
SONIC รุกแอร์เฟรต ยกชั้นผู้นำโลจิสติกส์ดันรายได้โตก้าวกระโดด
สัมภาษณ์
โซนิค อินเตอร์เฟรท มั่นใจศักยภาพฐานเงินทุน อานิสงส์ส่งออกไทย หนุนบริษัทขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ชูกลยุทธ์ขยายรูมขนส่งทางอากาศเพิ่มมาร์จิ้น ชูจุดแข็งผู้นำให้บริการด้านโลจิสติกส์ ครบวงจร One-Stop- Service ด้วยต้นทุนตํ่ากว่า คาดดันรายได้ปี 2562 เติบโตโดดเด่นเป็น 2 หลัก ด้านโบรกฯให้ราคาเป้าหมาย 3.10-3.25 บาท
นายสันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC ผู้นำธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรระดับภูมิภาค ทั้งการเป็นตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและในประเทศ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของมูลค่าส่งออกและนำเข้าของประเทศ โดยมีมูลค่าเป็นสัดส่วน 14% ของจีดีพี ซึ่งในปี 2560 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกและมูลค่าการนำเข้าสินค้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่อัตรา 7.90% และ 4.52% ตามลำดับ
“ในฐานะที่ SONIC เป็นผู้นำธุรกิจในภูมิภาคนี้ การเติบโตยังต่อเนื่องย้อนหลัง 3 ปี (2558-2560) บริษัทมีรายได้จากการให้บริการโตเฉลี่ยปีละ 5.46% และไตรมาส 2 ปีนี้โตเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 16.41% อย่างไรก็ดีเนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ต้องใช้เงินทุน คือเวลาซื้อมาต้องจ่ายเป็นเงินสดแต่การบริการลูกค้าต้องให้เครดิต ด้วยข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้การเติบโตของบริษัทแม้จะเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถก้าวกระโดดได้”
[caption id="attachment_332778" align="aligncenter" width="363"]
สันติสุข โฆษิอาภานันท์[/caption]
ทั้งนี้หลังจากเข้าตลาด หลักทรัพย์ฯ จะช่วยลดข้อจำกัดส่วนนี้ลง โดยบริษัทได้จัดสรรเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น ราคา 1.95 บาทต่อหุ้น เสนอขายไปเมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจเกินกว่าจำนวนที่จัดสรร และจะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 19 ตุลาคม เงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ 276.19 ล้านบาท จะกันเงินจำนวนนี้ร่วม 90 ล้านบาท ใช้เป็นทุนหมุนเวียน
“เงินหมุนเวียนส่วนนี้บริษัทเตรียมไว้จะใช้ในไตรมาส 4 ปีนี้เลย ฐานเงินทุนที่เพิ่มจะทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้หลากหลายทุกอุตสาห กรรม ไปยังกลุ่ม Aและเพิ่มโวลุ่ม เราต้องการผลักดันบริษัท ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนเพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรในภูมิภาค ซึ่งการระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ ในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และจะส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตได้ดีขึ้นในอนาคต
ผนวกกับจุดแข็งของบริษัทเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรมานาน 22 ปีเป็นผู้นำในการให้บริการแบบ One-Stop-Service ที่มีต้นทุนตํ่ากว่า และมีประสิทธิภาพในการให้บริการ จึงได้เปรียบเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ ที่เป็นการซับคอนเท็กซ์ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าเรา และเรายังมีพันธมิตรที่เป็นตัวแทน ครอบคลุมกว่า 134 ประเทศ” นายสันติสุขกล่าวและว่า
