
คลังปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 61 เป็น 4.2%
คลังปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 61 เป็น 4.2% จากประมาณการเดิมที่ 3.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐ
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2561 เพิ่มเป็น 4.2% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3.7-4.7% จากประมาณการเดิมที่ 3.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐตามกรอบรายจ่ายลงทุนภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2561 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าการบริโภคภาครัฐจะขยายตัว3.4% และการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวสูงถึง11.8% และยังมีงบประมาณกลางปี 2561 อีก 1.5 แสนล้านบาท
[caption id="attachment_254302" align="aligncenter" width="503"]
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท[/caption]
ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่สำคัญโดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 และปี 2560 ที่คาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างได้มากขึ้นในปี 2561รวมทั้งสัญญาณเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและช่วยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนในประเทศได้มากขึ้นคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวในอัตราเร่งที่3.8%
สำหรับการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่3.5% จากรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรได้รับผลดีจากภาวะตลาดแรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนั้น ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวขึ้นของการใช้จ่ายภาครัวเรือน
ด้านอุปสงค์ภายนอกประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าและบริการของไทยอันเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ 4.6% ส่วนปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการคาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวที่5.1% สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเร่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐอีกด้วย
“การประมาณการเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2561เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจการเงินโลก การดำเนินนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้ว และความผันผวนของค่าเงินและราคาน้ำมันในตลาดโลก”
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2560 นางสาวกุลยากล่าวว่า คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้4% จากประมาณการครั้งก่อนที่ 3.8% และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว3.2% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่องตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวชัดเจน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องในหลายหมวดสินค้าและในเกือบทุกตลาดส่งออก ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังดีขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสูงถึง 35.4 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามรายได้ของแรงงานในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2561 เพิ่มเป็น 4.2% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3.7-4.7% จากประมาณการเดิมที่ 3.8% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐตามกรอบรายจ่ายลงทุนภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2561 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่าการบริโภคภาครัฐจะขยายตัว3.4% และการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวสูงถึง11.8% และยังมีงบประมาณกลางปี 2561 อีก 1.5 แสนล้านบาท
[caption id="attachment_254302" align="aligncenter" width="503"]
ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่สำคัญโดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 และปี 2560 ที่คาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่เริ่มเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างได้มากขึ้นในปี 2561รวมทั้งสัญญาณเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและช่วยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนในประเทศได้มากขึ้นคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวในอัตราเร่งที่3.8%
สำหรับการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่3.5% จากรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรได้รับผลดีจากภาวะตลาดแรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนั้น ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวขึ้นของการใช้จ่ายภาครัวเรือน
“การประมาณการเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2561เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจการเงินโลก การดำเนินนโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้ว และความผันผวนของค่าเงินและราคาน้ำมันในตลาดโลก”
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2560 นางสาวกุลยากล่าวว่า คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้4% จากประมาณการครั้งก่อนที่ 3.8% และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว3.2% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่องตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวชัดเจน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องในหลายหมวดสินค้าและในเกือบทุกตลาดส่งออก ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวยังดีขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาสูงถึง 35.4 ล้านคน ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามรายได้ของแรงงานในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น






