thansettakij
thansettakij
กำลังซื้อฐานรากเริ่มฟื้น

กำลังซื้อฐานรากเริ่มฟื้น

14 ก.ย. 61 | 10:34 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 61 | 17:34 น.
-20 ก.ค.61-

ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์พุ่ง

ม.หอการค้าไทยชี้ เศรษฐกิจเริ่มกระจายตัว จากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวขึ้น สะท้อนกำลังซื้อเริ่มเป็นบวก แนะรัฐเร่งโครงการค้างท่อให้อปท.-จังหวัดใช้จ่าย ด้าน“สแตนชาร์ต” จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระบุ ก.ย.ชี้ชะตานักท่องเที่ยวจีนกลับไทยหรือไม่ส่วน “ซัมมิท” รับ ตลาดมอเตอร์ไซค์ครึ่งปีหดตัว 1.56%

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนมิถุนายนพบว่า ยอดจดทะเบียนใหม่รถมอเตอร์ไซค์ มีจำนวน 193,143 คัน หดตัวในอัตราชะลอลงที่ -1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีขึ้นจากเดือนพฤษภาคมที่หดตัวถึง -12% โดยกทม.และปริมณฑล ขยายตัวที่ 2.3% จากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวถึง -11.5% ส่วนภาคอีสาน ขยายตัวในอัตราเร่งที่ +1.3% จากเดือนก่อนหน้าที่ -7.7% ขณะที่ภาคกลางขยายตัว +0.2% ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ หดตัวในอัตราที่ชะลอลง

ขณะที่ยอดจดทะเบียนใหม่รถยนต์มี 62,620 คัน ขยายตัวจากเดือนก่อนที่ +16.2% โดยเป็นการขยายตัวเกือบทุกภูมิภาค นำโดย กทม.และปริมณฑล ขยายตัวในระดับสูงที่ +25.4% โดยเฉพาะกทม.และนครปฐม ส่วนภาคตะวันออกขยายตัวในอัตราเร่งที่ +22.9% ตามการขยายตัวเกือบทุกจังหวัดเช่นกัน โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด ขณะที่ภาคกลางยังคงขยายตัว +14.0% โดยเฉพาะอ่างทอง

ธนวรรษน์

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มกำลังซื้อเริ่มมีสัญญาณบวกดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มที่ดีเช่น ข้าว ปรับเพิ่มตั้งแต่เดือนเมษายนและดีต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังราคาปรับเพิ่มในรอบ 4 ปีและราคาผลไม้ เหล่านี้สะท้อนเศรษฐกิจที่เริ่มกระจายตัวโดยเฉพาะภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคกลางสัญญาณฟื้นตัวดีในซัพพลายเชนภาคส่งออก เริ่มทำงานบวกต่างจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กระบี่ สมุย สุราษฎร์ธานี ยกเว้นจังหวัดภาคใต้ที่พึ่งพายางพารา

“ภาพรวมเศรษฐกิจไทยค่อยๆ ฟื้นสังเกตจากเศรษฐกิจรายภาค คนชั้นกลาง มีการจับจ่ายโดยยอดขายรถยนต์ ปิกอัพ ทยอยปรับเพิ่ม แต่ยอดขายมอเตอร์ไซค์ยังติดลบ รากหญ้าไม่มีกำลังซื้อ แต่ถ้าราคาสินค้าเกษตรดีคาดปลายปีนี้และกลางปีหน้าเศรษฐกิจจะดีภายหลังเลือกตั้ง”

ส่วนช่วงที่เหลือปีนี้ รัฐบาลควรเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โครงการค้างท่อ เพื่อเร่งการจัดซื้อจัดจ้างในจังหวัด โดยส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เร่งใช้จ่ายและเร่งการแปรรูปโครงการตามที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันต้องสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและมีการเลือกตั้ง

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง 3 ด้าน ที่จะทำให้การขยายตัวไม่โตตามเป้าหมายคือ การท่องเที่ยวที่มีสัดส่วน 20% ของจีดีพีและดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 13% ของจีดีพี ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่หลังเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต จะเห็นว่านักท่องเที่ยวจีนมาภูเก็ตลดลงจาก 15% ต่อเดือน เหลือ 5% ต่อเดือนในเดือนกรกฎาคม โดยต้องติดตามนักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาหรือไม่ในเดือนกันยายนนี้ เพราะเข้าสู่ฤดูกาลหยุดยาวของจีน โดยมูลค่าการท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 1.6 แสนล้านบาทต่อเดือน โดยเป็นนักท่องเที่ยวจีน 30% หรือราว 5 หมื่นล้านบาทแม้ว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ติดลบแต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดขณะที่ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ต้องรอความชัดเจน

MP24-3385-A

ด้านนายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัดกล่าวว่า ยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ครึ่งปีแรก ลดลง 1.56% จากปีก่อน แต่บริษัทยังเติบโตที่ 9% ส่วนช่วงที่เหลือจะเน้นทำตลาดภาคตะวันออก เนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาด 34% ของพอร์ต โดยคาดว่า 3-5 ปี โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมและเป็นทำเลที่แรงงานมีเสถียรภาพด้านรายได้ รวมทั้งในพื้นที่กทม.และภาคกลาง ซึ่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 27%

โดยคาดว่าสินเชื่อสิ้นปีจะอยู่ที่ 1.2 แสนคัน เฉลี่ย 1.1-1.2 หมื่นคันต่อเดือน โดยพอร์ตสินเชื่อคงค้างมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาทโดยคุณภาพเอ็นพีแอลไม่เกิน 1.1% ส่วนกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง บริษัทเร่งขยายพันธมิตรทั้งดีลเลอร์และคู่ค้าให้มากที่สุด จากปัจจุบันมีคู่ค้า 600-700 แห่งและโชว์รูม 2,000 แห่ง หลังจากลงทุน 20 ล้านบาทพัฒนาระบบหลังบ้าน

บริษัทยังอยู่ระหว่างทดลองตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล โดยอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพและเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับบน ซึ่งมียอดอนุมัติเฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อเดือน สิ้นปีน่าจะขยายได้เป็น 1,800 ล้านบาทจากยอดสินเชื่อคงค้างมีอยู่ 1,000 ล้านบาท

หน้า 24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3385 ระหว่างวันที่ 22 - 25 ก.ค. 2561

e-book-1-503x62

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market