thansettakij
thansettakij
เคแบงก์ดันรายใหญ่ทำธุรกรรมดิจิตอล ช่วยธุรกิจลดต้นทุนได้3 แสนล้าน/ปี

เคแบงก์ดันรายใหญ่ทำธุรกรรมดิจิตอล ช่วยธุรกิจลดต้นทุนได้3 แสนล้าน/ปี

03 ม.ค. 59 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 59 | 10:24 น.
กสิกรไทย ประกาศลุยดิจิตอลแบงกิ้งรับลูกค้าอี-เพย์เมนต์ภาครัฐ ดันลูกค้ารายใหญ่ใช้บริการดิจิตอล วาดเป้า3 ปี ผลักธุรกรรมดิจิตอลโต 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 27.5% มูลค่ารวม 5.23 ล้านล้านบาท ฟุ้งช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุนได้ปีละ 3 แสนล้านบาท แบงก์ลดคอต์สบุคลากรหลายพันล้านบาท ชูกลยุทธ์จับรายใหญ่ใช้บริการก่อนลงตลาดซพั พลาย

นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจขนาดใหญ่ในปี 2559 จะเห็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่กระเตื้องขึ้นกว่าในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจลีสซิ่ง รถยนต์ ที่จะปรับตัวดีขึ้น และกลุ่มโทรคมนาคมที่ได้รับอานิสงส์จากการประมูลคลื่น 4G รวมถึงธุรกิจที่จะขยายตัวในต่างประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อหาโมเดลธุรกิจในการสร้างรายได้ในอนาคต

อย่างไรก็ดี ภายใต้ประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ไทยจากนี้ไปแนวโน้มการขยายตัวที่อัตรา 3-4% ต่อปีจะเกิดการพลิกโฉมสู่การทำธุรกรรมดิจิตอลมากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ระบบอี-เพย์เมนต์ ขณะที่สถาบันการเงินจะส่งเสริมให้เกิดการทำธุรกรรมของธุรกิจขนาดใหญ่เป็นห่วงโซ่คุณค่าหรือ Value Chain ตั้งแต่เรื่องการบริหารเงินสด (Cash Management)ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ(Trade Finance) ภายใต้การเชื่อมต่อธุรกรรมเป็นแพลตฟอร์ม ซึ่งจะช่วยลูกค้าลดต้นทุนในการดำเนินงานได้ค่อนข้างมาก โดยเฉลี่ยประมาณ 5% หรือคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มียอดขายตั้งแต่ 400 ล้านบาทขึ้นไป ณ เดือนตุลาคม จะเห็นว่ามีจำนวนการทำธุรกรรมที่ไม่ใช่ช่องทางดิจิตอล (Non-Digital Transaction) จำนวน19.05 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 72.5% ขณะที่สัดส่วนธุรกรรมที่ทำผ่านช่องทางดิจิตอล (Digital Transaction)จำนวน 5.23 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 27.5% โดยธนาคารกสิกรไทยได้มีการผลักดันบริการอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิตอลเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 27.5%และจำนวนลูกค้าจะเติบโตประมาณ 25-30% และภาพรวมการเติบโตของดิจิตอลในปี 2559 จะขยายตัวที่ระดับ 37%

“หลังภาครัฐเดินหน้าระบบอี-เพย์เมนต์ คาดหวังว่าธุรกิจขนาดใหญ่จะหันมาใช้ดิจิตอล 50% ซึ่งหากคิดคร่าวๆ จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 3 แสนล้านบาทต่อปีจากเค้กธุรกรรมรวม 24 ล้านล้านบาทและในปริมาณธุรกรรมที่เยอะขึ้น จะทำให้ค่าธรรมเนียมลดลง ซึ่งในที่สุดธนาคารอยากเห็นการทำธุรกรรมที่ไม่ใช่ช่องทางดิจิตอลลดเหลือแค่ 30%”

สำหรับกลยุทธ์ที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าขนาดใหญ่เข้ามาใช้ช่องทางดิจิตอลมากขึ้นตามเป้าหมาย 3 ปีนั้น โดยช่วงปีแรกธนาคารจะรณรงค์และสร้างความเข้าใจกับลูกค้า โดยจะมีทีมงานเข้าไปช่วยแนะนำลูกค้าถึงข้อดีและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำธุรกรรดังกล่าว โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่จะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีต่อทิศทางตลาดภาพรวม ซึ่งเป้าหมายปีแรกอยากเห็นลูกค้าขนาดใหญ่เข้ามาใช้ดิจิตอลประมาณ 10-15% ถัดไปจะเป็นการมุ่งเน้นเรื่องเชนของรายใหญ่ขยายตลาดลงสู่รายย่อยซึ่งเป็นการทำตามเชนคู่ค้าโดยวิธีการธนาคารอาจจะออกผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกับดิจิตอล หรือเชื่อมข้อมูลต่างๆ ให้ลูกค้าทำงานสะดวกง่ายขึ้น

“หากทุกคนหันมาใช้ดิจิตอล ในมุมธนาคารจะช่วยลดต้นทุนในด้านบุคลากรที่จะต้องทำงานในด้านหลังบ้านในเรื่องของเอกสาร และยังสามารถโยกพนักงานไปทำอย่างอื่นได้ สามารถลดต้นทุนได้หลายพันล้านบาท แม้ว่าปัจจุบันโครงสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมจะอยู่ในสัดส่วนเท่ากับรายได้ทางด้านดอกเบี้ย 50% แต่เชื่อว่าแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,117 วันที่ 27 - 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Photo : Kbank
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market