thansettakij
thansettakij
แนะหุ้นอิงศก.ในประเทศ

แนะหุ้นอิงศก.ในประเทศ

26 พ.ย. 61 | 07:05 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ย. 61 | 10:06 น.
 

ดัชนีลดลง4%เหมาะเลือกหุ้นสะสม
โบรกฯชี้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ลดลง 4% เหมาะทยอยสะสมหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ และการบริโภคภายในประเทศ CPALL รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัสฯ ระบุว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องราวๆ 4% จากต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้ค่า P/E ลงมาระดับ 14 เท่า ถือว่าความเสี่ยงขาลงค่อนข้างจำกัด และเชื่อว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะสิ้นสุดภายในปีนี้

หากอ้างอิงระดับ PER 16 เท่า เป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2562 ที่ 1795 จุด  มี upside จากปัจจุบันราว 11%  กลยุทธ์การลงทุน จึงยังเน้นหุ้นที่อิงกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) ควบคู่กับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ แนะนำหุ้น WHA, EASTW และการบริโภคในประเทศ  หุ้นในกลุ่มค้าส่ง-ค้าปลีก อาทิ ROBINS, CPALL, และ BJC นอกจากนี้แนะนำหุ้น DTAC และ ADVANC MP18-3421-A

ภายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 มีมติอนุมัติงบประมาณ 38,000 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดภาระค่าครองชีพช่วงปลายปีและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผ่าน 4 มาตรการ ซึ่งมาตรการที่เป็นผลดีต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มากที่สุด คือ การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ด้วยการเติมเงินเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14.5 ล้านราย รายละ 500 บาท โดยจะได้รับครั้งเดียวในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ทำให้บจ.ในกลุ่มค้าปลีกได้รับประโยชน์เต็มๆ และโดดเด่นที่สุดคือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL)

ความคาดหวังจากการออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย อย่างมาตรการช็อปช่วยชาติ ที่จะเน้นในกลุ่มสินค้าที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เช่น ยางรถยนต์ และหนังสือ ทำให้ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัสฯ คาดว่าผู้ประกอบการค้าปลีกจะได้รับประโยชน์ ทั้งทางตรงจากสินค้าที่อยู่ในรายการลดหย่อนภาษี และทางอ้อมจากเม็ดเงินสะพัดที่มากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน หุ้นที่จะได้ประโยชน์ อาทิ CPALL (ราคาที่เหมาะสม 80 บาท) ROBINS (ราคาที่เหมาะสม 74 บาท) และ HMPRO  (ราคาที่เหมาะสม 16.80 บาท)

บล.ทิสโก้ฯ แนะนำเลือกหุ้นที่มีดาวน์ไซด์จำกัด และมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง รอการฟื้นตัวของตลาด ได้แก่ GULF ราคาหุ้นลดลง 5% ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ถูกเลือกเข้าคำนวณ MSCI มีผลในสิ้นเดือนนี้ และ GUNKUL ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงไฟฟ้าใหม่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวรับที่ 1595-1600 และแนวต้าน 1635

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทยฯ กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปีที่ออกมา โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย เป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก เพราะผู้มีรายได้น้อยต้องมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อของกินของใช้เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องรอดูมาตรการเพิ่มเติมอื่นๆ ที่จะออกมาในระยะต่อไป ว่าจะออกมาในรูปแบบใด และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลมากน้อยเพียงใด

บล.เคทีบีฯ ระบุว่า CPALL จะได้รับประโยชน์ หลังจากที่รัฐบาลอนุมัติแจกเงินผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากประชาชนจะมีเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น และมีสาขากระจายลงถึงระดับชุมชน ในไตรมาส 3 ปี 2561 CPALL มีกำไรมากกว่าที่ตลาด และบริษัทคาด โดยได้รับผลดีจากการบริหารสินค้าที่มีมาร์จินสูงเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้และลดสินค้ามาร์จินตํ่าลง รวมถึงการบริหาร Distribution Center ได้ดีขึ้น แนะนำ “ซื้อ” CPALL ราคาเป้าหมาย 85 บาท สำหรับราคาปัจจุบันใกล้เคียง-0.5 SD เป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,421 วันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2561 595959859
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market