thansettakij
thansettakij
TPBIพร้อมเข้าตลาดฯมี.ค.นี้ เดินแผนระดมทุนและโรดโชว์ใน-นอกประเทศโซนอาเซียน

TPBIพร้อมเข้าตลาดฯมี.ค.นี้ เดินแผนระดมทุนและโรดโชว์ใน-นอกประเทศโซนอาเซียน

29 ม.ค. 59 | 03:00 น.
TPBI เตรียมแผนระดมทุน และโรดโชว์ในประเทศและอาเซียนก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯมีนาคมนี้ ตั้งเป้ารายได้ปี59 เติบโตต่อเนื่อง ได้อานิสงค์กินยาวจากตลาดต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป โดยเฉพาะอเมริกาได้สิทธิ์นำเข้าโดยไม่เสียภาษีAD

นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือTPBI เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในเดือนมีนาคมนี้บริษัท เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทำให้ระหว่างนี้อยู่ในช่วงเตรียมพร้อมเข้าตลาดฯ โดยใช้งบลงทุนราว 400 ล้านบาท เดินหน้า ขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะขยายผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพื่อเสริมการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลงและมีกำไรมากขึ้น เช่น ขยายโรงงานเพื่อนำเศษเม็ดพลาสติกและเศษพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาหลอมเป็นเม็ดพลาสติก แล้วนำมาเป็นวัตถุดิบผลิตบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกสำหรับใช้ทั่วไป(ถุงหูหิ้ว ถุงม้วนใสสำหรับใส่ผัก ผลไม้ในห้างสรรพสินค้าและถุงขยะ) เป็นการบริหารต้นทุนที่ต่ำลง และช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยนำเศษเม็ดพลาสติกกลับมาสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง และเป็นการลดปริมาณขยะให้น้อยลง

"โรงหลอมที่นำเศษเม็ดพลาสติก และเศษพลาสติกกลับมาใช้ใหม่จะผลิตในนามบริษัท ทีจีอาร์ที รีไซเคิล เทคโนโลยี จำกัด บริษัทลูกของ TPBI ที่รับเทคโนโลยีมาจากเยอรมัน โดยเข้ามาถือหุ้นในบริษัทลูกด้วยสัดส่วน 30% และTPBI ถือหุ้น 40% ส่วนอีก 30% ถือหุ้นในนามบุคคล"

นอกจากนี้ยังเดินแผนขยายการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง(ถุงที่มีลายพิมพ์สวยงาม ลายพิมพ์สินค้าในรูปภาพที่เหมือนจริง และบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุอาหาร) เป็นกลุ่มสินค้าเกรดดี มีการผลิตซับซ้อน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องและความปลอดภัย โดยงบลงทุนดังกล่าวจะทยอยใช้ภายในปี 2559 นี้เกือบทั้งหมด

ทั้งนี้ตามแผนขยายกำลังผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับใช้ทั่วไป ปัจจุบันผลิตได้ 6 หมื่นตันต่อปีจะเพิ่มการผลิตอีกราว 3% ของยอดการผลิตปัจจุบัน ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง มีกำลังผลิต8ล้านเมตรต่อเดือนจะขยายกำลังผลิตอีกประมาณ 20% ของกำลังผลิตปัจจุบัน เพื่อการส่งออก 80%ไปตลาดญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และขายในประเทศ 20% โดยบริษัทฯจะมีรายได้จากบรรจุภัณฑ์ทั่วไปสัดส่วน70% และมีรายได้จากบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง 30%

นอกจากนี้บริษัทฯยังเตรียมพร้อมในการโรดโชว์ในประเทศและประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยจะจัดแถลงข่าวภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ด้วย อย่างไรก็ตามบริษัทฯคาดการณ์ว่าปี 2559 รายได้จะเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวดังกล่าว ดูจากรายได้เมื่อ 9 เดือนแรกปี 2558 บริษัทมียอดขาย 3.460 พันล้านบาท มีกำไร 274 ล้านบาท โดยมีกำไรสูงกว่ากำไรทั้งปีเมื่อปี 2557 ที่มียอดขายทั้งปี 4.784 พันล้านบาท มีกำไร 249 ล้านบาท และดูจากที่ปีนี้ราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก HDPE, LDPE และLL มีราคานำเข้าและราคราซื้อในประเทศถูกลงตามราคาน้ำมัน อีกทั้งได้อานิสงค์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง

สำหรับการแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงพลาสติกที่ผลิตในประเทศไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งแต่เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจเดียวกัน ส่วนการแข่งขันในต่างประเทศ ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญ เช่น มาเลเซีย เวียดนามและจีน ไม่น่ากลัวเนื่องจากค่าแรงงานเริ่มสูงขึ้น ขณะที่การส่งออกไปตลาดใหญ่อย่างอเมริกาก็มีเพียง4 บริษัทในภูมิภาคนี้ที่ส่งไปขายในอเมริกาโดยที่ไม่เสียภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping: AD) หลังจากที่ทั้ง 4 บริษัทประกอบด้วยจากจีน 2 บริษัท มาเลเซีย 1บริษัท และไทย 1 บริษัท(คือบริษัทTBPI หรือชื่อเดิมบริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย จำกัด)ที่สู้คดี หลังตอบโต้การทุ่มตลาดอเมริกาได้สำเร็จ ทำให้ทั้ง 4 บริษัทได้รับโอกาสจากตลาดอเมริกาที่มีขนาดใหญ่มาก

อย่างไรก็ตามปัจจุบันอเมริกาจะตั้งกำแพงภาษีADไว้สูงมากหากมีการนำเข้าจากประเทศอื่นๆ เข้ามา เช่นประเทศมาเลเซีย หากส่งบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกเข้าไปยังตลาดอเมริกาจะเสียภาษี ADในอัตรามากกว่า 80% เวียดนามมากกว่า 50% จีนตั้งแต่อัตราภาษี 7-70% และไทยตั้งแต่อัตรา 4.69-122% เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,126 วันที่ 28 - 30 มกราคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market