
JIBEX มั่นใจ ก.ม.เงินดิจิตอล สร้างผู้เล่นคุณภาพ
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท JIBEX จำกัด และในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานด้านฟินเทค ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลกระทบจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ร่างประกาศเกณฑ์และแนวทางกำกับสินทรัพย์ดิจิตอลที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่ากรอบกฎหมายที่ออก มาถือว่า ภาครัฐได้เตรียมการมาอย่างดี ช่วงแรกอาจทำให้เกิดการตื่นกลัว ธุรกิจเงินดิจิตอลอาจชะลอบ้าง
แต่ระยะกลางและยาวจะส่งผลดีทำให้ผู้เล่นในตลาดมีคุณภาพใกล้เคียงกับ IPO (Initial Public Offering) และเข้ามาเพื่อการลงทุนจริงๆ ที่สำคัญยังเป็นการคุ้มครองนักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อยไม่ให้เสียหาย เพราะการระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) ต้องผ่าน ICO portal ผู้ทำระบบเสนอขายซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรอง
ส่วนการจัดเก็บภาษีที่มีผู้คัดค้านว่ารัฐจัดเก็บสูงไป เขาเห็นว่าการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินเงินดิจิตอล ไม่ได้สร้างความเสียเปรียบเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นซึ่งต้องเสียภาษีนิติบุคคลอัตรา 20% และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% อยู่แล้ว
ส่วนภาษีกำไรที่ได้จากการขายหรือถือคริปโตฯวย หรือเงินได้ที่เกินกว่าที่ลงทุน (Capital Gain) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ก็ไม่ได้ต่างจากผู้มีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ต้องเสียในอัตรานี้อยู่แล้ว นอกจากนี้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากฐานรายได้ทั้งปีบวกกับกำไรที่ได้จากคริปโตฯ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหากภาษีที่ถูกหักไว้เกินกว่าที่ต้องจ่ายจริง ก็มีสิทธิ์ขอคืนภาษีที่ถูกหักได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ดีหากภาครัฐเห็นว่า การจัดเก็บภาษี Capital Gain ควรจะยกเว้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนสินทรัพย์ประเภทนี้ให้เกิด ระยะแรกก็อาจจะพิจารณาเป็นต้นว่ายกเว้นให้กับนักลงทุนที่ถือระยะยาว เช่นลงทุนเกิน 6 เดือนหรือ 1 ปี เป็นต้น
“กฎหมายแม่ที่ออกมาครอบคลุมค่อนข้างดีอยู่แล้ว และเชื่อว่าเกณฑ์ปฏิบัติจริงอาจมีการยืดหยุ่น ขณะนี้เป็นเพียงการโยนหินถามทาง เพราะก.ล.ต.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย (ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้) ก่อนจะประกาศหลักเกณฑ์บังคับใช้ออกมา”
สำหรับการเป็นศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลหรือ Exchange นั้น JIBEX พร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอใบอนุญาตเป็น Exchange จากปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 5 ล้านบาท
ขณะที่เกณฑ์ ก.ล.ต. กำหนดต้องมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาทและทุนสำรอง 50 ล้านบาท กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องมีประสบการณ์ด้านการเงินหรือวิชาชีพเฉพาะไม่น้อยกว่า 3 ปี มีระบบการจัดการและระบบป้องกันความเสี่ยง ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ JIBEX พร้อมปฏิบัติตาม
ดร.ธรรม์ธีร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาแพลตฟอร์มของ JIBEX จากโรดแมป 4 เฟส ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการเฟสแรก คือเน้นสร้างระบบแพลตฟอร์มที่ดีเพื่อบริการลูกค้า ซึ่ง JIBEX เป็นผู้นำพัฒนาเว็บและแอพพลิเคชันผ่านมือถือเป็นรายแรกของไทย โดยในเฟสแรกได้เปิดให้บริการ Cryptocurrency Wallet ซึ่งมีผู้ฝากแล้วเป็นจำนวนมาก จะเข้าสู่เฟส 2 คือการเปิดให้เทรดสกุลเงินดิจิตอล ช่วงแรกจะให้ใช้กับ 5 สกุลหลักก่อน ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Ripple, Bitcoin Cash และ Litecoin โดยจะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้
