
KWM มั่นใจเทรดวันแรกเหนือราคาจองที่ 1.30 บาท/หุ้น
“KWM” มั่นใจเข้าเทรดวันแรกนักลงทุนตอบรับเยี่ยม หลังจากเปิดจองซื้อช่วง 19-21 กันยายนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีมาก “เอกพันธ์ วนโกสุม” เชื่อยืนเหนือราคาหุ้นไอพีโอที่ 1.30 บาท เดินหน้านำเงินระดมทุน 156 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยถึงการซื้อขายหุ้น KWM วันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นี้ว่ามั่นใจหุ้น KWM ที่เข้าซื้อขายวันแรกจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี และน่าจะยืนเหนือราคาจองซื้อที่ 1.30 บาท/หุ้นได้
“คาดว่าหุ้น KWM ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน และสามารถยืนเหนือราคาจองได้
เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้มีความสดใสขึ้นหลังมีการประกาศความชัดเจนในการเลือกตั้งในปี 2562 และเราเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการวิจัยและพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์การเกษตรด้วยตนเอง โดยในปี 2561 แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทฯ มีทิศทางในการเติบโตที่โดดเด่นกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับปีนี้เรามีโปรดักส์ใหม่ คือ ใบผาลที่ผลิตจากเหล็กโบรอนซึ่งเป็นเหล็กรุ่นใหม่ โดยจะเข้ามาสนับสนุนยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น เบื้องต้นคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตประมาณ 20% ” นายเอกพันธ์ กล่าว
การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้บริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ มีนวัตกรรม, เทคโนโลยี และพื้นฐานเทคนิคด้านการเกษตร หากมีการพัฒนาที่ดี เชื่อมั่นว่าธุรกิจอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตรภายในประเทศยังโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ จะสร้างการเติบโตในสิ่งที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการเกษตรซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศไทย จึงคาดการณ์ว่าเกษตรกรจะใช้เครื่องจักรกลการเกษตรอย่างแพร่หลาย ซึ่งบริษัทก็จะเติบโตตามอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งนี้ มูลค่าตลาดของใบผาลอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านใบในปี 2560 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 20-30% และในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้าการผลิตใบผาลไว้ที่ประมาณ 2 แสนใบ
ด้านนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM กล่าวว่า หุ้น เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค ได้รับความสนใจจองซื้อหุ้นอย่างมากในช่วงที่เปิดการจองซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 19-21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ เสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรกจำนวน 120 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 28.57% ของจำนวนหุ้นสำมัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง อนาคตมีการเติบโตต่อเนื่อง
“มั่นใจว่า KWM เข้าซื้อขายวันแรกราคาจะอยู่เหนือราคาจองที่ 1.30 บาท/หุ้นได้ เนื่องจากบริษัทฯมีผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และการระดมทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างโดดเด่น อีกทั้งภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยยืนเหนือ 1,700 จุดได้ และต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิส่งผลดีต่อหุ้น KWM ในการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จากจุดแข็งทางธุรกิจหลายประการ เช่น ศักยภาพของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร พร้อมทั้งมีทีมวิจัยและพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์การเกษตรโดยผู้เชี่ยวชาญ และไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ตลาดสินค้าเกษตรมีขนาดใหญ่มาก ทำให้บริษัทฯ มองเห็นโอกาสเติบโตสูงในอนาคต รวมทั้งบริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จึงทำให้เชื่อมั่นว่า KWM จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน” นายชนะชัย กล่าว
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยถึงการซื้อขายหุ้น KWM วันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นี้ว่ามั่นใจหุ้น KWM ที่เข้าซื้อขายวันแรกจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี และน่าจะยืนเหนือราคาจองซื้อที่ 1.30 บาท/หุ้นได้
“คาดว่าหุ้น KWM ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน และสามารถยืนเหนือราคาจองได้
เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นในช่วงนี้มีความสดใสขึ้นหลังมีการประกาศความชัดเจนในการเลือกตั้งในปี 2562 และเราเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการวิจัยและพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์การเกษตรด้วยตนเอง โดยในปี 2561 แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทฯ มีทิศทางในการเติบโตที่โดดเด่นกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับปีนี้เรามีโปรดักส์ใหม่ คือ ใบผาลที่ผลิตจากเหล็กโบรอนซึ่งเป็นเหล็กรุ่นใหม่ โดยจะเข้ามาสนับสนุนยอดขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น เบื้องต้นคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตประมาณ 20% ” นายเอกพันธ์ กล่าว
การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้บริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ มีนวัตกรรม, เทคโนโลยี และพื้นฐานเทคนิคด้านการเกษตร หากมีการพัฒนาที่ดี เชื่อมั่นว่าธุรกิจอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตรภายในประเทศยังโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ จะสร้างการเติบโตในสิ่งที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการเกษตรซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศไทย จึงคาดการณ์ว่าเกษตรกรจะใช้เครื่องจักรกลการเกษตรอย่างแพร่หลาย ซึ่งบริษัทก็จะเติบโตตามอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งนี้ มูลค่าตลาดของใบผาลอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านใบในปี 2560 บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 20-30% และในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้าการผลิตใบผาลไว้ที่ประมาณ 2 แสนใบ
ด้านนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM กล่าวว่า หุ้น เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค ได้รับความสนใจจองซื้อหุ้นอย่างมากในช่วงที่เปิดการจองซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 19-21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ เสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรกจำนวน 120 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 28.57% ของจำนวนหุ้นสำมัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง อนาคตมีการเติบโตต่อเนื่อง
“มั่นใจว่า KWM เข้าซื้อขายวันแรกราคาจะอยู่เหนือราคาจองที่ 1.30 บาท/หุ้นได้ เนื่องจากบริษัทฯมีผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และการระดมทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างโดดเด่น อีกทั้งภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้นจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยยืนเหนือ 1,700 จุดได้ และต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิส่งผลดีต่อหุ้น KWM ในการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จากจุดแข็งทางธุรกิจหลายประการ เช่น ศักยภาพของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร พร้อมทั้งมีทีมวิจัยและพัฒนาคุณภาพของอุปกรณ์การเกษตรโดยผู้เชี่ยวชาญ และไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ตลาดสินค้าเกษตรมีขนาดใหญ่มาก ทำให้บริษัทฯ มองเห็นโอกาสเติบโตสูงในอนาคต รวมทั้งบริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จึงทำให้เชื่อมั่นว่า KWM จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน” นายชนะชัย กล่าว