บริษัทวางยุทธศาสตร์ธุรกิจ จะขยายการขนส่งสินค้าโดยเน้นทางอากาศมากขึ้น เนื่องจากมีมาร์จินสูงกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ จากโครงสร้างธุรกิจปัจจุบัน เป็นการขนส่งสินค้าทางทะเลสัดส่วน 65% ขนส่งสินค้าทางบก 25% ที่เหลือเป็น การขนส่งทางอากาศและทั่วไปเพียง 10% จึงยังมีรูมให้ขยายได้อีกมาก
“บริษัทมีกำไรขั้นตํ่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21-22% กำไรสุทธิเฉลี่ย 5% โดยโวลุ่มที่เพิ่มมากขึ้น อาจไม่ได้ช่วยทำให้มาร์จินเพิ่มมากไปกว่าปัจจุบัน แต่ท็อปไลน์หรือรายได้ในภาพรวมน่าจะเติบโตก้าวกระโดดในปี 2562”
สำหรับเงินทุนที่เหลือจะนำไปใช้เพื่อโครงการปี 2562 ได้แก่ 1. เพิ่มจำนวนรถขนส่ง 60 ล้านบาท ลงทุนรถบรรทุกหัวลาก หางลาก และรถบรรทุก 2. พัฒนาศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า 60 ล้านบาท 3. จัดหาซื้อที่ดินในการให้บริการขนส่งทางบกและอาคารพาณิชย์เพื่อดำเนินสาขาแหลมฉบังรวม 60 ล้านบาท และ 4. พัฒนาระบบสารสนเทศ 20 ล้านบาท
สอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ หรือ ASP ออกบทวิเคราะห์หุ้น SONIC โดยคาดกำไรสุทธิในปี 2561 อยู่ที่ 15.9% และในปีหน้าขยายตัว 28% เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซึ่งอยู่ที่ 18% จึงกำหนดมูลค่าพื้นฐานในปี 2562 โดย Expected PER ที่ 25 เท่า สูงกว่ากลุ่มที่เฉลี่ยอยู่ที่ 22.5 เท่า มีมูลค่าพื้นฐานอยู่ที่ 3.25 บาท
บล.เคทีบี (ประเทศไทย)ฯ คาดการณ์กำไรสุทธิบริษัทในปี 2561-2562 อยู่ที่ 63 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทตามลำดับ หรือเติบโต 37% และ 29% ตามลำดับ โดยเป็นผลจากการลงทุนในรถบรรทุกหัวลาก หางลากและรถบรรทุกเพิ่มขึ้นรวมถึงการเพิ่มบุคลากรทำการตลาด มองอัตราการทำกำไรขั้นต้นของ SONIC จะกลับมาดีในปี 2562 ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.10 บาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,409 วันที่ 14 - 17 ตุลาคม 2561
โซนิค อินเตอร์เฟรท มั่นใจศักยภาพฐานเงินทุน อานิสงส์ส่งออกไทย หนุนบริษัทขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ชูกลยุทธ์ขยายรูมขนส่งทางอากาศเพิ่มมาร์จิ้น ชูจุดแข็งผู้นำให้บริการด้านโลจิสติกส์ ครบวงจร One-Stop- Service ด้วยต้นทุนตํ่ากว่า คาดดันรายได้ปี 2562 เติบโตโดดเด่นเป็น 2 หลัก ด้านโบรกฯให้ราคาเป้าหมาย 3.10-3.25 บาท
นายสันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC ผู้นำธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรระดับภูมิภาค ทั้งการเป็นตัวแทนผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและในประเทศ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของมูลค่าส่งออกและนำเข้าของประเทศ โดยมีมูลค่าเป็นสัดส่วน 14% ของจีดีพี ซึ่งในปี 2560 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกและมูลค่าการนำเข้าสินค้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่อัตรา 7.90% และ 4.52% ตามลำดับ
“ในฐานะที่ SONIC เป็นผู้นำธุรกิจในภูมิภาคนี้ การเติบโตยังต่อเนื่องย้อนหลัง 3 ปี (2558-2560) บริษัทมีรายได้จากการให้บริการโตเฉลี่ยปีละ 5.46% และไตรมาส 2 ปีนี้โตเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 16.41% อย่างไรก็ดีเนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ต้องใช้เงินทุน คือเวลาซื้อมาต้องจ่ายเป็นเงินสดแต่การบริการลูกค้าต้องให้เครดิต ด้วยข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้การเติบโตของบริษัทแม้จะเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถก้าวกระโดดได้”
[caption id="attachment_332778" align="aligncenter" width="363"]
