
3 เซียนแนะหุ้นเด็ด
ในงานสัมมนา “หุ้นไทยไป 2000 จุด? หุ้นเด็ดพิชิตตลาด” จัดโดย “ฐานเศรษฐกิจ” เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ชั้นนำที่เข้าร่วมสัมมนาได้แนะนำหุ้นที่มีทั้งหุ้นที่น่าซื้อเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น หุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูง หุ้นปันผล และหุ้นเพื่อการลงทุนในระยะยาว
เริ่มจากนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำหุ้นเด่นจากมุมมองของ บล.ซีแอลเอสเอฯ แนะนำหุ้น WHA หรือ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จากปัจจัยบวกที่ส่งเสริมทั้งการลงทุนภาครัฐภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้หุ้น WHA มีความน่าสนใจ นอกจากนี้ จากการเติบโตขึ้นของธุรกิจ E-Commerce จะทำให้มีการมองหาคลังสินค้าระดับพรีเมียม ซึ่ง WHA ก็จะได้ประโยชน์จากประเด็นนี้
หุ้นอีกกลุ่มที่น่าสนใจคือกลุ่มโรงพยาบาล หุ้น BDMS หรือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ มีราคาลดลงมาในระดับที่น่าสนใจ มีผลงานที่คาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดด
สำหรับหุ้นในกลุ่มพลังงานแนะนำหุ้น PTT (บมจ.ปตท.) และ PTTGC (บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล) ทางบล.ซีแอลเอสเอฯแนะนำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็ยังแนะนำอยู่โดยได้ปรับปรุงข้อมูลและมองราคาเป้าหมายของ PTT ที่ 575 บาท หุ้นในกลุ่มก่อสร้างอย่าง CK (บมจ.ช.การช่าง) และ UNIQ (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น) ก็มีงานเพิ่มมากขึ้นจากการลงทุนภาครัฐ แม้มุมมองของต่างชาติอาจจะมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ราคาค่อนข้างแพงเพราะราคาหุ้นได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2559 แล้วก็ตาม
จากแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวที่ดีขึ้นรวมถึงปีนี้จะเป็นปีที่เริ่มมีการเฉลิมฉลองกันมากขึ้นทำให้ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจสื่อจะได้รับผลประโยชน์ มองว่าหุ้นอย่าง BEC (บีอีซีเวิลด์) น่าจะได้ประโยชน์แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจสื่อ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้ลดลงมาจากระดับ 65 บาทลงมาอยู่ที่ 12-13 บาท ถือว่าค่อนข้างลงมาตํ่ามากทำให้เริ่มมีนักลงทุนเข้ามาให้ความสนใจในหุ้นตัวนี้
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี จก. กล่าวว่า หุ้นที่แนะนำแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ หุ้นที่เป็น Global play และหุ้นที่เป็น Growth stock โดยในส่วนของหุ้น Global play นั้นแนะนำหุ้นบมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล หรือ PTTGC เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามีการปิดซ่อมบำรุง จึงทำให้ฐานกำไรค่อนข้างตํ่า ประมาณ 25,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 ก็ถือว่ามากกว่าทั้งปี 2559 แล้ว ดังนั้นจึงจะเห็นอัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นและการที่ออกไปจับมือกับพันธมิตรต่างๆ จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นจึงน่าจะเป็น upside หุ้น PTTGC ได้
