
ต่างชาติจ่อลุยหุ้นไทย
แนะซื้อหุ้นบลูชิพดักเงินนอก
เซียนหุ้นมองดัชนีหุ้นปีกุนดีกว่าปีนี้ แต่เตือนผันผวนแรง เชื่อเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้าก่อนเลือกตั้ง แนะเก็บหุ้นบลูชิพเข้าพอร์ต ทั้งหุ้นแบงก์ ก่อสร้าง กลุ่มบริโภค รับอานิสงส์ลงทุนภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นใช้จ่าย เลี่ยงหุ้นโกรท-ส่งออก
จากต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันดัชนีหุ้นไทย ปรับลดไปแล้วกว่า 7% โดยเคยขึ้นไปสูงสุด 1838.96 จุดและตํ่าสุด 1595.58 จุด “ฐานเศรษฐกิจ” รวบรวมมุมมองจากกูรูตลาดหุ้นถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในปี 2562 มองว่า ตลาดหุ้นปีหน้ายังมีความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน แต่ก็มองว่าจะมีการเจรจากันได้ นอกจากนี้ยังมีการชะลอตัวของเศรษฐกิจปีหน้า แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทยฯ กล่าวว่า จากนี้ไปถึงช่วง 3 เดือนแรกของปีหน้าทิศทางตลาดหุ้นไทยเป็นไปในทางที่ดี ในเดือนธันวาคม จะมีการปลดล็อกให้เริ่มหาเสียงได้ จะมีมาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภค เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีเงินจากกองทุน LTF เข้ามาอีกราว 2 หมื่นล้านบาท จะเริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติเข้ามา ผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1 ล้านล้านบาทได้ไม่ยาก
ในเดือนมกราคม-มีนาคมตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด หลังจากนั้นต้องเตรียมรับแรงกระแทกในเดือนเมษายน หากตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ชะลอตัวลง ความเสี่ยงในเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้น ช่วงนั้นแนะนำให้เน้นหุ้นปันผลสูง ค่า P/E ตํ่าๆ แต่ยกเว้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
แนะนำหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง BBL จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น, CPALL ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย, GFPT การส่งออกไก่เพิ่มขึ้น ราคาไก่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาถั่วเหลืองถูกลง, PTTGC คาดว่าในระยะยาวผลประกอบการจะเติบโตดี, STEC เป็นยุคทองของการรับรู้รายได้ เริ่มงานก่อสร้างรถไฟฟ้า ไตรมาส 3 และ 4 จะดีต่อเนื่องถึงปีหน้า และ SAWAD ที่มี NPL ลดลง และอัตราการเติบโตของสินเชื่อเพิ่มขึ้น
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติไม่ได้กังวลในเรื่อง เสถียรภาพการเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปอีก แต่เมื่อเทียบกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market : EM) ไทยยังมีเสน่ห์กว่า ทั้งเสถียรภาพการเงิน ฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศที่สูง
นายปริญญ์แนะนำหุ้นที่ได้อานิสงส์จากการเลือกตั้ง และโครงการลงทุนรัฐในอีอีซี ได้แก่หุ้น WHA ด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นในปีหน้า ภาระหนี้ลดลง มีหลายโครงการอยู่ระหว่างลงนามกับบริษัทข้ามชาติ, หุ้นกลุ่มก่อสร้าง CK , STEC, UNIQ กลุ่มอสังหาฯที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV และราคาปรับลงมากแล้ว SPALI, ORI, กลุ่มมีเดีย PLANB, VGI และหุ้น BEC รวมถึงหุ้นกลุ่มใหญ่ได้แก่ CPALL, BBL
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้และปีหน้าคาดจะเติบโตใกล้เคียงกัน 4% การเลือกตั้งจะทำให้เงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในเดือนหน้าเป็น December Effect เป็นตัวช่วยสำคัญและน่าจะจุดติดในปีหน้า จากต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2.79 แสนล้านบาท
“ตลาดหุ้นปี 2562 ยังผันผวนไม่น้อยกว่าปีนี้ ดอกเบี้ยไทยอั้นมาเป็นเวลานาน หากปรับขึ้นในการประชุมกนง.ครั้งหน้า อาจมีปฏิกิริยาต่อตลาดหุ้นได้ รวมถึงปัจจัยภายนอกเพราะตลาดหุ้นโลกลง 10% ตลาดหุ้นไทยจะกระทบตามไปด้วย 3% จึงควรเลี่ยงลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออกหันมาลงในหุ้นที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายในประเทศแทน เพราะเชื่อว่านโยบายทุกพรรคจะเน้นการกระตุ้น การใช้จ่ายผู้มีรายได้น้อย”
นายสมบัติ แนะนำลงทุนหุ้น ADVANC ให้ราคาเป้าหมาย 220 บาท ยังมีอัพไซด์ 21%, AOT ราคาเป้าหมาย 72.50 บาท อัพไซด์ 11.5%, BBL ราคาเป้าหมาย 245 บาท อัพไซด์ 14.5%, PTT ราคาเป้าหมาย 59.50 บาท อัพไซด์ 19.6%, SCC ราคาเป้าหมาย 486 บาท อัพไซด์ 12.5% และ CPALL ราคาเป้าหมาย 85 บาท อัพไซด์ 24.5%
นายถนอมทรัพย์ สหรัตน์ชัยหัวหน้าวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคที ซีมิโก้ฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2556 ต่างชาติขายหุ้นไทยไปแล้วกว่า6 แสนล้านบาท ถือครองสัดส่วนเหลือ 28% ของมูลค่าตลาด แต่เพราะแรงซื้อจากสถาบันในประเทศ SET จึงไม่ได้ลงมาก และไม่น่าจะแย่กว่านี้แล้ว หากต่างชาติกลับมาตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวแรง และปลายปีนี้เงินจากกองทุน LTF และ RMF รวมกันกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท จะเป็นตัวช่วยพยุงตลาด
บล.เคที ซีมิโก้ฯยังมองเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1800 ต้นๆ และปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ SET ขึ้นสูงกว่าแน่แต่ก็ผันผวนมากกว่า เฉลี่ยทั้งตลาดปันผลต่อปี (Yield ) ยังมากกว่า 3% แต่เตือนการลงทุนในหุ้น High Growth ในช่วงเศรษฐกิจขาลงอาจมีปัญหาถูกดาวน์เกรด
นายถนอมทรัพย์ แนะหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และหุ้น WHA, SPALI, QH, LH, PLANB , VGI รวมไปถึงหุ้น MTC ซึ่งเป็นหุ้นโกรทแต่อาจต้องเพิ่มความระวัง รวมถึงหุ้นมีอนาคตอย่าง CPALL
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระพัฒนสินฯ กล่าวว่าคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ที่ 1848 แต่ขณะนี้ยังไม่เกิดภาวะหุ้นวิ่งขึ้นจากการเลือกตั้ง โดยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนงวด 9 เดือนเติบโตได้ 11% คาดว่าทั้งปีนี้จะทำกำไรได้ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 9-10% เชื่อว่าปลายเดือนนี้ เงินทุนต่างชาติจะเริ่มไหลเข้าเอเชียรวมถึงไทยด้วย แนะนำหุ้น BBL, KBANK, CPALL, STEC, AMATA, PLANB และ PTT
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,420 วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2561






