
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยอ่อนสลับเด้งกังวลจีนตอบโต้ขึ้นภาษีจากสหรัฐ
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย อ่อนสลับเด้งกังวลจีนตอบโต้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ
นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ( 3 เมษายน 2561 ) อ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,770 - 1,775 จุด ก่อนจะสลับรีบาวด์ จากความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน โดยล่าสุดจีนตอบโต้สหรัฐด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 128 รายการ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว รวมถึงกระทบต่อ Demand การใช้น้ำมันซึ่งกดให้ราคาน้ำมันวานนี้ทรุดตัวลงแรงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามคาดว่าการย่อตัวจะมีสลับเด้งรีบาวด์จากแรงซื้อการ Preview งบ Q1/18 ซึ่งจะช่วยพยุงดัชนีในจังหวะอ่อนตัวได้
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy
• กลุ่มเครื่องดื่ม ( HTC CBG ) อานิสงส์ราคาน้ำตาลลงต่ำสุดในรอบ 2 ปีล่าสุด 12.5 cent/pound
• TVO ราคากากถั่วเหลืองมีแนวโน้มขาขึ้นล่าสุด 378 US/ตัน และคาดกำไรQ1/18 เติบโต QoQ + YoY
• กลุ่ม Domestic Play เช่น กลุ่มโรงพยาบาล (BCH BDMS BH) กลุ่มขนส่ง (AOT)
• กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ( ERW CENTEL MINT SPA ) จำนวนนักท่องเที่ยงต่างชาติเดือนก.พ.เติบโตต่อเนื่องที่ 3.6 ล้านคน +19%YoY
• กลุ่มปิโตรฯ ( IRPC PTTGC IVL ) คาดกำไร Q1/18 ยังคงเติบโต
หุ้นแนะนำวันนี้: MINT (ปิด 38.5 บาท ซื้อ/ เป้า 47 บาท ) ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงจากข่าวเข้าซื้อกิจการในสเปนมากเกินไป ส่งผลให้ Valuation ในปัจจุบันปรับตัวลงและถูกกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มโดย มี P/E ซื้อขายเฉลี่ยเพียง 28 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของ Sector ที่ 30-35 เท่า แนวโน้มของกำไรยังเติบโตโดดเด่นประมาณ 18-21% ต่อปีไปอีก 3 ปีข้างหน้า จากแนวโน้มธุรกิจท่องเที่ยวที่ดีขึ้นและธุรกิจร้านอาหารปรับตัวดีขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ
ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีปี 2018: ธนาคาร, พลังงาน, อาหารและเครื่องดื่ม และ อสังหาริมทรัพย์
Top picks ปีนี้ : ANAN, BANPU, BBL, BCH, IVL, HTC, MINT, PTTGC, SPALI and TMB
KSS report วันนี้ :TPCH (ปิด 10.6 ซื้อ/ เป้าใหม่ 14 เดิม 20)
ประเด็นสำคัญวันนี้:
- ดาวโจนส์ร่วงแรงกว่า 459 จุด กังวลสงครามการค้าหลังจีนออกมาตรการตอบโต้ทางภาษีกับสหรัฐ : ดาวโจนส์ร่วงแรงกว่า 459 จุด (-1.9%) ปิดที่ 23,644 จุด กังวลปัญหาสงครามการค้าหลังจากจีนประกาศตอบโต้สหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าการออกมาตรการตอบโต้ของจีนในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงหรือขยายตัวเป็นวงกว้างเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเรียกเก็บภาษีสินค้าจำพวกผลไม้และเนื้อหมูซึ่งมีมูลค่าและ Value Chain ไม่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอื่น
- น้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 1.93 $/bbl กังวลอุปสงค์น้ำมันดิบลดจากปัญหาสงครามการค้าและยังถูกกดดันจากข่าวซาอุฯเตรียมลดราคาน้ำมันในตลาดเอเชีย : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงแรงกว่า 1.93$/bbl (-3%) ปิดที่ 63 $/bbl จาก 3 ปัจจัยลบคือ 1) กังวลปัญหาสงครามการค้ากดดันความต้องการน้ำมันดิบลดลง, 2)กังวลรัสเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่ม OPEC หลังรัสเซียทำการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็น 10.97 ล้านบาร์เรลต่อวันจาก 10.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 3)มีข่าวซาอุฯอาจจะลดราคาขายส่งน้ำมันดิบให้กับประเทศในเอเชีย
-Fund Flow ต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 : วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาค US$173 ล้าน โดยขายมากที่สุดในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ US$61 ล้าน ตามด้วยไต้หวัน US$48 ล้าน ส่วนประเทศในกลุ่ม TIP ต่างชาติขายมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย US$35 ล้าน ตามด้วยอินโดฯ US$ 18 ล้าน และฟิลิปปินส์ US$12 ล้าน ตามลำดับ
นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ( 3 เมษายน 2561 ) อ่อนตัวลงทดสอบแนวรับ 1,770 - 1,775 จุด ก่อนจะสลับรีบาวด์ จากความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน โดยล่าสุดจีนตอบโต้สหรัฐด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 128 รายการ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว รวมถึงกระทบต่อ Demand การใช้น้ำมันซึ่งกดให้ราคาน้ำมันวานนี้ทรุดตัวลงแรงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามคาดว่าการย่อตัวจะมีสลับเด้งรีบาวด์จากแรงซื้อการ Preview งบ Q1/18 ซึ่งจะช่วยพยุงดัชนีในจังหวะอ่อนตัวได้
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : Selective Buy
• กลุ่มเครื่องดื่ม ( HTC CBG ) อานิสงส์ราคาน้ำตาลลงต่ำสุดในรอบ 2 ปีล่าสุด 12.5 cent/pound
• TVO ราคากากถั่วเหลืองมีแนวโน้มขาขึ้นล่าสุด 378 US/ตัน และคาดกำไรQ1/18 เติบโต QoQ + YoY
• กลุ่ม Domestic Play เช่น กลุ่มโรงพยาบาล (BCH BDMS BH) กลุ่มขนส่ง (AOT)
• กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ( ERW CENTEL MINT SPA ) จำนวนนักท่องเที่ยงต่างชาติเดือนก.พ.เติบโตต่อเนื่องที่ 3.6 ล้านคน +19%YoY
• กลุ่มปิโตรฯ ( IRPC PTTGC IVL ) คาดกำไร Q1/18 ยังคงเติบโต
หุ้นแนะนำวันนี้: MINT (ปิด 38.5 บาท ซื้อ/ เป้า 47 บาท ) ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงจากข่าวเข้าซื้อกิจการในสเปนมากเกินไป ส่งผลให้ Valuation ในปัจจุบันปรับตัวลงและถูกกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มโดย มี P/E ซื้อขายเฉลี่ยเพียง 28 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของ Sector ที่ 30-35 เท่า แนวโน้มของกำไรยังเติบโตโดดเด่นประมาณ 18-21% ต่อปีไปอีก 3 ปีข้างหน้า จากแนวโน้มธุรกิจท่องเที่ยวที่ดีขึ้นและธุรกิจร้านอาหารปรับตัวดีขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ
ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีปี 2018: ธนาคาร, พลังงาน, อาหารและเครื่องดื่ม และ อสังหาริมทรัพย์
Top picks ปีนี้ : ANAN, BANPU, BBL, BCH, IVL, HTC, MINT, PTTGC, SPALI and TMB
KSS report วันนี้ :TPCH (ปิด 10.6 ซื้อ/ เป้าใหม่ 14 เดิม 20)
ประเด็นสำคัญวันนี้:
- ดาวโจนส์ร่วงแรงกว่า 459 จุด กังวลสงครามการค้าหลังจีนออกมาตรการตอบโต้ทางภาษีกับสหรัฐ : ดาวโจนส์ร่วงแรงกว่า 459 จุด (-1.9%) ปิดที่ 23,644 จุด กังวลปัญหาสงครามการค้าหลังจากจีนประกาศตอบโต้สหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐจำนวน 128 รายการ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าการออกมาตรการตอบโต้ของจีนในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงหรือขยายตัวเป็นวงกว้างเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเรียกเก็บภาษีสินค้าจำพวกผลไม้และเนื้อหมูซึ่งมีมูลค่าและ Value Chain ไม่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอื่น
- น้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 1.93 $/bbl กังวลอุปสงค์น้ำมันดิบลดจากปัญหาสงครามการค้าและยังถูกกดดันจากข่าวซาอุฯเตรียมลดราคาน้ำมันในตลาดเอเชีย : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงแรงกว่า 1.93$/bbl (-3%) ปิดที่ 63 $/bbl จาก 3 ปัจจัยลบคือ 1) กังวลปัญหาสงครามการค้ากดดันความต้องการน้ำมันดิบลดลง, 2)กังวลรัสเซียไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่ม OPEC หลังรัสเซียทำการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็น 10.97 ล้านบาร์เรลต่อวันจาก 10.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 3)มีข่าวซาอุฯอาจจะลดราคาขายส่งน้ำมันดิบให้กับประเทศในเอเชีย
-Fund Flow ต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 : วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาค US$173 ล้าน โดยขายมากที่สุดในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ US$61 ล้าน ตามด้วยไต้หวัน US$48 ล้าน ส่วนประเทศในกลุ่ม TIP ต่างชาติขายมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย US$35 ล้าน ตามด้วยอินโดฯ US$ 18 ล้าน และฟิลิปปินส์ US$12 ล้าน ตามลำดับ






