thansettakij
thansettakij
จี้ก.ล.ต.ปลดล็อกIFEC ‘ทวิช’พร้อมนั่งก.ก.ฟื้นฟู

จี้ก.ล.ต.ปลดล็อกIFEC ‘ทวิช’พร้อมนั่งก.ก.ฟื้นฟู

15 มี.ค. 61 | 08:17 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มี.ค. 61 | 15:17 น.
“ทวิช เตชะนาวากุล” ผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC เรียกร้องก.ล.ต.ใช้อำนาจเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้ทันเม.ย.นี้ แทนใช้รายย่อยเป็นแกนนำรวบรวมหุ้น ลั่นยินดีร่วมเป็นกรรมการฟื้นฟูบริษัท

จากการที่คณะกรรม การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อาศัยอำนาจมาตรา 58 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯให้กรรมการบริษัทอินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่นฯ (IFEC) เร่งแก้ไขปัญหาและจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นโดยเร็ว โดยให้กรรมการ IFEC ชี้แจงเป็นรายบุคคลว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาพร้อมให้เปิดเผยคำชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 7 วัน หรือวันที่ 5 มีนาคม 2561 ก่อนที่นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารIFEC จะยื่นหนังสือถึง ก.ล.ต. ขอขยายระยะเวลาชี้แจงไปเป็นวันที่ 20 มีนาคม 2561

นายทวิช เตชะนาวากุล เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ IFEC เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐ กิจ” ว่าการที่บริษัท เลื่อนคำชี้แจงออกไปอีก 2 สัปดาห์ ก็ไม่ต่างกับการประวิงเวลา และส่อถึงเจตนาการมีวาระซ่อนเร้น เพราะผ่านมาปีกว่าบุคคลที่แต่งตั้งเข้าไปบริหารก็ยังไม่ดำเนินการอะไร หรือมีโครงการใหม่ๆ ทำออกมาให้เห็น

[caption id="attachment_146048" align="aligncenter" width="503"] นายทวิช เตชะนาวากุล นายทวิช เตชะนาวากุล[/caption]

“หลักทรัพย์ IFEC ถูกพักการซื้อขาย (SP) มาเป็นเวลาปีกว่า เนื่องจากผู้บริหารไม่สามารถชี้แจงการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน (B/E) และขณะนี้ IFEC เข้าข่ายที่จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะน่าเสียดายมากหากต้องถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะหากเป็นเช่นนั้นกระบวนการตรวจสอบโดยภาครัฐจะไม่เหมือนกับบจ.ที่อยู่ภายใต้กำกับของ ก.ล.ต.”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยนำโดยนางสาวเยาวลักษณ์ ฤทธิ์สมจิตร ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 รายคือ นายทวิช เตชะนาวากุล ถือหุ้นสัดส่วน 10.3%, นายอภิศักดิ์ เทพผดุงพร ถือหุ้น 4.30%, นายอนันต์ ตันต- สิรินทร์ ถือหุ้น 2.54% และนางกนกวรรณ พรทรัพย์อนันต์ ถือหุ้น 1.91% เพื่อขอความร่วมมือลงนามในหนังสือขอให้จัดประชุมเพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ดีการจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น นายทวิช ให้ความเห็นว่าสามารถทำได้ 2 แนวคือ 1. มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริษัทมหาชน พ.ศ. 2535 ผู้ถือหุ้นต้องมีสัดส่วนหุ้น 10% ถึงจะเข้าชื่อทำหนังสือร้องขอให้กรรมการจัดประชุมได้ภายใน 45 วัน และหากกรรมการไม่ยอมจัดประชุมให้ หลังครบเวลา 45 วันแล้วผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนหุ้น 10% ทำหนังสือเรียกประชุมเองได้

แต่ทั้งนี้ในวันประชุม องค์ประชุมต้องมีจำนวนผู้ถือหุ้นมาไม่น้อยกว่า 25 คนหรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด และต้องมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่าย (เป็น 33.33%) หากไม่ครบองค์ประชุมต้องระงับการประชุม ไม่สามารถส่งหนังสือนัดประชุมใหม่อีกครั้งได้

บาร์ไลน์ฐาน “ผมมองว่าแนวทางแรกนี้เป็นไปได้ยากที่องค์ประชุมจะได้ 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้น รวมรายย่อยแล้ว 15% ก็ตาม ซึ่งจะไม่ทันฤดูกาลประชุมของบจ.ในตลาดที่กำหนดไม่เกินภายในเดือนเมษายนนี้” นายทวิช กล่าว พร้อมเสนอว่า แนวทางที่ 2 คือมาตรา 83 ตามพ.ร.บ.มหาชน ที่ให้อำนาจก.ล.ต. สามารถเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ เพราะขณะนี้ผู้ถือหุ้นต่างก็อยากทราบว่าผลการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขปัญหาของบริษัทจะเป็นอย่างไร ?

การเลือกประธานกรรมการและกรรมการชุดใหม่มีความสำคัญมาก ภาพลักษณ์ต้องดี มีความเป็นมืออาชีพเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นว่าสามารถนำพาองค์กรให้พ้นวิกฤติ และการเป็นบริษัทมหาชน ตนมีความยินดีที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะฟื้นฟูให้บริษัทขับเคลื่อนต่อไปได้ และมองว่าก.ล.ต.ก็คงเห็นปัญหาไม่ต่างกัน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีคำสั่งให้ บุคคล/บริษัท เร่งแก้ปัญหา”

ถามข้อถามถึงเงินลงทุน? นายทวิช ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้ลงทุนหลักทรัพย์ IFEC และในตั๋วแลกเงิน (B/E) รวมเป็นมูลค่ากว่าพันล้านบาท มูลค่าขณะนี้ก็ไม่ต่างกับกระดาษแผ่นหนึ่ง

ด้านนางสาวเยาวลักษณ์ ฤทธิ์สมจิตร ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยกล่าวว่า หลังจากได้ยื่นหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขั้นตอนต่อจากนี้จะไปขอพบผู้บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดต่อกับลูกค้าที่ถือหุ้น IFEC ได้ทราบข่าวสารการดำเนินการรวบรวมหุ้นเพื่อขอจัดการประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,347 วันที่ 11 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market