thansettakij
thansettakij
KSบุกตลาดหุ้นนอก

KSบุกตลาดหุ้นนอก

01 ต.ค. 61 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ต.ค. 61 | 09:24 น.
 

>> เปิดทางซื้อขายต่างประเทศผ่านมือถือ-ต้นทุนตํ่า
บล.กสิกรไทยฯ รุกบริการ KS Offshore เปิดทางนักลงทุนไทยลงทุนตลาดหุ้นใน 30 ประเทศ ด้วยต้นทุนที่ตํ่า 0.20-0.25% เผยธุรกรรมบล็อกเทรด-DW เติบโตต่อเนื่อง แนะนักลงทุนศึกษาต้นทุนจริงของ DW “ค่าความผันผวนแฝง” ชี้ชัดราคา DW ถูกหรือแพง
ในภาวะที่ตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ถูกนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีกว่าตลาดเกิดใหม่อื่นๆ หรือมีข่าวดีเรื่องการเลือกตั้งที่มีความชัดเจน แต่ในมุมมองของผู้จัดการกองทุนระดับโลกนั้น การตัดสินใจจะดูในภาพรวม และเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

นายสุทธิสิทธิ์ แจ่มดี รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ธุรกิจหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขนาดของตลาดหุ้นไทยเป็นเพียง  0.1% ของตลาดทุนโลก ซึ่งถือว่าขนาดเล็กมาก เมื่อตลาดหุ้นในกลุ่ม EM เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ผู้จัดการกองทุนก็ขายออก โยกเงินไปไว้ในตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่มีความเสี่ยงตํ่ากว่า และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าด้วย mp17-3405-a

ในอดีตที่ผ่านมา นักลงทุนไทยขาดโอกาสในการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปในตลาดต่างประเทศ แต่ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายกฎระเบียบในการลงทุนต่างประเทศให้มีช่องทางได้มากขึ้น การเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยลงทุนในต่างประเทศได้โดยผ่านโบรกเกอร์หรือบริษัทหลักทรัพย์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง

“การลงทุนหุ้นต่างประเทศนั้นมีต้นทุนที่สูง ทั้งค่าคอมมิสชัน ค่าโอนเงิน ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ตอนนี้ถ้าเปิดพอร์ตกับบล.กสิกรไทยฯ ค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือ 0.2-0.25% อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ก็จะเป็นอัตราเดียวกับธนาคาร ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนตามเคาน์เตอร์แลกเงิน”

นายสุทธิสิทธิ์กล่าวว่า นอกจากต้นทุนที่ลดลงมาใกล้เคียงกับการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยแล้ว นักลงทุนยังสามารถส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นได้ด้วยตนเอง ผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ โดยทางบล.กสิกรไทยฯ จะดำเนินกระบวนการทำธุรกรรมต่างๆให้ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบทวิเคราะห์หุ้นเพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

นักลงทุนจะมีโอกาสลงทุนในหุ้นที่เป็น Mega Trend ที่ไม่มีในตลาดหุ้นไทย อย่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจและบริการใหม่ๆ ที่ใช้ Big Data ใช้ AI

“นักวิเคราะห์การลงทุนในสหรัฐฯจะแนะนำให้ลงทุนในประเทศ 80% อีก 20% ให้กระจายการลงทุนไปนอกประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง ตอนนี้ก็มีนักลงทุนไทยที่เริ่มกระจายการลงทุนออกไปในต่างประเทศบ้างแล้ว อาจจะถือหุ้นไทย 80% กระจายออกไปในต่างประเทศ 10-20% ในอนาคตเชื่อว่าสัดส่วนการกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศจะเพิ่มมากขึ้น”

นายสุทธิสิทธิ์กล่าวว่า บริการ KS Offshore เปิดให้บริการมา 2 ปีแล้ว ในปีนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มีความต้องการของนักลงทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศในตลาดต่างๆ จำนวนมากขึ้น และมีความต้องการลงทุนในตราสารหลายประเภทมากขึ้น ปัจจุบันสามารถให้บริการซื้อขายหุ้นรายตัว และ ETF (Exchange Traded Fund)ได้ใน 30 ประเทศ 40 ตลาด รองรับ 22 สกุลเงิน ในอนาคตจะให้บริการตราสารหลากหลายประเภทมากขึ้น อาทิ กองทุนหุ้นกู้ เป็นต้น

ธุรกิจอีก 2 กลุ่มที่เติบโตได้ดี คือ การให้บริการบล็อกเทรด (Block Trade) และการซื้อขายใบสําคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ (Derivative Warrant) นายสุทธิสิทธิ์กล่าวว่า ธุรกรรมบล็อกเทรดเติบโตขึ้นโดยเห็นได้จากสถานะคงค้างเมื่อสิ้นไตรมาส 3/2561 เพิ่มขึ้นมาเป็น 27,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นไตรมาส 2/2561 อยู่ที่ 23,000 ล้านบาท โดยนักลงทุนที่เล่นบล็อกเทรดมักจะรอเมื่อเห็นแนวโน้มที่ตลาดมีความชัดเจน แต่ในภาวะตลาดที่เหวี่ยงแรงนักลงทุนจะหันไปเล่นตราสารประเภทออพชันกันมาก

หุ้นที่มีสถานะคงค้างสูงสุด 5 อันดับแรก ณ สิ้นไตรมาส 3/2561 ประกอบด้วย BANPU, KTB, CPALL, TCAPและ CBG

สำหรับการซื้อขาย DW ในเดือนกันยายน 2561 คิดเป็นสัดส่วน 3.83% เมื่อเทียบกับมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขึ้นมาจาก 2.44% ในเดือนกันยายน 2560 หากดูสัดส่วนการซื้อขายเฉพาะนักลงทุนรายย่อย มีการเข้ามาซื้อขาย DW เพิ่มขึ้นจาก 5.13% ของมูลค่าการซื้อขายเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อย ในเดือนกันยายน 2560 เพิ่มขึ้นมาเป็น 9.29% ในเดือนกันยายน 2561

นายสุทธิสิทธิ์กล่าวว่าในวันที่ 6 ตุลาคม 2561 จะเป็นวันแรกที่มีการเปิดเผยข้อมูลที่จะชี้ให้เห็นราคาของ DW ว่าราคาถูกหรือราคาแพง คือค่าความผันผวนแฝง (Volatility) แบ่งเป็น Historical Volatility คือ ราคาต้นทุน ของโบรกเกอร์ผู้ออก DW และ Implied Volatility คือ ราคาขาย DW ซึ่งนักลงทุนต้องศึกษาทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ ในการเปรียบเทียบราคาDW ว่าถูกแพงต่างกันอย่างไร ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,405 วันที่ 30 ก.ย.-3 ต.ค. 2561
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market