
“อาซีฟา” โชว์งานรอรับรู้รายได้ 2.2 พันล้านบาท
“อาซีฟา”มั่นใจเติบโตแกร่ง มูลค่างานรอรับรู้รายได้กว่า 2.2 พันล้าน โชว์ไตรมาส 3 กำไรสุทธิโตเฉียด 25% พร้อมเปิดทางร่วมลงทุนกับพันธมิตรใหม่ๆ ร่วมประมูลงานสนับสนุนโครงการเมกะโปรเจคและปรับปรุงสาธารณูปโภค พลังงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน
นายวิชัย สุนทรวุฒิกุล กรรมการบริหาร บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)หรือ ASEFA เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตโดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนการลงทุนในประทศ เช่น โครงการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) การส่งเสริมพลังงานทดแทนและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 3/2561 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 85.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 68.30 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 2.54 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการผลิตอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า 60% การจัดจำหน่าย 15% และงานบริการ 25% เมื่อรวมงวด 9 เดือน บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 191.03 ล้านบาท ลดลง 0.67% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 192.32 ล้านบาท
“เรายังคงดำเนินธุรกิจตามแผนงานระยะยาว โดยขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสามารถหลักขององค์กร มุ่งเน้นที่การนำเสนอเป็นโซลูชั่น และการบริการอย่างครบวงจร โดยทำงานและลงทุนร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสในธุรกิจต่อไป”
นายวิชัย สุนทรวุฒิกุล กรรมการบริหาร บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน)หรือ ASEFA เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตโดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนการลงทุนในประทศ เช่น โครงการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) การส่งเสริมพลังงานทดแทนและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าขยายตัวต่อเนื่อง รวมทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงาน ไตรมาส 3/2561 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 85.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 68.30 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 2.54 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากการผลิตอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า 60% การจัดจำหน่าย 15% และงานบริการ 25% เมื่อรวมงวด 9 เดือน บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 191.03 ล้านบาท ลดลง 0.67% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 192.32 ล้านบาท
“เรายังคงดำเนินธุรกิจตามแผนงานระยะยาว โดยขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสามารถหลักขององค์กร มุ่งเน้นที่การนำเสนอเป็นโซลูชั่น และการบริการอย่างครบวงจร โดยทำงานและลงทุนร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายโอกาสในธุรกิจต่อไป”






