
ก.ล.ต. ขยายเวลาเฮียริ่งเกณฑ์กำกับ ICO ถึง 22 ม.ค.61
ก.ล.ต. ขยายเวลารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแล Initial Coin Offering (ICO) ที่เป็นหลักทรัพย์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้อง (stakeholders) มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
[caption id="attachment_243844" align="aligncenter" width="503"]
นางพราวพร เสนาณรงค์[/caption]
นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ICO เป็นรูปแบบการระดมทุนที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปิดกั้นไม่ให้ผู้ลงทุนไทยเข้าถึงได้ ก.ล.ต. จึงอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม เริ่มจากการทดลองเปิดช่องทาง ICO สำหรับหลักทรัพย์ที่มีลักษณะของ “ส่วนแบ่งร่วมลงทุน” ที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วเช่นหุ้นหรือตราสารหนี้
ทั้งนี้ การระดมทุนผ่าน ICO จะต้องดำเนินการผ่าน ICO portal ที่ ก.ล.ต. ยอมรับ เพื่อช่วยคัดกรอง ICO และเพิ่มความโปร่งใส ส่วนในฝั่งผู้ลงทุน จะเปิดให้เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน กิจการร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ส่วนผู้ลงทุนรายย่อย คาดว่าจะให้มีการจำกัดวงเงินลงทุนใน ICO ของผู้ลงทุนรายย่อยแต่ละราย”
“ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เปิดรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ICO ที่หลากหลายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในเว็บไซต์ ก.ล.ต. และในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น (focus group) โดยได้ทราบว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกพอสมควรที่ประสงค์จะเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมในรายละเอียด ก.ล.ต. จึงเห็นควรขยายเวลารับฟังความคิดเห็นออกไปจนถึงวันที่ 22 มกราคม 2561 และคาดว่าเกณฑ์จะออกมาในไตรมาส 2 ปี 2561”นางพราวพร กล่าว
[caption id="attachment_243845" align="aligncenter" width="424"]
นางสาวอาจารีย์ ศุภพิโรจน์[/caption]
นางสาวอาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า แนวทางการกำกับดูแลบริษัทที่จะระดมทุนผ่าน ICO ของก.ล.ต.จะเฉพาะบริษัทที่มีการออกหน่วยลงทุน (Token) ที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์เท่านั้น หากเป็นการออก Token เพื่อใช้ในการซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทเพียงอย่างเดียว จะไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแล ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจเป็น ICO Portal จำนวน 4 - 5 ราย โดยกำหนดทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 5 ล้านบาท
ในส่วนของนักลงทุนรายย่อยไทยที่จะเปิดให้ลงทุนได้กำหนดวงเงินแต่ละราย 3 แสนบาท ต่อโครงการและนักลงทุนรายย่อยหนึ่งรายสามารถลงทุน ICO ได้เพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น โขณะที่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ไม่มีการจำกัดวงเงิน ส่วนผู้ออกกำหนดให้ 12 เดือนแรก
[caption id="attachment_243844" align="aligncenter" width="503"]
นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ICO เป็นรูปแบบการระดมทุนที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปิดกั้นไม่ให้ผู้ลงทุนไทยเข้าถึงได้ ก.ล.ต. จึงอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม เริ่มจากการทดลองเปิดช่องทาง ICO สำหรับหลักทรัพย์ที่มีลักษณะของ “ส่วนแบ่งร่วมลงทุน” ที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วเช่นหุ้นหรือตราสารหนี้
ทั้งนี้ การระดมทุนผ่าน ICO จะต้องดำเนินการผ่าน ICO portal ที่ ก.ล.ต. ยอมรับ เพื่อช่วยคัดกรอง ICO และเพิ่มความโปร่งใส ส่วนในฝั่งผู้ลงทุน จะเปิดให้เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน กิจการร่วมลงทุน นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ส่วนผู้ลงทุนรายย่อย คาดว่าจะให้มีการจำกัดวงเงินลงทุนใน ICO ของผู้ลงทุนรายย่อยแต่ละราย”
“ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เปิดรับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ICO ที่หลากหลายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในเว็บไซต์ ก.ล.ต. และในการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น (focus group) โดยได้ทราบว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกพอสมควรที่ประสงค์จะเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมในรายละเอียด ก.ล.ต. จึงเห็นควรขยายเวลารับฟังความคิดเห็นออกไปจนถึงวันที่ 22 มกราคม 2561 และคาดว่าเกณฑ์จะออกมาในไตรมาส 2 ปี 2561”นางพราวพร กล่าว
[caption id="attachment_243845" align="aligncenter" width="424"]
นางสาวอาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า แนวทางการกำกับดูแลบริษัทที่จะระดมทุนผ่าน ICO ของก.ล.ต.จะเฉพาะบริษัทที่มีการออกหน่วยลงทุน (Token) ที่มีลักษณะเป็นหลักทรัพย์เท่านั้น หากเป็นการออก Token เพื่อใช้ในการซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทเพียงอย่างเดียว จะไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแล ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจเป็น ICO Portal จำนวน 4 - 5 ราย โดยกำหนดทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 5 ล้านบาท
ในส่วนของนักลงทุนรายย่อยไทยที่จะเปิดให้ลงทุนได้กำหนดวงเงินแต่ละราย 3 แสนบาท ต่อโครงการและนักลงทุนรายย่อยหนึ่งรายสามารถลงทุน ICO ได้เพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น โขณะที่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ไม่มีการจำกัดวงเงิน ส่วนผู้ออกกำหนดให้ 12 เดือนแรก






