thansettakij
thansettakij
เฝ้าระวังแหล่งนํ้าชลบุรีน่าห่วง นํ้าเริ่มลดระดับลง อ่างเก็บนํ้าบางพระเหลือไม่ถึง 50%

เฝ้าระวังแหล่งนํ้าชลบุรีน่าห่วง นํ้าเริ่มลดระดับลง อ่างเก็บนํ้าบางพระเหลือไม่ถึง 50%

19 ม.ค. 59 | 14:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ม.ค. 59 | 15:03 น.
4 พันโรงงานในพื้นที่ชลบุรียังระทึก ห่วงแหล่งน้ำหลักแห้งขอด ต้องจับตารายวัน หลายแหล่งมีระดับน้ำไม่ถึงครึ่งของความจุอ่าง ขณะที่ภาคท่องเที่ยว หวั่นซ้ำรอยปี 2547 ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีเผยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมกำชับให้ทุกโรงงานดูแลบริหารจัดการน้ำอย่างระวังที่สุด

[caption id="attachment_27068" align="aligncenter" width="500"] อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี[/caption]

แหล่งข่าวจากภาคเอกชนซึ่งตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยองรายหนึ่ง เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า บริษัทตั้งโรงงานอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม มีความกังวลว่าปริมาณน้ำเพื่อใช้ในภาคการผลิตจะไม่เพียงพอในช่วงภัยแล้งปีนี้ หากดูจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ราว 9 แห่ง(ดูตาราง) บางแหล่งมีระดับน้ำต่ำมากในขณะนี้ โดยเฉพาะในอ่างเก็บน้ำบางพระที่มีความจุอ่างมากที่สุดถึง 117 ล้าน ลบ.ม. ณ วันที่ 14 มกราคม 2559 เหลือปริมาณน้ำเพียง 42.524 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 36.35% ของความจุอ่าง เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่นอกนิคมและในเขตนิคมอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 4 พันโรงงาน อีกทั้งปริมาณน้ำดังกล่าวจะต้องป้อนให้กับภาคท่องเที่ยวและการบริโภคของประชาชนด้วย

สอดคล้องกับที่นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี กรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ต ซันไชน์ และประธานที่ปรึกษาสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำปี 2547 ทำให้ได้รับบทเรียนครั้งสำคัญมาแล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่มีประชุมภาคท่องเที่ยวในพื้นที่จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมาหารือด้วย ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกหรืออีสต์ วอเตอร์ การประปาเมืองพัทยา ซึ่งล่าสุดก็มีการประชุมร่วมกันเรื่องการผันน้ำจากแหล่งอื่นมาช่วย ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ยังรับมือได้อยู่ แต่ยังต้องเฝ้าติดตามอีก 3-6 เดือนข้างหน้านี้ เพราะชลบุรีเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของประเทศ และปีนี้ก็เป็นอีกปีที่เกรงว่าจะเกิดการซ้ำรอยแบบปี 2547 ได้ จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างรอบคอบและใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ด้านนายภูษิต พรหมเมศร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานชลบุรี เปิดเผยถึงระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่จังหวัดชลบุรียังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ว่าระดับน้ำแต่ละอ่างเก็บน้ำบางแห่งจะอยู่ในเกณฑ์ไม่ถึง 50% ของความจุอ่าง(ดูตารางสถานะน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก) แต่ยังมีการการผันน้ำจากระยองมาช่วยเสริม โดยภาพรวมน่าจะรับมือได้ถึงเดือนมิถุนายน2559 นี้ โดยทุก 15 วันจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกรมชลประทานชลบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผันน้ำทั้งการประปาชลบุรี การประปาพัทยา รวมถึงอีสต์ วอเตอร์

นายสมพล โนดไธสง อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้ทุกโรงงานดูแลบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวังตั้งแต่การประหยัดน้ำ การดูแลรักษาบ่อบำบัดน้ำเสีย การนำน้ำเสียมาหมุนเวียนใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งนี้

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีปัจจุบันจะมีโรงงานทั้งสิ้นราว 4.5 พันโรงงานในจำนวนนี้แบ่งเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมราว 3.5 พันโรงงาน และตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมราว 1 พันโรงงาน ในพื้นที่ชลบุรีโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน แม่พิมพ์โลหะ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหารแปรรูป อาหารทะเล ที่ส่วนใหญ่จะเริ่มวางแผนรับมือภัยแล้งปีนี้แล้ว

ก่อนหน้านี้นายเจริญสุข วรพรรณโสภาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสต์วอเตอร์ กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุน700 ล้านบาทในการวางท่อส่งน้ำเพิ่มขึ้นอีกเส้นจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยองไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จ.ชลบุรี เพิ่มอีก 1 เส้นระยะทาง 20 กิโลเมตร เพิ่งเริ่มก่อสร้าง และมีกำหนดเสร็จเดือนเมษายน2559 จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มมายังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จ.ชลบุรีประมาณ 5 หมื่นลบ.ม. เพื่อมาหนุนการใช้น้ำในจังหวัดชลบุรีที่มีการใช้น้ำวันละ 2 แสนลบ.ม. รวมถึงการซื้อน้ำมาจากแหล่งอื่นๆ มาเสริมด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,123 วันที่ 17 - 20 มกราคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market