
FVC เซ็น MOU ลงทุน “วุฒิศักดิ์คลินิก” ก่อนทำสัญญาซื้อขายธ.ค.นี้
FVC เผย HHC บริษัทย่อยลงนามในบันทึกข้อตกลง “MOU” ลงทุนในธุรกิจบริการทางการแพทย์ด้านสุขภาพและความงาม “วุฒิศักดิ์คลินิก”
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC แจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 บริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (HHC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ กับ บริษัท วฒุศักดิ์คลินิกอินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (WCIG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยทางอ้อมของบริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (EFORL) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง “MOU”ลงทุนในธุรกิจบริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ ความงาม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “วุฒิศกั ดิ์คลินิก” แล้ว โดย HHC จะซื้อทรัพย์สินจำนวน
ประมาณ 25 สาขา จากทั้งหมด 113 สาขาของ WCIG และรับสิทธิแฟรนไชส์“วุฒิศกัดิ์คลินิก” เพื่อดำเนินธุรกิจบริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาพและความงาม อันเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยเป็นพิเศษ (Hygienic) โดยมีการบริหารจัดการด้วยองค์ความรู้รากฐาน (knowledge-base) ด้านอนามัยแบบปลอดเชื้อ (Sterilized Sanitation) เช่นเดียวกับการฟอกไต (Kidney Dialysis)ของศูนย์ไตเทียมซึ่งเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์หนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทฯ
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทฯ ท าให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นสืบไปภายหลังจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว จะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สินและสัญญาแฟรนไชส์ระหว่าง HHC กับ WCIG ต่อไป โดยการลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สินและสัญญาแฟรนไชส์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560
ด้านบริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (EFORL) แจ้งว่า WCIG มีหนังสือฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2560 แจ้งเรื่องการขายสิทธิแฟรนไชส์ มายังบริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นของ WCIG ทางอ้อม ความว่า WCIG ได้รับหนังสือแจ้งเจตจำนง Letter of Intention) ฉบับลงวันที่15 ธันวาคม 2560 จาก HHC แล้ว ทั้งนี้WCIG และ HHC อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อการลงนามในบันทึกข้อตกลงกำหนดกรอบการดำเนินงานกับตัวแทนของ HHC โดย WCIG แจ้งว่าปัจจุบันการขายสิทธิแฟรนไชส์อยู่ในขั้นตอนการจัดทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินสิทธิ แฟรนไชส์ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขแห่งสัญญา เช่น ขอบเขตพื้นที่การให้สิทธิแฟรนไชส์ ค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่าส่วนแบ่งรายได้ ระยะเวลาแห่งสิทธิ ตลอดจนการตีมูลค่าของทรัพย์สิน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท WCIG และ HHC พิจารณาให้ความเห็นก่อนลงนามต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถด าเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC แจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 บริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (HHC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ กับ บริษัท วฒุศักดิ์คลินิกอินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (WCIG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยทางอ้อมของบริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (EFORL) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง “MOU”ลงทุนในธุรกิจบริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ ความงาม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “วุฒิศกั ดิ์คลินิก” แล้ว โดย HHC จะซื้อทรัพย์สินจำนวน
ประมาณ 25 สาขา จากทั้งหมด 113 สาขาของ WCIG และรับสิทธิแฟรนไชส์“วุฒิศกัดิ์คลินิก” เพื่อดำเนินธุรกิจบริการทางการแพทย์เพื่อสุขภาพและความงาม อันเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยเป็นพิเศษ (Hygienic) โดยมีการบริหารจัดการด้วยองค์ความรู้รากฐาน (knowledge-base) ด้านอนามัยแบบปลอดเชื้อ (Sterilized Sanitation) เช่นเดียวกับการฟอกไต (Kidney Dialysis)ของศูนย์ไตเทียมซึ่งเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์หนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทฯ
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรให้บริษัทฯ ท าให้บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นสืบไปภายหลังจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว จะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สินและสัญญาแฟรนไชส์ระหว่าง HHC กับ WCIG ต่อไป โดยการลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สินและสัญญาแฟรนไชส์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560
ด้านบริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (EFORL) แจ้งว่า WCIG มีหนังสือฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2560 แจ้งเรื่องการขายสิทธิแฟรนไชส์ มายังบริษัทในฐานะผู้ถือหุ้นของ WCIG ทางอ้อม ความว่า WCIG ได้รับหนังสือแจ้งเจตจำนง Letter of Intention) ฉบับลงวันที่15 ธันวาคม 2560 จาก HHC แล้ว ทั้งนี้WCIG และ HHC อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อการลงนามในบันทึกข้อตกลงกำหนดกรอบการดำเนินงานกับตัวแทนของ HHC โดย WCIG แจ้งว่าปัจจุบันการขายสิทธิแฟรนไชส์อยู่ในขั้นตอนการจัดทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินสิทธิ แฟรนไชส์ซึ่งจะมีการกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขแห่งสัญญา เช่น ขอบเขตพื้นที่การให้สิทธิแฟรนไชส์ ค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ค่าส่วนแบ่งรายได้ ระยะเวลาแห่งสิทธิ ตลอดจนการตีมูลค่าของทรัพย์สิน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท WCIG และ HHC พิจารณาให้ความเห็นก่อนลงนามต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถด าเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2560






