
ธุรกิจรพ.กำไร 5 พันล้าน ไตรมาส3โต 10%-ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ทะยาน209%
ธุรกิจการแพทย์ฟื้นชัดเจน คนไข้ไทย-ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ และโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรังแย่ลง
กลุ่มการแพทย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย บริษัททั้งหมด 20 บริษัท ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 บริษัทจำนวน 16 แห่งแจงผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 3/2560 แล้ว โดยมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 5,232.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 489.32 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตประมาณ 10.31% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2559 ที่มีกำไรสุทธิ 4,743.27 ล้านบาท โดยเกือบทุกบริษัทมีกำไรที่ดีขึ้น ยกเว้น บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)หรือ VIH ที่มีกำไรสุทธิ ลดลง 4.97% เหลือ 50.40 ล้านบาทและบริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH ที่พลิกมาเป็นขาดทุนสุทธิ 2.35 ล้านบาท
ขณะที่ บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีกำไรเติบโตก้าวกระโดด 209% จากที่ขาดทุนสุทธิ 5.40 ล้านบาท พลิกมามีกำไรสุทธิ 5.90 ล้านบาท บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEW กำไรโตโดดเด่น 142% เป็น 9.76 ล้านบาท ส่วนบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มีกำไรสุทธิ 2,416 ล้านบาท เติบโต 3.55% นับว่าฟื้นตัวชัดเจน
ส่วนผลงาน 9 เดือน ทั้งกลุ่มการแพทย์ มีกำไรสุทธิ 15,201 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 2,480 ล้านบาทหรือ 19.50%
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ฯ แนะนำมอง ผลประกอบการ BDMS ดีกว่าคาด 8% กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้น 51% จากไตรมาส 2 โดยรายได้อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 14% จากไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากทั้งจำนวนและรายได้ต่อเคส ผู้ป่วยไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ BDMS มีรายการพิเศษ 2,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/2560 จึงแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 22.80 บาท รอดูการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560
น.พ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการการแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มลูกค้าต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะจากจีน บริษัทมีโรงพยาบาลทั้งเครือ 45 แห่ง ลูกค้าจีนมาใช้บริการเป็นอันดับที่ 5 รองจาก เมียนมาอาหรับ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ในอนาคตลูกค้าจีนน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเป็นนักท่องเที่ยวจีน ไม่ได้ทำประกันมา ขณะที่ลูกค้าจากอาหรับ เป็นคนไข้ที่เตรียมตัวมาพบแพทย์โดยตรง
“คนจีนที่มาหาหมอกับเรา เพื่อมารักษา เรื่องการมีบุตรยาก ผสมเทียม, มะเร็ง และโรคหัวใจ คนจีนนิยมมาก เพราะมี บุตรยาก” น.พ.ชาตรีกล่าว
ส่วนแนวโน้มธุรกิจการขายยา บริษัทเพิ่งดำเนินการ เวลาในการติดตาม ยังน้อยเกินไปที่จะสรุปว่าดีหรือไม่ ส่วนกรณีที่อาหรับมาน้อยลง จากการใช้งบประมาณ ยกเว้น คูเวต และโอมาน มามากขึ้น คนจากภาคเอกชนดีขึ้น
ด้านแผนงานในปี 2561 บริษัทกำลังก่อสร้าง 5 แห่ง คาดพร้อมเปิดดำเนินการได้ 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลนานาชาติฟินิกซ์ โรงพยาบาลที่เชียงราย และสมิติเวชเจแปนนิส รักษาคนไข้ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ส่วนอีก 2 โรงพยาบาล ยังอยู่ระหว่างการตอกเสาเข็ม คือโรงพยาบาลที่รักษาอาการต่อเนื่อง เช่น กายภาพบำบัด และโรงพยาบาลที่เมียนมา คาดว่าประมาณ 2-3 ปี กว่าจะเปิดได้ ก่อนหน้านี้ได้เปิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนการเปิดคลินิก เวชศาสตร์ ชะลอวัย ที่ปาร์คนายเลิศ คาดปลายไตรมาส นี้ พร้อมจะเปิดให้บริการเฟสแรก
