
มองดัชนีลุ้น1800 ค้าปลีก-รับเหมาฟื้น
บล.ยูโอบีฯ มองเป้าดัชนีไตรมาส 4/2561 ที่ 1800 จุด ปัจจัยเสี่ยงท่าทีแบงก์ชาติคุมสินเชื่ออสังหาฯ ชี้รายได้ภาคเกษตรกระเตื้อง กำลังซื้อในประเทศหนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก เลือกตั้งชัดเจน เร่งลงทุนภาครัฐหนุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปี 2561 อยู่ที่ 1800 จุด โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 จะผันผวนระยะสั้นในช่วงต้นไตรมาส แต่จะปรับดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส ปัจจัยภายในประเทศยังมีความเสี่ยง หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความกังวลเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ทางธปท.จะออกมาตรการสกัดการเก็งกำไร เช่น การลดสัดส่วนการปล่อยกู้ อาจจะกระทบหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และการเข้มงวดในการปล่อยกู้จะส่งผลกระทบถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ด้วย
[caption id="attachment_327216" align="aligncenter" width="470"]
ปัจจัยหนุนในช่วงปลายปี มาจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังดี การบริโภคดีขึ้น และกำลังซื้อกลับมา โดยเฉพาะรายได้ในภาคเกษตรที่ปกติในช่วงไตรมาส 4 จะดีที่สุด เพราะเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ถึงแม้ในปีนี้จะมีสถานการณ์นํ้าท่วม แต่ยังไม่พบนํ้าท่วมในพื้นที่เกษตร จึงทำให้กำลังซื้อกลุ่มนี้จะกลับมาช่วยหนุน นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นจากความชัดเจนการเลือกตั้ง การเร่งลงทุนโครงการใหญ่ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
หุ้นแนะนำ ได้แก่ BBL, SCB, TMB, CPALL, AEONTS, STEC, PYLON
หุ้นกลุ่มที่ต้องระมัดระวัง คือ กลุ่มที่อิงการส่งออก เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอาหาร เนื่องจากค่าเงินบาทมองว่ายังมีโอกาสแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นในตลาดเกิดใหม่ ที่ส่วนใหญ่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ไทยยังเกินดุล และพื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง ทำให้ยังมีความสามารถดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติทั้งในพันธบัตร ตราสารหนี้ และตลาดหุ้น จึงทำให้ค่าเงินบาทอาจจะแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่น
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จก. ระบุว่ามีความชัดเจนว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะสามารถเกิด ขึ้นได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2562 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติที่เคยมีสัดส่วนถือหุ้นไทยสูงสุดถึง 37-38% จากต้นปี 2561 เป็นต้นมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมกันถึง 2.11 แสนล้านบาท นับเป็นมูลค่าการขายที่สูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือสัดส่วนอยู่ 29.9% มองว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะมีจำกัด
เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าการฟื้นตัวจะกระจายในวงกว้างมากขึ้น รายได้เกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น และมีการปรับค่าแรงขั้นตํ่าขึ้น 3-8% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เชื่อว่าตลาดที่อ่อนตัวลงช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าซื้อหุ้นไทย ตั้งเป้าดัชนีที่ 1815 อ้างอิง P/E 15 เท่าในปี 2561 หรือ -1SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี
หุ้นแนะนำในไตรมาส 4/2561 ANAN ราคาเหมาะสม 6.20 บาท, BBL ราคาเหมาะสม 239 บาท, CENTEL ราคาเหมาะสม 52.50 บาท, PLANB ราคาเหมาะสม 8.00 บาท, ROBINS ราคาเหมาะสม 75 บาท, SPA ราคาเหมาะสม 18.10 บาท, TKN ราคาเหมาะสม 20.40 บาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3406 วันที่ 4-6 ตุลาคม 2561






