
โอกาส ‘ทอง’ หลังหุ้นเสี่ยงปรับฐาน
ขณะที่ปี 2018 ดูเหมือนจะมีเสียงเตือนจากผู้คนในแวดวงการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะเกิดการปรับฐาน อาทิ นายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ด้านนายเบิร์นฮาร์ด ฮอดเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทจูเลียส แบเออร์ฯ กล่าวเตือนเช่นกันว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีตเสี่ยงจะเผชิญกับภาวะปรับฐานซึ่งควรเกิดขึ้นมานานแล้ว และนักลงทุนควรเตรียมใจรับมือราคาหุ้นที่จะตกลงถึง 15% ในปีนี้ สอดคล้องกับที่โกลด์แมน ซากส์ที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีตจะเกิดการปรับฐานเช่นกันหลังจากพุ่งแรงในช่วงที่ผ่านมา
แนวโน้มที่ตลาดหุ้นจะเกิดการปรับฐานกลายเป็นปัจจัยที่นักลงทุนทองคำจะต้องจับตา เพราะเชื่อได้ว่าจะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในหมู่นักลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะทองคำมีคุณสมบัติในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยลดความผันผวนและช่วยป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนหากเกิดวิกฤตการณ์ (black swan events) ต่างๆ เนื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับสินทรัพย์อื่นๆอยู่ในระดับตํ่าไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยหรือขยายตัวก็ตาม อีกทั้งสภาพคล่องในตลาดทองคำอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ทองคำยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนหลังปรับค่าความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) และลดอัตราการลดลงของเงินทุน (maximum drawdown) ลงได้เมื่อเปรียบเทียบกับพอร์ตการลงทุนที่ไม่ได้ลงทุนในทองคำอีกด้วย ดังนั้นทองคำจึงถือเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนควรถือครองอย่างน้อย 2-10% ไว้ในพอร์ตลงทุน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,338 วันที่ 8 - 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






