
SCB ชูกลยุทธ “กลับหัวตีลังกา” สู่ดิจิทัลเต็มตัว ลดต้นทุน คน-สาขา
ธ.ไทยพาณิชย์ ชูกลยุทธ์ปี 61 “Going Upside Down” เพิ่มประสิทธิภาพ –ขีดความสามารถการใช้ข้อมูล รุกธุรกิจโลกดิจิตัล-นิวบิสซิเนต ตั้งเป้า 3 ปีเป็น Digital Platform ลดต้นทุนลง 30% เหลือพนง.1.5 หมื่นคน-สาขา 400 แห่ง
[caption id="attachment_252546" align="aligncenter" width="503"]
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) กล่าวว่า ภายใต้การแข่งขันที่เข้มข้นของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และการเข้ามาของธุรกิจ Patform ระดับโลกที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของธุรกิจธนาคาร กอปรกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้การบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ที่เห็นชัดเจนคือ โครงสร้างรายได้จากที่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมประมาณ 30% และอีก 70% มาจากดอกเบี้ย เริ่มเห็นว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมค่อย ๆ ลดลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการแทนที่ของเทคโนโลยีแทนการให้บริการโดยคน
ปี 2561 จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้กลยุทธ์ “Going Upside Down” (กลับหัวตีลังกา) ที่ธนาคารจะโฟกัส5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.Lean the Bank (เพิ่มประสิทธิภาพธนาคาร) 2.High Margin Lending (ปล่อยสินเชื่อธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง) 3.Digital Acquisition (การดำเนินธุรกิจในโลกดิจิตอล) 4.Data Capabilities (เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ข้อมูล) 5.New Business Model (ธุรกิจรูปแบบใหม่ )` ขณะที่ที่รายได้หลักของธนาคาร ยังคงมาจากธุรกิจ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการบริโภค และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) โดยธนาคารตั้งเป้าหมายสูงสุดในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็น Digital Platform ขนาดใหญ่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหลัก
“จากที่แบงก์ทุ่มงบลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นหลักวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท เราตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี ต้นทุนดำเนินการของแบงก์ จะลดลงได้ประมาณ 30% ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต จากที่ผ่านมาเฉลี่ยปีหนึ่ง ๆแบงก์มีรายได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท และ 30 % เป็นกำไรสุทธิหรือเฉลี่ยปีละ 4 หมื่นล้านบาท ในจำนวน 1.3 แสนล้านบาท “