หุ้น HTC ถือเป็น Top Pick ของ บล.กรุงศรีฯ ให้ราคาเป้าหมาย 35 บาท HTC เป็นหุ้นขนาดกลางที่มีการเติบโตสูง มีส่วนแบ่งตลาดนํ้าอัดลมในภาคใต้ 80% การลอยตัวราคานํ้าตาลจะส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทเนื่องจาก HTC ใช้นํ้าตาลถึง 35% ทุก 1 บาทของราคานํ้าตาลที่ลดลงจะทำให้ HTC ได้กำไร 50-60 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าผลประกอบการปีที่ผ่านมาจะมีกำไร 280-300 บาท คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโต 40%
บล.กรุงศรีฯ ยังได้แนะนำหุ้น PSL ให้ราคาเป้าหมาย 17 บาท ถึงแม้ผลการดำเนินงานจะติดลบต่อเนื่องมาหลายไตรมาส แต่ผลการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายมีกำไร 100 ล้านบาท และถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมาจะยังออกมาติดลบแต่ติดลบน้อยลง และคาดว่าในปีนี้จะมีผลการดำเนินงานกำไร 400 ล้านบาทจากค่าระวางเรือที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จก. (มหาชน) แนะนำหุ้น PTT โดยมีราคาเป้าหมายที่ 512 บาท จากราคานํ้ามันดิบโลกที่พุ่งขึ้น สมมติฐานราคานํ้ามันดิบปรับขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลต่อ PTT ขึ้น 2 บาท แรงเสริมจากบริษัทลูกทั้ง PTTGC ที่มีกำลังการผลิตเพิ่ม และมีโอกาสที่หุ้นจะปรับต่อได้อีก หากมีการโอนทรัพย์สินธุรกิจนํ้ามันและค้าปลีกของปตท.ให้กับบริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ที่คาดจะเข้าตลาด หลักทรัพย์ฯปีหน้าจะเป็นอัพไซด์ส่วนเพิ่มของปตท.ไม่น้อยกว่า 30 บาท
BGRIM (บมจ.บี.กริม เพาเวอร์) โดดเด่นสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า การเล่นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า วันนี้ไม่ใช่กลุ่มที่จ่ายปันผลเท่านั้น แต่เริ่มพลิกมาดูในเรื่องอัตราเติบโต คาดปีนี้ BGIM จะเติบโตราว 60% และประโยชน์ที่จะได้จากการปรับขึ้นค่าเอฟที รอบเดือนเมษายนนี้ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 34 บาท
BH (บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) การเติบโตของธุรกิจต่างชาติ สัญญาณบวกจากลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลางที่เริ่มกลับมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากที่ปัจจัยราคานํ้ามันดิบปรับดีขึ้น คาดไตรมาสแรกนี้ BH น่าจะทำนิวไฮ ตั้งราคาเป้าหมายที่ 230 บาท
PRM (บมจ.พริมา มารีน) บริษัทขนส่งเกี่ยวกับนํ้ามัน ยังขึ้นต่อได้อีกจากทิศทางของนํ้ามันดิบที่ดีต่อเนื่อง และการขนส่งไปทางใต้ที่ยังไม่มีท่อ จึงต้องใช้บริการ PRM
DDD (บมจ.ดู เดย์ ดรีม) ภาพรวมของความสวยความงามยังมีอย่างต่อเนื่อง จะเป็นจุดขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจนี้ การขยายช่องทางการขายเข้าสู่คิงเพาเวอร์ แฟมิลี่มาร์ท โดยเฉพาะตลาดจีนถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
เริ่มจากนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำหุ้นเด่นจากมุมมองของ บล.ซีแอลเอสเอฯ แนะนำหุ้น WHA หรือ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จากปัจจัยบวกที่ส่งเสริมทั้งการลงทุนภาครัฐภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้หุ้น WHA มีความน่าสนใจ นอกจากนี้ จากการเติบโตขึ้นของธุรกิจ E-Commerce จะทำให้มีการมองหาคลังสินค้าระดับพรีเมียม ซึ่ง WHA ก็จะได้ประโยชน์จากประเด็นนี้