“สิ่งสำคัญของตลาดเทรดเงินดิจิตอล ก็คือความเชื่อมั่น (TRUST) จากชื่อเสียงแบรนด์ JIB ที่สร้างมานาน 17 ปี และพาร์ตเนอร์ด้านการเงินการบริหารกองทุน ทำให้มั่นใจว่าภายในปีแรก บริษัทจะบรรลุรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 170 ล้านบาท”
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปี่ที่ 38 ฉบับวันที่ 24-26 พ.ค. 2561
แต่ระยะกลางและยาวจะส่งผลดีทำให้ผู้เล่นในตลาดมีคุณภาพใกล้เคียงกับ IPO (Initial Public Offering) และเข้ามาเพื่อการลงทุนจริงๆ ที่สำคัญยังเป็นการคุ้มครองนักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อยไม่ให้เสียหาย เพราะการระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) ต้องผ่าน ICO portal ผู้ทำระบบเสนอขายซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรอง
ส่วนการจัดเก็บภาษีที่มีผู้คัดค้านว่ารัฐจัดเก็บสูงไป เขาเห็นว่าการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินเงินดิจิตอล ไม่ได้สร้างความเสียเปรียบเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นซึ่งต้องเสียภาษีนิติบุคคลอัตรา 20% และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% อยู่แล้ว
ส่วนภาษีกำไรที่ได้จากการขายหรือถือคริปโตฯวย หรือเงินได้ที่เกินกว่าที่ลงทุน (Capital Gain) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ก็ไม่ได้ต่างจากผู้มีเงินได้จากดอกเบี้ยที่ต้องเสียในอัตรานี้อยู่แล้ว นอกจากนี้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากฐานรายได้ทั้งปีบวกกับกำไรที่ได้จากคริปโตฯ เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนหากภาษีที่ถูกหักไว้เกินกว่าที่ต้องจ่ายจริง ก็มีสิทธิ์ขอคืนภาษีที่ถูกหักได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ดีหากภาครัฐเห็นว่า การจัดเก็บภาษี Capital Gain ควรจะยกเว้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนสินทรัพย์ประเภทนี้ให้เกิด ระยะแรกก็อาจจะพิจารณาเป็นต้นว่ายกเว้นให้กับนักลงทุนที่ถือระยะยาว เช่นลงทุนเกิน 6 เดือนหรือ 1 ปี เป็นต้น
“กฎหมายแม่ที่ออกมาครอบคลุมค่อนข้างดีอยู่แล้ว และเชื่อว่าเกณฑ์ปฏิบัติจริงอาจมีการยืดหยุ่น ขณะนี้เป็นเพียงการโยนหินถามทาง เพราะก.ล.ต.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย (ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้) ก่อนจะประกาศหลักเกณฑ์บังคับใช้ออกมา”
สำหรับการเป็นศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลหรือ Exchange นั้น JIBEX พร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอใบอนุญาตเป็น Exchange จากปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 5 ล้านบาท
ขณะที่เกณฑ์ ก.ล.ต. กำหนดต้องมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาทและทุนสำรอง 50 ล้านบาท กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องมีประสบการณ์ด้านการเงินหรือวิชาชีพเฉพาะไม่น้อยกว่า 3 ปี มีระบบการจัดการและระบบป้องกันความเสี่ยง ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ JIBEX พร้อมปฏิบัติตาม
ดร.ธรรม์ธีร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาแพลตฟอร์มของ JIBEX จากโรดแมป 4 เฟส ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการเฟสแรก คือเน้นสร้างระบบแพลตฟอร์มที่ดีเพื่อบริการลูกค้า ซึ่ง JIBEX เป็นผู้นำพัฒนาเว็บและแอพพลิเคชันผ่านมือถือเป็นรายแรกของไทย โดยในเฟสแรกได้เปิดให้บริการ Cryptocurrency Wallet ซึ่งมีผู้ฝากแล้วเป็นจำนวนมาก จะเข้าสู่เฟส 2 คือการเปิดให้เทรดสกุลเงินดิจิตอล ช่วงแรกจะให้ใช้กับ 5 สกุลหลักก่อน ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, Ripple, Bitcoin Cash และ Litecoin โดยจะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้
“สิ่งสำคัญของตลาดเทรดเงินดิจิตอล ก็คือความเชื่อมั่น (TRUST) จากชื่อเสียงแบรนด์ JIB ที่สร้างมานาน 17 ปี และพาร์ตเนอร์ด้านการเงินการบริหารกองทุน ทำให้มั่นใจว่าภายในปีแรก บริษัทจะบรรลุรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 170 ล้านบาท”
หน้า 17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปี่ที่ 38 ฉบับวันที่ 24-26 พ.ค. 2561