ทั้งนี้หลังจากเข้าตลาด หลักทรัพย์ฯ จะช่วยลดข้อจำกัดส่วนนี้ลง โดยบริษัทได้จัดสรรเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น ราคา 1.95 บาทต่อหุ้น เสนอขายไปเมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจเกินกว่าจำนวนที่จัดสรร และจะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 19 ตุลาคม เงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ 276.19 ล้านบาท จะกันเงินจำนวนนี้ร่วม 90 ล้านบาท ใช้เป็นทุนหมุนเวียน
“เงินหมุนเวียนส่วนนี้บริษัทเตรียมไว้จะใช้ในไตรมาส 4 ปีนี้เลย ฐานเงินทุนที่เพิ่มจะทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้หลากหลายทุกอุตสาห กรรม ไปยังกลุ่ม Aและเพิ่มโวลุ่ม เราต้องการผลักดันบริษัท ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนเพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรในภูมิภาค ซึ่งการระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ ในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และจะส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทให้เติบโตได้ดีขึ้นในอนาคต
ผนวกกับจุดแข็งของบริษัทเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรมานาน 22 ปีเป็นผู้นำในการให้บริการแบบ One-Stop-Service ที่มีต้นทุนตํ่ากว่า และมีประสิทธิภาพในการให้บริการ จึงได้เปรียบเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ ที่เป็นการซับคอนเท็กซ์ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าเรา และเรายังมีพันธมิตรที่เป็นตัวแทน ครอบคลุมกว่า 134 ประเทศ” นายสันติสุขกล่าวและว่า
บริษัทวางยุทธศาสตร์ธุรกิจ จะขยายการขนส่งสินค้าโดยเน้นทางอากาศมากขึ้น เนื่องจากมีมาร์จินสูงกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ จากโครงสร้างธุรกิจปัจจุบัน เป็นการขนส่งสินค้าทางทะเลสัดส่วน 65% ขนส่งสินค้าทางบก 25% ที่เหลือเป็น การขนส่งทางอากาศและทั่วไปเพียง 10% จึงยังมีรูมให้ขยายได้อีกมาก
“บริษัทมีกำไรขั้นตํ่าเฉลี่ยอยู่ที่ 21-22% กำไรสุทธิเฉลี่ย 5% โดยโวลุ่มที่เพิ่มมากขึ้น อาจไม่ได้ช่วยทำให้มาร์จินเพิ่มมากไปกว่าปัจจุบัน แต่ท็อปไลน์หรือรายได้ในภาพรวมน่าจะเติบโตก้าวกระโดดในปี 2562”
สำหรับเงินทุนที่เหลือจะนำไปใช้เพื่อโครงการปี 2562 ได้แก่ 1. เพิ่มจำนวนรถขนส่ง 60 ล้านบาท ลงทุนรถบรรทุกหัวลาก หางลาก และรถบรรทุก 2. พัฒนาศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า 60 ล้านบาท 3. จัดหาซื้อที่ดินในการให้บริการขนส่งทางบกและอาคารพาณิชย์เพื่อดำเนินสาขาแหลมฉบังรวม 60 ล้านบาท และ 4. พัฒนาระบบสารสนเทศ 20 ล้านบาท
สอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ หรือ ASP ออกบทวิเคราะห์หุ้น SONIC โดยคาดกำไรสุทธิในปี 2561 อยู่ที่ 15.9% และในปีหน้าขยายตัว 28% เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซึ่งอยู่ที่ 18% จึงกำหนดมูลค่าพื้นฐานในปี 2562 โดย Expected PER ที่ 25 เท่า สูงกว่ากลุ่มที่เฉลี่ยอยู่ที่ 22.5 เท่า มีมูลค่าพื้นฐานอยู่ที่ 3.25 บาท
บล.เคทีบี (ประเทศไทย)ฯ คาดการณ์กำไรสุทธิบริษัทในปี 2561-2562 อยู่ที่ 63 ล้านบาท และ 81 ล้านบาทตามลำดับ หรือเติบโต 37% และ 29% ตามลำดับ โดยเป็นผลจากการลงทุนในรถบรรทุกหัวลาก หางลากและรถบรรทุกเพิ่มขึ้นรวมถึงการเพิ่มบุคลากรทำการตลาด มองอัตราการทำกำไรขั้นต้นของ SONIC จะกลับมาดีในปี 2562 ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.10 บาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,409 วันที่ 14 - 17 ตุลาคม 2561






