
CRD โชว์งบ Q4/60 กำไรเพิ่ม100% ประกาศปันผล 0.0415 บ./หุ้น
บมจ.เชียงใหม่ริมดอย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 4 รายได้ 406 ล้านบาท และกำไร 14.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% และ 100% ส่วนงบปี 2560 มีรายได้ 1,366.8 ล้านบาท กำไรอยู่ที่ 43.91 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.0415 บาทต่อหุ้น จ่ายปันผลวันที่ 24 เม.ย. เผยปีนี้ปรับสัดส่วนการรับงานเอกชนเพิ่มเป็น 60% จากเดิม 15% เหตุตั้งแต่ต้นปีรับงานต่อเนื่อง
[caption id="attachment_260892" align="aligncenter" width="335"]
นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์[/caption]
นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD ผู้ประกอบกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไปประเภทต่างๆ และการรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภค เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2560 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 406 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% และ 100% ตามลำดับจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 301 ล้านบาท กำไร 7 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการในปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 1,366.8 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 320.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ที่มีรายได้ 1,046.2 ล้านบาท ส่วนกำไร 43.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสาเหตุของการเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทมีการรับรู้รายได้แบ่งเป็นงานที่แล้วเสร็จ และส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันตามสัญญา ซึ่งยังมีสัดส่วนการรับงานราชการอยู่ที่ 85 % ส่วนที่เหลือเป็นงานภาคเอกชน
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันสำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.0415 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20.75 ล้านบาท คิดเป็น 50.1% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 เมษายน 2561 ปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้นในวันที่ 3 เมษายน 2561 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เมษายน 2561 อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 27 มีนาคม 2561
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทยังดำเนินการด้วยกลยุทธ์คุณภาพงานก่อสร้างและการส่งมอบงานให้ทันตามกำหนดเวลา เพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ปัจจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ประมาณ 892 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทงานภาคเอกชนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทอาจจะปรับสัดส่วนการรับงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 60% จากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนประมาณ 15% ขณะที่งานภาครัฐจะอยู่ที่ 40% ซึ่งเป็นตามปรับตามงานเอกชนที่เข้ามามากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัท
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเข้าร่วมประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงโอกาสในงานใหม่ๆทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จากผลงานของบริษัทที่หงสา และศักยภาพที่สามารถดำเนินงานได้อย่างหลากหลาย พร้อมรักษาระดับงานในมือให้มีอัตราไม่ต่ำกว่า1,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่องในทุกไตรมาสของการดำเนินงานในปีนี้
[caption id="attachment_260892" align="aligncenter" width="335"]
นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ริมดอย จำกัด (มหาชน) หรือ CRD ผู้ประกอบกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไปประเภทต่างๆ และการรับเหมาก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภค เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2560 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 406 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% และ 100% ตามลำดับจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 301 ล้านบาท กำไร 7 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการในปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 1,366.8 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 320.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ที่มีรายได้ 1,046.2 ล้านบาท ส่วนกำไร 43.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสาเหตุของการเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทมีการรับรู้รายได้แบ่งเป็นงานที่แล้วเสร็จ และส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันตามสัญญา ซึ่งยังมีสัดส่วนการรับงานราชการอยู่ที่ 85 % ส่วนที่เหลือเป็นงานภาคเอกชน
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันสำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.0415 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20.75 ล้านบาท คิดเป็น 50.1% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 เมษายน 2561 ปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้นในวันที่ 3 เมษายน 2561 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เมษายน 2561 อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 27 มีนาคม 2561
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเข้าร่วมประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงโอกาสในงานใหม่ๆทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จากผลงานของบริษัทที่หงสา และศักยภาพที่สามารถดำเนินงานได้อย่างหลากหลาย พร้อมรักษาระดับงานในมือให้มีอัตราไม่ต่ำกว่า1,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอและต่อเนื่องในทุกไตรมาสของการดำเนินงานในปีนี้






