
คาดดัชนีมีลุ้น1900 BEC-WHA น่าลงทุน
คาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังกระเตื้องขึ้น จับตาปัจจัยการเมือง บล.ไทยพาณิชย์ฯชี้ดัชนีมีโอกาสแตะ 1900 “ปริญญ์” แนะหุ้นเด่น BEC, WHA, UNIQ, JMART
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง แรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะน้อยลงแล้ว ปัจจัยที่ต้องจับตาจากนี้คือเรื่องการเมืองว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม จากตลาดหุ้นที่ลดลงมามาก นายปริญญ์แนะนำหุ้นที่น่าลงทุน อาทิ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ที่ราคาปรับลดลงจากระดับ 65 บาท จนมาอยู่ที่ระดับ 7 บาทในปัจจุบันแม้ธุรกิจทีวีดิจิตอลจะมีปัญหา แต่เชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลจะเข้ามาช่วย และอาจเกิดการควบรวมกิจการในกลุ่มทีวีดิจิตอล เม็ดเงินโฆษณาจะฟื้นตัวจากจุดตํ่าสุด การเลือกตั้งจะเกิดขึ้น จะเกิดแรงโฆษณาจำนวนมาก อาจขึ้นได้ 1 เท่าตัว ใน 1-2 ปี ในราคาเป้าหมาย 19 บาท
[caption id="attachment_299577" align="aligncenter" width="414"]
ปริญญ์ พานิชภักดิ์[/caption]
นอกจากนี้ นายปริญญ์ ได้แนะนำหุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ให้ราคาเป้าหมาย 5 บาท บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ ราคาเหมาะสม 18 บาท
บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) ราคาเป้าหมาย 20 บาท และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ORI) ให้ราคาเหมาะสม 30 บาท
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ฯ กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น คาดว่าปัจจัยสงครามการค้าไม่น่ากระทบมาก น่าจะเจรจากันได้ ส่วนแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯคงไม่กระทบมากนัก เพราะที่ผ่านมาตลาดรับรู้ค่อนข้างมากแล้ว คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสแตะระดับ 1,900 จุดในปีนี้
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล. ธนชาตฯ กล่าวว่า ปัจจุบันแรงขายต่างชาติที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.97 แสนล้านบาท หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท และยังมีโอกาสไหลออกได้อีก ซึ่งเป็นผลมาจากความกลัวเรื่องสภาพคล่องโลกที่อาจถูกกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการถอนเม็ด เงินคิวอีของสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลต่อสงครามการค้า
ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจัยทั้งหมด ตลาดหุ้นได้สะท้อนไปมากแล้ว และความกลัวของผู้ลงทุนคงไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว จึงมองว่าตอนนี้เป็นช่วงที่มีความกลัวมากกว่าปกติ ทำให้มูลค่าหุ้นหลายตัวมีราคาถูกกว่ามูลค่าพื้นฐาน จึงเป็นโอกาสในการเลือกซื้อหุ้น
นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัสฯ แนะนำ 5 หุ้นเด่น อาทิ บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ให้ราคาเหมาะสม 26 บาท, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ราคาเหมาะสม 28 บาท, บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) EPG ให้ราคาเป้าหมาย 12 บาท, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ราคาเหมาะสม 150 บาท, บริษัททิสโก้ไฟแนนซ์เชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือTISCO ราคาเหมาะสม95 บาท
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,385 วันที่ 22-25 กรกฎาคม 2561
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลัง แรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะน้อยลงแล้ว ปัจจัยที่ต้องจับตาจากนี้คือเรื่องการเมืองว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม จากตลาดหุ้นที่ลดลงมามาก นายปริญญ์แนะนำหุ้นที่น่าลงทุน อาทิ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ที่ราคาปรับลดลงจากระดับ 65 บาท จนมาอยู่ที่ระดับ 7 บาทในปัจจุบันแม้ธุรกิจทีวีดิจิตอลจะมีปัญหา แต่เชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลจะเข้ามาช่วย และอาจเกิดการควบรวมกิจการในกลุ่มทีวีดิจิตอล เม็ดเงินโฆษณาจะฟื้นตัวจากจุดตํ่าสุด การเลือกตั้งจะเกิดขึ้น จะเกิดแรงโฆษณาจำนวนมาก อาจขึ้นได้ 1 เท่าตัว ใน 1-2 ปี ในราคาเป้าหมาย 19 บาท
[caption id="attachment_299577" align="aligncenter" width="414"]
นอกจากนี้ นายปริญญ์ ได้แนะนำหุ้นบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA) ให้ราคาเป้าหมาย 5 บาท บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ ราคาเหมาะสม 18 บาท
บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) ราคาเป้าหมาย 20 บาท และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ORI) ให้ราคาเหมาะสม 30 บาท
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ฯ กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น คาดว่าปัจจัยสงครามการค้าไม่น่ากระทบมาก น่าจะเจรจากันได้ ส่วนแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯคงไม่กระทบมากนัก เพราะที่ผ่านมาตลาดรับรู้ค่อนข้างมากแล้ว คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสแตะระดับ 1,900 จุดในปีนี้
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล. ธนชาตฯ กล่าวว่า ปัจจุบันแรงขายต่างชาติที่อยู่ในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.97 แสนล้านบาท หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท และยังมีโอกาสไหลออกได้อีก ซึ่งเป็นผลมาจากความกลัวเรื่องสภาพคล่องโลกที่อาจถูกกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยและการถอนเม็ด เงินคิวอีของสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลต่อสงครามการค้า
ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจัยทั้งหมด ตลาดหุ้นได้สะท้อนไปมากแล้ว และความกลัวของผู้ลงทุนคงไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว จึงมองว่าตอนนี้เป็นช่วงที่มีความกลัวมากกว่าปกติ ทำให้มูลค่าหุ้นหลายตัวมีราคาถูกกว่ามูลค่าพื้นฐาน จึงเป็นโอกาสในการเลือกซื้อหุ้น
นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัสฯ แนะนำ 5 หุ้นเด่น อาทิ บริษัทบ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ให้ราคาเหมาะสม 26 บาท, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ราคาเหมาะสม 28 บาท, บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) EPG ให้ราคาเป้าหมาย 12 บาท, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ราคาเหมาะสม 150 บาท, บริษัททิสโก้ไฟแนนซ์เชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือTISCO ราคาเหมาะสม95 บาท
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,385 วันที่ 22-25 กรกฎาคม 2561






