thansettakij
thansettakij
TGIA ชงคปภ. ขอสิทธิภาษี ควบกิจการ

TGIA ชงคปภ. ขอสิทธิภาษี ควบกิจการ

09 มิ.ย. 61 | 17:00 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 61 | 00:06 น.
สมาคมประกันวินาศภัย เตรียมเสนอคปภ.ขอใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีควบรวมกิจการ หลังเห็นสัญญาณควบรวมเพิ่มขึ้น มั่นใจ 3-5 ปี เห็นรายใหญ่ รวบแชร์ทั้งตลาด 80% กดดันรายเล็ก-รายกลางแข่งลำบาก เหตุต้นทุนค่าใช้จ่าย อัตราความเสียหายสูง

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สมาคมกำลังศึกษาแนวทางการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่าย กรณีการควบรวมกิจการที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการให้ธนาคารพาณิชย์เป็นสิ่งจูงใจในการควบรวมกิจการ ซึ่งหากธุรกิจประกันวินาศภัยสามารถนำมาใช้ได้ จะเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ต่อธุรกิจ โดยจะมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณาและเสนอต่อกระทรวงการคลังต่อไป

“แนวโน้มการควบรวมกิจการ (M&A) มีมากขึ้น เราจึงดูว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยเข้าข่ายสิทธิประโยชน์ของกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะการควบรวมกิจการ 1 ดีล จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเฉลี่ยไม่ตํ่ากว่า 40-50 ล้านบาท ทั้งค่ากฎหมาย ค่าตรวจสอบทรัพย์สิน หากสามารถลดหย่อนได้ก็เป็นเรื่องที่ดี”

ทั้งนี้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยควบรวมไปแล้ว 4 ดีล และอยู่ระหว่างเจรจาอีก 2-3 ราย มีทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพราะต้องการรักษาฐานธุรกิจและรักษาฐานเงินกองทุน เพราะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กอาจจะแข่งขันได้ยากเมื่อเทียบกับรายใหญ่ จึงต้องมองหาพันธมิตร เพื่อต่อยอดการเติบโตของธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน หากดูต้นทุนค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการรายใหญ่จะตํ่ากว่า เมื่อเทียบกับรายกลางและรายเล็กทำให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดดีกว่า โดยรายใหญ่จะมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 10-12% รายกลางเฉลี่ย 18-22% และรายเล็กเฉลี่ยที่ 30% ซึ่งจะสะท้อนไปยังความทนทานต่ออัตราการสูญเสีย (Loss Ratio)อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม 3-5 ปีจากนี้ จะเห็นการควบรวมกิจการของธุรกิจประกันวินาศภัยมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเห็นรายใหญ่ในตลาดมีมากขึ้นและสินทรัพย์เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ 10 อันดับแรกมีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) 50% ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 60% ขนาดธุรกิจก็ใหญ่ขึ้นจาก 12-13 บริษัทและในอนาคตรายใหญ่จะกินส่วนแบ่งตลาดเป็น 80% จะยิ่งเห็นผู้เล่นในตลาดที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางลดลง จากมี 30-40 บริษัท เพราะในระยะยาวหากขนาดของธุรกิจไม่มากพอก็ไม่สามารถแข่งขันได้

หน้า 24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3371 ระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย. 2561

e-book-1-503x62-7
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market