สำหรับหุ้นในกลุ่มพลังงานแนะนำหุ้น PTT (บมจ.ปตท.) และ PTTGC (บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล) ทางบล.ซีแอลเอสเอฯแนะนำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และก็ยังแนะนำอยู่โดยได้ปรับปรุงข้อมูลและมองราคาเป้าหมายของ PTT ที่ 575 บาท หุ้นในกลุ่มก่อสร้างอย่าง CK (บมจ.ช.การช่าง) และ UNIQ (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น) ก็มีงานเพิ่มมากขึ้นจากการลงทุนภาครัฐ แม้มุมมองของต่างชาติอาจจะมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ราคาค่อนข้างแพงเพราะราคาหุ้นได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2559 แล้วก็ตาม
จากแนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวที่ดีขึ้นรวมถึงปีนี้จะเป็นปีที่เริ่มมีการเฉลิมฉลองกันมากขึ้นทำให้ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจสื่อจะได้รับผลประโยชน์ มองว่าหุ้นอย่าง BEC (บีอีซีเวิลด์) น่าจะได้ประโยชน์แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจสื่อ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้ลดลงมาจากระดับ 65 บาทลงมาอยู่ที่ 12-13 บาท ถือว่าค่อนข้างลงมาตํ่ามากทำให้เริ่มมีนักลงทุนเข้ามาให้ความสนใจในหุ้นตัวนี้
หุ้น HTC ถือเป็น Top Pick ของ บล.กรุงศรีฯ ให้ราคาเป้าหมาย 35 บาท HTC เป็นหุ้นขนาดกลางที่มีการเติบโตสูง มีส่วนแบ่งตลาดนํ้าอัดลมในภาคใต้ 80% การลอยตัวราคานํ้าตาลจะส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทเนื่องจาก HTC ใช้นํ้าตาลถึง 35% ทุก 1 บาทของราคานํ้าตาลที่ลดลงจะทำให้ HTC ได้กำไร 50-60 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าผลประกอบการปีที่ผ่านมาจะมีกำไร 280-300 บาท คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโต 40%
บล.กรุงศรีฯ ยังได้แนะนำหุ้น PSL ให้ราคาเป้าหมาย 17 บาท ถึงแม้ผลการดำเนินงานจะติดลบต่อเนื่องมาหลายไตรมาส แต่ผลการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายมีกำไร 100 ล้านบาท และถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมาจะยังออกมาติดลบแต่ติดลบน้อยลง และคาดว่าในปีนี้จะมีผลการดำเนินงานกำไร 400 ล้านบาทจากค่าระวางเรือที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จก. (มหาชน) แนะนำหุ้น PTT โดยมีราคาเป้าหมายที่ 512 บาท จากราคานํ้ามันดิบโลกที่พุ่งขึ้น สมมติฐานราคานํ้ามันดิบปรับขึ้นทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลต่อ PTT ขึ้น 2 บาท แรงเสริมจากบริษัทลูกทั้ง PTTGC ที่มีกำลังการผลิตเพิ่ม และมีโอกาสที่หุ้นจะปรับต่อได้อีก หากมีการโอนทรัพย์สินธุรกิจนํ้ามันและค้าปลีกของปตท.ให้กับบริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ที่คาดจะเข้าตลาด หลักทรัพย์ฯปีหน้าจะเป็นอัพไซด์ส่วนเพิ่มของปตท.ไม่น้อยกว่า 30 บาท
BH (บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) การเติบโตของธุรกิจต่างชาติ สัญญาณบวกจากลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลางที่เริ่มกลับมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จากที่ปัจจัยราคานํ้ามันดิบปรับดีขึ้น คาดไตรมาสแรกนี้ BH น่าจะทำนิวไฮ ตั้งราคาเป้าหมายที่ 230 บาท
PRM (บมจ.พริมา มารีน) บริษัทขนส่งเกี่ยวกับนํ้ามัน ยังขึ้นต่อได้อีกจากทิศทางของนํ้ามันดิบที่ดีต่อเนื่อง และการขนส่งไปทางใต้ที่ยังไม่มีท่อ จึงต้องใช้บริการ PRM
DDD (บมจ.ดู เดย์ ดรีม) ภาพรวมของความสวยความงามยังมีอย่างต่อเนื่อง จะเป็นจุดขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจนี้ การขยายช่องทางการขายเข้าสู่คิงเพาเวอร์ แฟมิลี่มาร์ท โดยเฉพาะตลาดจีนถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






