
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขพ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป โดยเปิดรับฟังถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2561
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) อีกครั้ง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการเสนอร่างกฎหมาย หลังจากที่ผ่านมาได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ชุดยกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งต่อมาสคก. ได้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญ ประกอบด้วย การกำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดให้การประกอบกิจการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งไม่เป็นธุรกิจหลักทรัพย์ และกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างจากเกณฑ์ที่กำหนดได้ รวมทั้งมีดุลพินิจในการกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น รองรับการให้บริการรูปแบบใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมพัฒนาการและการแข่งขัน
นอกจากนี้ การจัดการกองทุนรวม กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนรวม (บลจ.) มีหน้าที่จัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และต้องจัดให้มีนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดูแลการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อให้ บลจ. ได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ การปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยกำหนดภารกิจ และความคาดหวังในการดำเนินกิจการของตลาดหลักทรัพย์ และแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งวาระดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การดำเนินกิจการของตลาดหลักทรัพย์มีความโปร่งใส ต่อเนื่อง ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุนอย่างทั่วถึง
[caption id="attachment_352111" align="aligncenter" width="335"]
[/caption]
ส่วนการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจประกาศกำหนดให้บุคคลที่มิใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนประเภทใดประเภทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ได้ และห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์ หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาต รวมทั้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สามารถใช้ระบบ scripless ได้กับการรับฝากหลักทรัพย์ทุกประเภท
ด้านการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (กองทุน CMDF) ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีลักษณะการดำเนินงานแบบเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน และมีคณะกรรมการ 9 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์, รองเลขาธิการ ก.ล.ต., กรรมการกองทุนโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน
ขณะเดียวกัน แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความชัดเจน และความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ก.ล.ต
อนึ่ง เรื่องการสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน มีการปรับออกจากร่างพระราชบัญญัติ เนื่องจาก สคก. เห็นควรให้แก้ไขในกฎหมายอื่นที่เหมาะสมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th/hearing) ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือที่ 0-2033-9951, 0-2033-4685, 0-2033-4684 หรือทาง e-mail: thanapatk.sec.or.th จนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2561
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) อีกครั้ง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการเสนอร่างกฎหมาย หลังจากที่ผ่านมาได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ชุดยกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งต่อมาสคก. ได้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญ ประกอบด้วย การกำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์ โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจกำหนดให้การประกอบกิจการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งไม่เป็นธุรกิจหลักทรัพย์ และกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ได้รับยกเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติแตกต่างจากเกณฑ์ที่กำหนดได้ รวมทั้งมีดุลพินิจในการกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น รองรับการให้บริการรูปแบบใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมพัฒนาการและการแข่งขัน
นอกจากนี้ การจัดการกองทุนรวม กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนรวม (บลจ.) มีหน้าที่จัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และต้องจัดให้มีนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดูแลการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรืออาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อให้ บลจ. ได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ การปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยกำหนดภารกิจ และความคาดหวังในการดำเนินกิจการของตลาดหลักทรัพย์ และแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งวาระดำรงตำแหน่ง เพื่อให้การดำเนินกิจการของตลาดหลักทรัพย์มีความโปร่งใส ต่อเนื่อง ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียในตลาดทุนอย่างทั่วถึง
[caption id="attachment_352111" align="aligncenter" width="335"]
ส่วนการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจประกาศกำหนดให้บุคคลที่มิใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนประเภทใดประเภทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ได้ และห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์ หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาต รวมทั้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สามารถใช้ระบบ scripless ได้กับการรับฝากหลักทรัพย์ทุกประเภท
ด้านการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (กองทุน CMDF) ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีลักษณะการดำเนินงานแบบเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน และมีคณะกรรมการ 9 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์, รองเลขาธิการ ก.ล.ต., กรรมการกองทุนโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน
ขณะเดียวกัน แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความชัดเจน และความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ก.ล.ต
อนึ่ง เรื่องการสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน มีการปรับออกจากร่างพระราชบัญญัติ เนื่องจาก สคก. เห็นควรให้แก้ไขในกฎหมายอื่นที่เหมาะสมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th/hearing) ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือที่ 0-2033-9951, 0-2033-4685, 0-2033-4684 หรือทาง e-mail: thanapatk.sec.or.th จนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2561