น.พ.ชาตรี กล่าวว่า ภาวะการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาล คาดว่าจะเห็นมากขึ้นในปีหน้า จากการเปิดใหม่มากขึ้น สถาน การณ์ยังไม่เห็นโอกาสที่จะซื้อได้ แต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสการซื้อ โดยบริษัทพร้อมจะให้ความช่วยเหลือตามนโยบายของนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ “โรงพยาบาลในเครือบีดีเอ็มเอส-วิริยะประกันภัย-แองเจิ้ลไลฟ์ และสทท.” เซ็นเอ็มโอยูโครงการนำร่องยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีนครบวงจร “Tourism Healthcare Emergency System” ครอบคลุมแผนประกันภัยเริ่มต้น 50 บาทต่อวัน รับสิทธิรักษาในโรงพยาบาล เครือบีดีเอ็มเอสทั่วประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,314 วันที่ 16 - 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
กลุ่มการแพทย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย บริษัททั้งหมด 20 บริษัท ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 บริษัทจำนวน 16 แห่งแจงผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 3/2560 แล้ว โดยมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 5,232.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 489.32 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตประมาณ 10.31% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2559 ที่มีกำไรสุทธิ 4,743.27 ล้านบาท โดยเกือบทุกบริษัทมีกำไรที่ดีขึ้น ยกเว้น บริษัท ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)หรือ VIH ที่มีกำไรสุทธิ ลดลง 4.97% เหลือ 50.40 ล้านบาทและบริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH ที่พลิกมาเป็นขาดทุนสุทธิ 2.35 ล้านบาท
ขณะที่ บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีกำไรเติบโตก้าวกระโดด 209% จากที่ขาดทุนสุทธิ 5.40 ล้านบาท พลิกมามีกำไรสุทธิ 5.90 ล้านบาท บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEW กำไรโตโดดเด่น 142% เป็น 9.76 ล้านบาท ส่วนบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มีกำไรสุทธิ 2,416 ล้านบาท เติบโต 3.55% นับว่าฟื้นตัวชัดเจน
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ฯ แนะนำมอง ผลประกอบการ BDMS ดีกว่าคาด 8% กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้น 51% จากไตรมาส 2 โดยรายได้อยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 14% จากไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากทั้งจำนวนและรายได้ต่อเคส ผู้ป่วยไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ BDMS มีรายการพิเศษ 2,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/2560 จึงแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 22.80 บาท รอดูการประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560
น.พ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการการแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มลูกค้าต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะจากจีน บริษัทมีโรงพยาบาลทั้งเครือ 45 แห่ง ลูกค้าจีนมาใช้บริการเป็นอันดับที่ 5 รองจาก เมียนมาอาหรับ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ในอนาคตลูกค้าจีนน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเป็นนักท่องเที่ยวจีน ไม่ได้ทำประกันมา ขณะที่ลูกค้าจากอาหรับ เป็นคนไข้ที่เตรียมตัวมาพบแพทย์โดยตรง
“คนจีนที่มาหาหมอกับเรา เพื่อมารักษา เรื่องการมีบุตรยาก ผสมเทียม, มะเร็ง และโรคหัวใจ คนจีนนิยมมาก เพราะมี บุตรยาก” น.พ.ชาตรีกล่าว
ส่วนแนวโน้มธุรกิจการขายยา บริษัทเพิ่งดำเนินการ เวลาในการติดตาม ยังน้อยเกินไปที่จะสรุปว่าดีหรือไม่ ส่วนกรณีที่อาหรับมาน้อยลง จากการใช้งบประมาณ ยกเว้น คูเวต และโอมาน มามากขึ้น คนจากภาคเอกชนดีขึ้น
น.พ.ชาตรี กล่าวว่า ภาวะการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาล คาดว่าจะเห็นมากขึ้นในปีหน้า จากการเปิดใหม่มากขึ้น สถาน การณ์ยังไม่เห็นโอกาสที่จะซื้อได้ แต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสการซื้อ โดยบริษัทพร้อมจะให้ความช่วยเหลือตามนโยบายของนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ “โรงพยาบาลในเครือบีดีเอ็มเอส-วิริยะประกันภัย-แองเจิ้ลไลฟ์ และสทท.” เซ็นเอ็มโอยูโครงการนำร่องยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีนครบวงจร “Tourism Healthcare Emergency System” ครอบคลุมแผนประกันภัยเริ่มต้น 50 บาทต่อวัน รับสิทธิรักษาในโรงพยาบาล เครือบีดีเอ็มเอสทั่วประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,314 วันที่ 16 - 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






