
‘ซุปเปอร์เทรดเดอร์’คึกคัก เซียนหุ้นแข่งโชว์ฝีมือ
ปัจจุบันทางกลุ่มบริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ฯ ถือเป็นชุมชนเทรดเดอร์ (นักลงทุนในตลาดหุ้น) ที่ใหญ่ที่สุด ทั้งเทรดเดอร์ที่ผ่านการอบรมและผ่านการแข่งขันในโครงการของบริษัท มีจำนวน 3,000-5,000 ราย
นายกระทรวง จารุศิระ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮล ดิ้งฯ กล่าวถึงโครงการสร้างแพลตฟอร์ม Social Trading ที่ร่วมมือกับทางบริษัท สกายเน็ตซิสเต็มส์ จำกัด ว่าจากการที่เรามีชุมชนเทรดเดอร์ขนาดใหญ่ จึงมีแนวคิดสร้างแพลตฟอร์มการจัดอันดับเทรดเดอร์ สามารถติดตามดูข้อมูลการซื้อขายหุ้นของเทรดเดอร์ที่มีฝีมือได้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง มีเทรดเดอร์ของทางซุปเปอร์เทรดเดอร์เข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้ประมาณ 100 ราย คาดว่าในปลายไตรมาส 3 ของปีนี้จะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปใช้ได้
โครงการนี้เริ่มเมื่อต้นปี 2561 เพื่อต้องการขจัด Pain Point ในวงการตลาดหุ้น นายกระทรวงกล่าวว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่อวดอ้างว่าเล่นหุ้นเก่ง มีผลงานดี แต่บางทีเป็นการตัดต่อภาพสร้างผลงานปลอมๆ ขึ้นมา หรือบางทีก็เทรดพอร์ตจำลองที่ไม่ได้ใช้เงินลงทุนจริงแล้วเอามาโชว์ คนเหล่านี้ทำตัวเป็นโค้ช จัดอบรมเก็บเงินแพงๆ บางรายเก็บเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น
[caption id="attachment_290290" align="aligncenter" width="335"]
กระทรวง จารุศิระ[/caption]
“หลังจากอบรมเสร็จก็มีการระดมทุนไปลงทุนกัน แล้วก็มีปัญหาตามมาเมื่อบริหารพอร์ตขาดทุนอย่างหนัก มีการโกงกัน มีการฟ้องร้องกัน บางรายก็หลอกระดมเงินแล้วก็หอบเงินหนีหายไปเลย เราจึงคิดแพลตฟอร์มขึ้นมาแก้ปัญหา จัดอันดับจากคนที่เล่นจริง เก่งจริง แล้วก็จะมี Private Fund ให้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นการแก้ปัญหาและขจัดของปลอมให้หมดไป”
นักลงทุนที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้สามารถติดตามเทรดเดอร์ที่เก่งๆและเข้าไปดูข้อมูลการซื้อขาย และตัดสินใจเล่นหุ้นตามหรือไม่ก็ได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายในอัตราที่เหมาะสม
สำหรับการพัฒนาไปสู่การมีกองทุนส่วนบุคคล จะใช้การประมวลผลจากเทรดเดอร์ที่เก่งๆว่ามีรูปแบบการซื้อขายเป็นอย่างไร แล้วเขียนเป็นโค้ดคอมพิวเตอร์ให้ระบบโรบอต หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ทำการซื้อขายหุ้นแทนที่จะมีผู้จัดการกองทุนเป็นบุคคล
นายกระทรวงกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มแพลตฟอร์ม Social Trading ในเอเชียยังเติบโตได้อีกมาก โดยต้องมีบุคลากร มีชุมชนเทรดเดอร์ที่เก่งๆ ในส่วนของบริษัทก็วางแผนจะเชิญเทรดเดอร์ที่มีฝีมือ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างๆ เข้ามาร่วมแข่งขันโชว์ผลงานให้มากขึ้น ทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ และจะไม่เพียงแค่ตลาดหุ้น แต่ยังเป็นการจัดอันดับเทรดเดอร์ฝีมือดีในตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดฟอเร็กซ์ และการลงทุนในสินทรัพย์ทุกๆ ประเภท โดยในอนาคตบริษัทจะมีโครงการความร่วมมือกับโบรกเกอร์ในต่างประเทศเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้นักลงทุนไทยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในตลาดทุกตลาดทั่วโลก และในทรัพย์สินทุกประเภท
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนจะทำรายการโทรทัศน์เพื่อให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไป ปัจจุบันคนไทยยังลงทุนในตลาดหุ้นน้อยมาก มีจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นที่เคลื่อนไหวประมาณ 1 แสนบัญชี ซึ่งยังไม่ถึง 1% ของประชากรทั่วประเทศเลย
นายกระทรวงกล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นมีหลายรูปแบบ ทั้งลงทุนแบบระยะยาว หรือการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น คนไทยควรจะมีความรู้ความเข้าใจกับตลาดหุ้นอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ไปพูดว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น
ดังนั้นนักลงทุนจึงควรมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารเงินออมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,375 วันที่ 17-20 มิถุนายน 2561
นายกระทรวง จารุศิระ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮล ดิ้งฯ กล่าวถึงโครงการสร้างแพลตฟอร์ม Social Trading ที่ร่วมมือกับทางบริษัท สกายเน็ตซิสเต็มส์ จำกัด ว่าจากการที่เรามีชุมชนเทรดเดอร์ขนาดใหญ่ จึงมีแนวคิดสร้างแพลตฟอร์มการจัดอันดับเทรดเดอร์ สามารถติดตามดูข้อมูลการซื้อขายหุ้นของเทรดเดอร์ที่มีฝีมือได้ ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง มีเทรดเดอร์ของทางซุปเปอร์เทรดเดอร์เข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้ประมาณ 100 ราย คาดว่าในปลายไตรมาส 3 ของปีนี้จะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปใช้ได้
โครงการนี้เริ่มเมื่อต้นปี 2561 เพื่อต้องการขจัด Pain Point ในวงการตลาดหุ้น นายกระทรวงกล่าวว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีผู้ที่อวดอ้างว่าเล่นหุ้นเก่ง มีผลงานดี แต่บางทีเป็นการตัดต่อภาพสร้างผลงานปลอมๆ ขึ้นมา หรือบางทีก็เทรดพอร์ตจำลองที่ไม่ได้ใช้เงินลงทุนจริงแล้วเอามาโชว์ คนเหล่านี้ทำตัวเป็นโค้ช จัดอบรมเก็บเงินแพงๆ บางรายเก็บเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น
[caption id="attachment_290290" align="aligncenter" width="335"]
“หลังจากอบรมเสร็จก็มีการระดมทุนไปลงทุนกัน แล้วก็มีปัญหาตามมาเมื่อบริหารพอร์ตขาดทุนอย่างหนัก มีการโกงกัน มีการฟ้องร้องกัน บางรายก็หลอกระดมเงินแล้วก็หอบเงินหนีหายไปเลย เราจึงคิดแพลตฟอร์มขึ้นมาแก้ปัญหา จัดอันดับจากคนที่เล่นจริง เก่งจริง แล้วก็จะมี Private Fund ให้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นการแก้ปัญหาและขจัดของปลอมให้หมดไป”
นักลงทุนที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มนี้สามารถติดตามเทรดเดอร์ที่เก่งๆและเข้าไปดูข้อมูลการซื้อขาย และตัดสินใจเล่นหุ้นตามหรือไม่ก็ได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายในอัตราที่เหมาะสม
สำหรับการพัฒนาไปสู่การมีกองทุนส่วนบุคคล จะใช้การประมวลผลจากเทรดเดอร์ที่เก่งๆว่ามีรูปแบบการซื้อขายเป็นอย่างไร แล้วเขียนเป็นโค้ดคอมพิวเตอร์ให้ระบบโรบอต หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ทำการซื้อขายหุ้นแทนที่จะมีผู้จัดการกองทุนเป็นบุคคล
นายกระทรวงกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มแพลตฟอร์ม Social Trading ในเอเชียยังเติบโตได้อีกมาก โดยต้องมีบุคลากร มีชุมชนเทรดเดอร์ที่เก่งๆ ในส่วนของบริษัทก็วางแผนจะเชิญเทรดเดอร์ที่มีฝีมือ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างๆ เข้ามาร่วมแข่งขันโชว์ผลงานให้มากขึ้น ทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ และจะไม่เพียงแค่ตลาดหุ้น แต่ยังเป็นการจัดอันดับเทรดเดอร์ฝีมือดีในตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดฟอเร็กซ์ และการลงทุนในสินทรัพย์ทุกๆ ประเภท โดยในอนาคตบริษัทจะมีโครงการความร่วมมือกับโบรกเกอร์ในต่างประเทศเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้นักลงทุนไทยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในตลาดทุกตลาดทั่วโลก และในทรัพย์สินทุกประเภท
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนจะทำรายการโทรทัศน์เพื่อให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไป ปัจจุบันคนไทยยังลงทุนในตลาดหุ้นน้อยมาก มีจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นที่เคลื่อนไหวประมาณ 1 แสนบัญชี ซึ่งยังไม่ถึง 1% ของประชากรทั่วประเทศเลย
นายกระทรวงกล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นมีหลายรูปแบบ ทั้งลงทุนแบบระยะยาว หรือการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น คนไทยควรจะมีความรู้ความเข้าใจกับตลาดหุ้นอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ไปพูดว่าคนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น
ดังนั้นนักลงทุนจึงควรมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารเงินออมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,375 วันที่ 17-20 มิถุนายน 2561






