
'GUNKUL' แย้มกำไรโต! รายได้ขายไฟ-รับเหมา-ขายอุปกรณ์ทะยาน
กันกุลเอ็นจิเนียริ่งฯปักธงเพิ่ม 200 เมกะวัตต์ รายได้รับเหมาฯเติบโต หนุนผลงานทะยานช่วยลดพี/อี จูงใจนักลงทุนซื้อหุ้น
หุ้นพลังงานทดแทนร้อนแรงเกือบยกแผง มีหุ้นบางตัวที่ราคายังไม่ขยับ อาทิ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือ GUNKUL นับเป็นโอกาสในการพิจารณาเลือกซื้อของนักลงทุน โดยนางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% และกำไรน่าจะโตขึ้นมาก จากโรงไฟฟ้า 4 แห่งที่จะทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เกือบ 200 เมกะวัตต์
[caption id="attachment_248178" align="aligncenter" width="335"]
โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL[/caption]
นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) ของโรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้า คาดสิ้นปีนี้มีงานประมาณ 40-50 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมามีมูลค่างานคงค้างประมาณ 700 เมกะวัตต์ รวมถึงการเข้าไปรับงานประเภทรับเหมาก่อสร้างมากขึ้น เช่น งานโครงการสร้างสถานีไฟฟ้าขนาดเล็ก งานวางระบบสายเคเบิลลงใต้ดิน และงานวางสายเคเบิลใต้นํ้า ซึ่งในแต่ละปีจะมีมูลค่างานประมูลออกมาปีละ 10,000 ล้านบาท บริษัทคาดว่าจะมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวประมาณ 10-20% ตกปีละประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมรายได้จากการจำหน่ายข้อต่อ อุปกรณ์ในการวางระบบใต้ดิน
สำหรับโรงไฟฟ้าที่จะทยอย COD ในปี 2561 เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 โรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่ห้วยบง จ.นครราชสีมา ขนาดกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ไตรมาส 2 โครงการพลังงานลมที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ในประเทศญี่ปุ่น 2 โครงการ ที่มีกำลังผลิตรวมจำนวน 78 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนั้นไตรมาส 1 จะมีความชัดเจนเรื่องโซลาร์ฟาร์มในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้รอเซ็นสัญญาโครงการผลิตไฟฟ้า ที่ประเทศมาเลเซีย ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และบริษัทได้ยื่นขอซื้อขายไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะขยายการลงทุนในประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมาและเวียดนาม) เพราะถือว่าเป็นประเทศที่ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก ในปีนี้อยากจะเห็นขนาด 100 เมกะวัตต์ และแผน 3 ปี (2561-2563) น่าจะมีประมาณ 500 เมกะวัตต์
สำหรับผลการดำเนินงานในปี2560 ที่ผ่านมาคาดว่ารายได้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30% อาจจะขยายตัวได้ถึง 40% คิดเป็นเงินเกือบ 4,500 ล้านบาท ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก็ดีกว่าเช่นกัน แต่มีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากการเริ่มลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ
“ยอมรับว่าหุ้น GUNKUL ไม่ได้ปรับขึ้นตามกลุ่มและ ตามตลาด ส่วนหนึ่งเกิดจากไม่มีข่าวใหม่และหุ้นซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) มากกว่า 40 เท่า ซึ่งจะต้องรอให้งานที่ลงทุนแล้วเสร็จขายไฟเข้าระบบ รวมถึงงานใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามา ทำให้กำไรเติบโตแล้วจึงค่อยๆลดพี/อีลงเหลือ 30-40 เท่า เชื่อว่านักลงทุนจะมาดูการเติบโตของบริษัท” นางสาวโศภชากล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,329 วันที่ 7 - 10 มกราคม พ.ศ. 2561
หุ้นพลังงานทดแทนร้อนแรงเกือบยกแผง มีหุ้นบางตัวที่ราคายังไม่ขยับ อาทิ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)หรือ GUNKUL นับเป็นโอกาสในการพิจารณาเลือกซื้อของนักลงทุน โดยนางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% และกำไรน่าจะโตขึ้นมาก จากโรงไฟฟ้า 4 แห่งที่จะทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เกือบ 200 เมกะวัตต์
[caption id="attachment_248178" align="aligncenter" width="335"]
นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้จากงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) ของโรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้า คาดสิ้นปีนี้มีงานประมาณ 40-50 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมามีมูลค่างานคงค้างประมาณ 700 เมกะวัตต์ รวมถึงการเข้าไปรับงานประเภทรับเหมาก่อสร้างมากขึ้น เช่น งานโครงการสร้างสถานีไฟฟ้าขนาดเล็ก งานวางระบบสายเคเบิลลงใต้ดิน และงานวางสายเคเบิลใต้นํ้า ซึ่งในแต่ละปีจะมีมูลค่างานประมูลออกมาปีละ 10,000 ล้านบาท บริษัทคาดว่าจะมีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวประมาณ 10-20% ตกปีละประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมรายได้จากการจำหน่ายข้อต่อ อุปกรณ์ในการวางระบบใต้ดิน
สำหรับโรงไฟฟ้าที่จะทยอย COD ในปี 2561 เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 โรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่ห้วยบง จ.นครราชสีมา ขนาดกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ไตรมาส 2 โครงการพลังงานลมที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ในประเทศญี่ปุ่น 2 โครงการ ที่มีกำลังผลิตรวมจำนวน 78 เมกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนั้นไตรมาส 1 จะมีความชัดเจนเรื่องโซลาร์ฟาร์มในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้รอเซ็นสัญญาโครงการผลิตไฟฟ้า ที่ประเทศมาเลเซีย ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และบริษัทได้ยื่นขอซื้อขายไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะขยายการลงทุนในประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมาและเวียดนาม) เพราะถือว่าเป็นประเทศที่ยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก ในปีนี้อยากจะเห็นขนาด 100 เมกะวัตต์ และแผน 3 ปี (2561-2563) น่าจะมีประมาณ 500 เมกะวัตต์
สำหรับผลการดำเนินงานในปี2560 ที่ผ่านมาคาดว่ารายได้จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30% อาจจะขยายตัวได้ถึง 40% คิดเป็นเงินเกือบ 4,500 ล้านบาท ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก็ดีกว่าเช่นกัน แต่มีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากการเริ่มลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ
“ยอมรับว่าหุ้น GUNKUL ไม่ได้ปรับขึ้นตามกลุ่มและ ตามตลาด ส่วนหนึ่งเกิดจากไม่มีข่าวใหม่และหุ้นซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) มากกว่า 40 เท่า ซึ่งจะต้องรอให้งานที่ลงทุนแล้วเสร็จขายไฟเข้าระบบ รวมถึงงานใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามา ทำให้กำไรเติบโตแล้วจึงค่อยๆลดพี/อีลงเหลือ 30-40 เท่า เชื่อว่านักลงทุนจะมาดูการเติบโตของบริษัท” นางสาวโศภชากล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,329 วันที่ 7 - 10 มกราคม พ.ศ. 2561






