thansettakij
thansettakij
ศาลตัดสิน "บ้านปู" เเพ้ "หงสา" จ่าย 1,500 ล้าน+ดบ. 7.5%

ศาลตัดสิน "บ้านปู" เเพ้ "หงสา" จ่าย 1,500 ล้าน+ดบ. 7.5%

06 มี.ค. 61 | 06:15 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มี.ค. 61 | 13:15 น.
(เบื้องต้น) ศาลฎีกาตัดสินในวันนี้ให้บริษัทบ้านปูพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) หรือ "บ้านปู" จำเลย จ่ายเงิน 1,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% นับตั้งแต่วันฟ้องปี 2550 ให้กับบริษัท ไทย–ลาว ลิกไนต์ (ประเทศไทย) หรือ TLL และกลุ่มงานทวี ในฐานะโจทก์ ในคดีโรงไฟฟ้าหงสา หลังจากดำเนินการฟ้องร้องมานานกว่า 10 ปี

- 6 มี.ค. 61 - โดยวันนี้ในช่วงเช้านั้นดตลาดหลักทรัพย์เเห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขายชั่วคราว (H) สำหรับการซื้อขายรอบเช้าในหุ้น BANPU และบริษัท บ้านปูพาวเวอร์ จำกัด(มหาชน)(BPP) เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างรอผลคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์และการตัดสินใจในการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ บริษัท ไทย–ลาว ลิกไนต์ (ประเทศไทย) หรือ TLL และกลุ่มงานทวี ได้มีการฟ้องร้องตั้งแต่ปี 2550 แบ่งฟ้องทั้งรัฐบาลสปป.ลาว ในฐานะผู้ยกเลิกสัมปทานกับ TLL และบ้านปู ในฐานะผู้เข้ามารับสัมปทานแทน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลสปป.ลาว ชนะคดีหลังศาลสูงสุดของมาเลเซียยกฟ้อง

ขณะที่บ้านปูนั้น ศาลแพ่งตัดสินให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย 31,740 ล้านบาท แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ ตัดสิน ยกฟ้อง ทำให้บ้านปูไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจนคดีมาถึงการพิจารณาของศาลฎีกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ เมืองหงสา แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ บ้านปู ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มพลังงานทดแทน เพื่อลดความเสี่ยงในธุรกิจถ่านหิน จนทุกวันนี้ธุรกิจพลังงานทดแทนมีรายได้เเละนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ในปี 2559 โดยบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูถือหุ้นอยู่ที่ 78.64% ดำเนินธุรกิจพลังงานทั้งพลังงานไฟฟ้า พลังงานไอน้ำ มีกำลังผลิตรวม 2,068 เมกะวัตต์ มีโครงการรอพัฒนา 721 เมกะวัตต์ ตามแผนงานระยะยาวบริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตถึงปี 2564 เป็น 2,800 เมกะวัตต์ มาจากโครงการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น และจีน ปัจจุบันมีการลงทุนโรงไฟฟ้าโดยตรง และตามสัดส่วนเงินลงทุน ซึ่งครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าหงสา BPP ที่ได้รับสัมปทาน จากรัฐบาล สปป.ลาว คือโรงไฟฟ้าและถ่านหินลิกไนต์ ระยะเวลา 25 ปี นับตั้งแต่เริ่มผลิตไฟฟ้าและถ่านหินเชิงพาณิชย์ โดยเข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเม็ดเงินลงทุน 3,700 ล้านเหรียญฯ กำลังการผลิตอยู่ที่ 1,878 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งดำเนินการเชิงพาณิชย์ เป็น 3 หน่วยการผลิต โดยได้เปิดดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2558-2559 ซึ่งได้ทำการ COD ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบางส่วนจำหน่ายให้กับ สปป. ลาว

จากรายการผลประกอบการ BPP ในรอบปี 2560 บริษัทมีรายได้ 6,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.82% จากปีก่อน มีกำไรสุทธิ 4,242 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากปีก่อน ตามโครงสร้างรายได้มาจากพลังงานไฟฟ้า 53.33% พลังงานไอน้ำ 40.38% และรายได้จากการขายอื่นๆ 6.29%

เฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าหงสา มีรายได้ 20,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.33% จากปีก่อน มีกำไรก่อนหักภาษี 13,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน ขณะที่กำไรตามส่วนแบ่งการลงทุนของ BPP อยู่ที่ 3,143 ล้านบาท แต่รับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 908 ล้านบาท ทำให้รับรู้กำไรในงวดนี้ที่ 2,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.62%

ตามการประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี อัตราการผลิต (EAF) ที่มั่นคงของโครงการหงสาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต ให้กับบริษัทจากปี 2560 อยู่ที่ 81% ซึ่งสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ ที่ 80% ซึ่งคาดว่าปีนี้ EAF ของหงสาจะสูงถึง 83% ใกล้เคียงกับที่บริษัทคาดการณ์สูงกว่า 80% ประเมินส่วนแบ่งกำไรจากหงสาปีนี้จะอยู่ที่ 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% จากปีก่อน แนะนำ ซื้อ สะสม BPP ที่ 31บาท

โดยราคาหุ้น BANPU เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ปิดที่ 23.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ทำราคาสูงสุด 23.50 บาท ต่ำสุด 22.70 บาท ขณะที่ BPP ราคาปิด 25.50 บาทเพิ่มขึ้น 0.50 บาท สูงสุดที่ 26 บาท ต่ำสุด 25.25 บาท

อนึ่ง คำตัดสินของศาลฎีกาดังกล่าว ทำให้ BANPU ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามข้อเรียกร้องของนายศิวะ งานทวี มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ขณะที่มีรายงานข่าวจาก BANPU เปิดเผยว่า นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัท และนางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในช่วงบ่ายวันนี้
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market