัดแล้ว5.8พันล้าน-SIRI-LPN-ORI จ่อคิว

ตลาดหุ้นขาลง บจ.แห่ซื้อหุ้นคืน หวังประคองราคา ดันกำไรต่อหุ้นเพิ่ม  โบรกชี้กลุ่มอสังหาฯชะลอผุดโครงการใหม่ เงินล้นพร้อมลุยซื้อหุ้นคืน  SIRI-LPN-ORI จ่อคิวรอ  ตลท.เผย 11 เดือนปีนี้ ซื้อหุ้นคืนแล้ว 5,895 ล้านบาท คิดเป็น 42.71% จากมูลค่าที่จะซื้อทั้งหมด 13,802 ล้านบาท
ผลกระทบปัจจัยต่างประเทศ ทั้งในเรื่องข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน เฟดเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย  ฟันด์โฟลว์ไหลออก กดดันตลาดหุ้นลง ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)หลายแห่ง ปรับตํ่าลงกว่าที่ควรจะเป็น  จึงเป็นโอกาสที่ บจ.ที่มีสภาพคล่องมากพอจะดำเนินการ “ซื้อหุ้นคืน” เนื่องจากประโยชน์ที่ได้รับจะช่วยเพิ่มอุปสงค์ของหุ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น  และยังเป็นการลดจำนวนหุ้นหมุนเวียนที่ซื้อขายในตลาด   ทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทน (ROE) สูงขึ้น เพราะหุ้นที่ถูกซื้อคืนจะไม่นำมาถูกคำนวณกำไรต่อหุ้น และมีโอกาสที่เงินปันผลต่อหุ้นจะสูงขึ้นด้วย MP17-3422-A

รายงานจากตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่านับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 23 พฤศจิกายน 2561 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ซื้อหุ้นคืนแล้วด้วยวิธีการซื้อบนกระดาน จำนวน 15 แห่ง รวมมูลค่า 5,895 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42.71% จากมูลค่าที่จะซื้อคืนทั้งหมดรวม 13,802 ล้านบาท

บริษัทดังกล่าวได้แก่ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บมจ. )หรือ BA , บมจ. บิวตี้ คอมมูนิตี้   (BEAUTY),บมจ.บางกอกแลนด์  (BLAND) ,บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส  (FSMART),บมจ. แกรททิทูด อินฟินิท (GIFT),บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง  (GUNKUL),บมจ. กันยงอีเลคทริก  (KYE),บมจ. โรงพยาบาล ลาดพร้าว (LPH),บมจ.มาลีกรุ๊ป (MALEE),บมจ.แม็คกรุ๊ป  (MC),บมจ. มิลล์คอน สตีล (MILL), บมจ.เอสวีไอ (SVI),บมจ. ทาพาโก้ (TAPAC ),บมจ.ทุนธนชาต (TCAP),บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) (ตารางประกอบ )

หลังจากนี้ยังมีอีกอย่างน้อย 3 บริษัทที่อยู่ระหว่างพิจารณาโครงการซื้อหุ้นคืน ได้แก่ บมจ.บางกอกแร้นช์ (BR) เตรียมวงเงินซื้อสูงสุด 200 ล้านบาท จำนวน 43 ล้านหุ้น หรือ 4.71% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 5 บาท  ระยะเวลาซื้อหุ้นคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2561-6 มิถุนายน 2562 และบจ.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งที่คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติแล้ว อาทิ บมจ.แอลพีเอ็น ดีเวลล๊อปเมนท์ ( LPN ) ตั้งวงเงินซื้อหุ้นคืนสูงสุด 400 ล้านบาท  ไม่เกิน 42 ล้านหุ้น หรือ 2.85% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ระยะเวลาซื้อคืน 4 ธันวาคม 61 - 3 มิถุนายน 62

บมจ. แสนสิริ (SIRI)  ซื้อหุ้นคืนวงเงิน 3,000 ล้านบาท จำนวน 1,486 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท กำหนดซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 10 มิ.ย. 2562 และ บมจ.ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้  ( ORI ) นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORI  ยอมรับว่าบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาเป็นการภายในที่จะซื้อหุ้นคืน เนื่องจากราคาหุ้นปรับลงมามาก P/E ต่ำลงมาราว 5 เท่า ขณะที่ปันผลย้อนหลังบริษัทเฉลี่ย 6%

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บล.แอพเพิล เวลธ์ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่ามีแนวโน้มที่บจ.กลุ่มอสังหาฯจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนกันมาก เพราะการเปิดโครงการใหม่ขณะนี้ยังมีน้อย และราคาหุ้นอสังหาฯก็ปรับลงมามาก (ต้นปีถึงปัจจุบัน ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาฯปรับลดลงแล้ว 12.57% )  การรับซื้อหุ้นคืน จะทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ดีขึ้น และเมื่อนำหุ้นออกมาขายบนกระดานยังกำไรในอนาคต  จากราคาที่ซื้อคืนมาต่ำ

“ช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดี มีปัจจัยลบ การซื้อหุ้นคืนในช่วงที่ราคาปรับลงแรง ก็จะช่วยรักษาเสถียรราคาหุ้นได้ในช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ดี นักลงทุนต้องพึงระวังหากเป็นการกู้เงินมาซื้อ เพราะมีต้นทุนความเสี่ยง “

นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ จำกัด  กล่าวว่า การซื้อหุ้นคืนเป็นวิธีการที่ทำกันทั่วโลกในช่วงนี้  จาก 2 ปัจจัย คือ 1.โอกาสในการลงทุน  2.การซื้อหุ้นคืนให้ผลตอบแทนคุ้มกว่า เป็นการส่งสัญญาณกับตลาดว่าราคาหุ้นจะไม่ลงต่ำไปกว่านี้ เพราะหากลงก็มีคนรอซื้อ   สร้าง Sentiment  ในเชิงบวกว่า ช่วยให้กำไรต่อหุ้นดีขึ้น

อย่างไรก็ดีหากมีบจ.จำนวนมาก ดำเนินการแบบเดียวกันคือซื้อหุ้นคืน ก็อาจถูกมองว่าประเทศไม่มี  investment opportunity ทางเลือกอื่น ซึ่งสวนทางที่ขณะนี้เป็นวัฏจักรการลงทุนของประเทศ ทั้งตัวเลขการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ และตัวเลข บีโอไอ บริษัทขอส่งเสริมการลงทุนมีจำนวนมากขึ้น

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน วิเคราะห์เทคนิค บล. โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า กรณีที่บจ.หลายรายซื้อหุ้นคืนในตลาดช่วงนี้กันมาก มองว่ามาจากราคาหุ้นที่ต่ำกว่าราคาพื้นฐานมากเกินไป และบางบริษัทมีประเด็นข่าวเฉพาะตัว ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุ ในรายที่มีการประกาศจะซื้อหุ้นคืน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อคืนจริงนั้น ตนมองว่าทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกฎเกณฑ์อยู่แล้วที่ต้องมีการแจ้ง รวมถึงมีกำหนดระยะเวลา ดังนั้นหากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะส่งผลลบต่อตัวบริษัทเอง ส่วนจะมีการขึ้นเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขาย (H) หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้ตัดสินใจ

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,422 วันที่ 29 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2561 595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market