
บล.เคทีบี มองหุ้นส่อปรับฐานแนะเลี่ยงหุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีก
บล.KTBSTมอง SET Index วันนี้ (10ม.ค.) อยู่ในช่วงปรับฐานแต่ไม่ลงไปลึกมาก ยังมีปัจจัยบวกให้ดัชนีทะลุ 1,800 จุดได้ ใน ระยะกลาง- ยาว แนะ “ถือ” และเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มใหญ่ของตลาด หุ้นแนะนำ WICE MCS, HMPRO, VCOM
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (10ม.ค.) ว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่การปรับตัวลงมาของดัชนีจะไม่ลงมาลึกมาก ทั้งนี้ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ คือ สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนปรับตัวลงสู่ระดับ 8.7% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2009 จากระดับ 8.8% ในเดือนต.ค. ส่วนราคาน้ำมันทำนิวไฮในรอบกว่า 2 ปี - ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 61.92 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และจากการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน
ด้านปัจจัยในประเทศ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณรวมทั้งสิ้น 35,679 ล้านบาท ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยราว 4.7 ล้านคน โดยจะมีมาตรการจูงใจสำหรับผู้ถือบัตรฯที่มาเข้าโครงการในเฟส 2 กรณีที่รายได้ไม่ถึง 30,000 บาท/ปี จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 200 บาท/เดือน ส่วนในกรณีที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่ม 100 บาท/เดือน
ขณะที่เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นายกได้มีการขอความร่วมมือภาคเอกชนให้เข้าใจเหตุผลการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง 3 ฝ่ายในวันที่ 10 ม.ค.นี้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นคาดว่าตลาดกำลังเข้าสู่ในช่วงปรับฐาน แต่เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและมุมมองที่ยังเป็นบวกต่อหุ้นไทยการปรับฐานในครั้งนี้จะไม่ลงไปลึกมากโดยมีแนวรับที่ระดับ 1,780 จุด อย่างไรก็ตามในภาพระยะกลาง-ยาว มองว่าตลาดจะสามารถปรับตัวขึ้น ทะลุ 1,800 จุดได้ จึงแนะนำเป็น “ถือ” และหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มที่มีแรงขายเข้ามาอย่างเช่น กลุ่มท่องเที่ยว (ภายในประเทศ) - ค้าปลีก โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่ติด most active และตลาดยังให้ความสนใจต่อเนื่อง ได้แก่ PTTEP, BANPU, MINT หุ้นแนะนำ WICE MCS, HMPRO, VCOM
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (10ม.ค.) ว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงปรับฐาน แต่การปรับตัวลงมาของดัชนีจะไม่ลงมาลึกมาก ทั้งนี้ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ คือ สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนปรับตัวลงสู่ระดับ 8.7% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2009 จากระดับ 8.8% ในเดือนต.ค. ส่วนราคาน้ำมันทำนิวไฮในรอบกว่า 2 ปี - ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 61.92 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และจากการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน
ด้านปัจจัยในประเทศ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณรวมทั้งสิ้น 35,679 ล้านบาท ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยราว 4.7 ล้านคน โดยจะมีมาตรการจูงใจสำหรับผู้ถือบัตรฯที่มาเข้าโครงการในเฟส 2 กรณีที่รายได้ไม่ถึง 30,000 บาท/ปี จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 200 บาท/เดือน ส่วนในกรณีที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่ม 100 บาท/เดือน
ขณะที่เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นายกได้มีการขอความร่วมมือภาคเอกชนให้เข้าใจเหตุผลการพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง 3 ฝ่ายในวันที่ 10 ม.ค.นี้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นคาดว่าตลาดกำลังเข้าสู่ในช่วงปรับฐาน แต่เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและมุมมองที่ยังเป็นบวกต่อหุ้นไทยการปรับฐานในครั้งนี้จะไม่ลงไปลึกมากโดยมีแนวรับที่ระดับ 1,780 จุด อย่างไรก็ตามในภาพระยะกลาง-ยาว มองว่าตลาดจะสามารถปรับตัวขึ้น ทะลุ 1,800 จุดได้ จึงแนะนำเป็น “ถือ” และหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มที่มีแรงขายเข้ามาอย่างเช่น กลุ่มท่องเที่ยว (ภายในประเทศ) - ค้าปลีก โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่ติด most active และตลาดยังให้ความสนใจต่อเนื่อง ได้แก่ PTTEP, BANPU, MINT หุ้นแนะนำ WICE MCS, HMPRO, VCOM






