
คดีBDMS สร้างบรรทัดฐานใหม่ ร.พ.มั่วเหตุผลเลิกสัญญาไม่ได้!!!
นอกจากนั้นศาลยังมีคำพิพากษา ให้บริษัทเปิดสโมสร ไลฟ์ พริวิเลจคลับ กับปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสโมสรตามแผ่นพับโฆษณาต่อไป
“คำตัดสินของศาล สร้างบรรทัดฐานให้กับโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ อาทิ โรงพยาบาล พญาไท 2 บริษัทในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ ที่อ้างสัญญาประกันภัย (เหมือนกัน) ในการยกเลิกสัญญาบัตร Phyathai Ultimate Trust card (Elite/Prime) ที่สมาชิกกิตติมศักดิ์ชำระเงิน 1.5 ล้านบาท/คน เพื่อแลกกับการรักษาฟรีตลอดชีวิต ยกเว้นศัลยกรรมและทันตกรรม หลังจากพรีเมียมการ์ดใช้มานานกว่า 8 ปี”
BDMS เลือกวันที่ 20 มกราคม 2560 ประกาศปิดโครง การไลฟ์ พริวิเลจคลับ ซึ่งถ้าหากสมาชิกที่มีอยู่จำนวน 234 คน ไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ ยอมรับโดยดุษณี ในเงื่อนไข รับเงินต้นคืนทั้งหมด แถมดอกเบี้ยอีก 10% และส่วนลดตลอดชีพอีก 50% สำหรับการเข้ารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ (ศูนย์วิจัย) โรงพยาบาลหัวใจ กรุงเทพและโรงพยาบาลวัฒโนสถ เท่านั้น จะสร้างความไม่เป็นธรรมในสังคม (อีกกรณีหนึ่ง) และผลประโยชน์มหาศาลจะตกอยู่กับบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการฯ!!
และที่สำคัญยังเป็นการกระทำที่ “ผิดสัญญา” ที่ทำไว้กับคู่ค้า สะท้อนถึงการขาดจริย ธรรม และบรรษัทภิบาล (ซีจี)ของบริษัทรวมถึงผู้บริหารและกรรมการทุกคน เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2544 และปิดรับสมาชิกในปี 2551 ในยุคที่กิจการยังมีขนาดเล็ก และไม่มีเครดิตมากเหมือนในปัจจุบัน แต่เมื่อบริษัทมีเงินเหลือกินเหลือใช้กลับเลือกปฏิบัติกับลูกค้าที่มีพระคุณอย่างนี้หรือ?
“ไม่แฟร์ เมื่อบริษัทต้องการเงินในอนาคตมาใช้ในยามฝืดเคือง เปิดโครงการหาสมาชิกโดยคิดค่าธรรมเนียมในราคาทองคำ 200 บาท ในสมัยนั้น ซึ่งแต่ละคนจ่ายแตกต่างกัน 1 ล้านบาทบ้างจนถึง 2 ล้านบาท สมาชิกยอมแบกรับความเสี่ยง ควักเงินก้อนใหญ่จ่ายล่วงหน้า โดยไม่รู้ว่าจะได้ใช้บริการจากโรงพยาบาลกรุงเทพหรือไม่ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น ถึงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ตามธรรมชาติ มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลและรักษาเป็นอย่างดีอย่างที่คาดหวัง จู่ๆบริษัทกลับมายกเลิกสัญญา คงเป็นเพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่า คนไทยอายุยืนขึ้น มีภาระผูกพันในระยะยาว ตามสัญญาที่ระบุไว้ว่า จ่ายเพียง 100 บาท/ครั้ง สามารถรักษาฟรีทุกโรคไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) หรือผู้ป่วยใน (IPD)”
นอกจากนั้นบริษัทยังมีภาระในการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายก้อนโต สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ คือ ฉบับที่ 4 (ปรับปรุง 2558) เรื่องสัญญาประกันภัย
บริษัทยกเหตุผลว่า ผู้สอบบัญชี คือบริษัทสำนักงาน อีวาย จำกัด แจ้งให้บริษัทบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการดำเนินโครงการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นของโครงการเพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้กับงบการเงินในปี 2559 เป็นต้นไป เนื่องจาก ไลฟ์ พริวิลเลจคลับ มีลักษณะเป็นสัญญาประกันภัย และยิ่งซํ้าร้ายไปกว่านั้น ข้ออ้างที่ว่า หากบริษัททำต่อไป จะถือว่ามีเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยราชการ ในการประกอบธุรกิจประกันภัย หลังจากที่ปรึกษากฎหมายยืนยันว่าโครงการไลฟ์ พริวิลเลจคลับ เข้าลักษณะเป็นการทำสัญญาประกันภัย
เป็นไปได้อย่างไร! บริษัทตีความออกทะเล ถึงเรื่องยังไม่ได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย หากดำเนินโครงการต่อไป จะถือว่ามีเจตนาที่กระทำผิดกฎหมาย เพราะมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่ เป็นเพียงการคำนวณแบบประกันเท่านั้น
การปิดโครงการไลฟ์ พริวิลเลจ คลับ ทำไม่ได้ หากสมาชิกไม่เห็นด้วย เพราะเป็นสัญญาผูกพันตลอดไป ไม่ว่าบริษัทจะเปลี่ยนเจ้าของ หรือกฎหมาย หลักเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กรุงเทพดุสิตเวชการตัดสินใจพลาดครั้งนี้ อาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อถือในการทำธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการเปิดอภิมหาโปรเจ็กต์ “ศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย” หลังจากทุ่มเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทในการซื้อ โครงการปาร์คนายเลิศ บนถนนวิทยุ ซึ่งโมเดลในการทำธุรกิจ คงต้องขายสมาชิกให้กับลูกค้าวีไอพี ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ในราคาหลายล้านบาท
ความน่าเชื่อถือของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการฯ ถูกสั่นคลอน บริษัทคงเหนื่อยสำหรับการขายสมาชิก “ศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย” ใครจะกล้าควักเงินก้อนโตจ่ายล่วงหน้าอีก หวั่นเหตุการณ์ซํ้ารอย ไลฟ์ พริวิลเลจคลับ...
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,324 วันที่ 21 - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560






