
EA เพิ่มหุ้นคุม‘อมิตา’ ควักกระเป๋าลงทุนเพิ่ม 300 ล้าน-ถือหุ้น 50%
EA ขยับเพิ่มสัดส่วนหุ้น เข้าควบคุม “อมิตา” แบตเตอรี่ไต้หวัน 50% “อมร” เผยอนาคตรอดูจังหวะ-ราคา เก็บเพิ่ม ส่วนบี.กริมฯ ควง UPA คว้าโซลาร์สหกรณ์หนุนหุ้น BGRIM น่าสนใจยิ่งขึ้น
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ (EA) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าลงทุนในบริษัท Amita Technologies Inc. (Amita) ผ่านกระดานหุ้นไต้หวัน เพิ่มอีก 15.49% หรือจำนวน 7,784,000 หุ้น มูลค่าการลงทุนเพิ่ม 300.15 ล้านบาท จากเดิมที่ถือหุ้น Amita 35.20% ภายหลังการลงทุนเพิ่มส่งผลให้ EA ถือหุ้นสัดส่วน 50.69% ของทุนชำระแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาอำนาจการควบคุมด้านอื่นๆ ซึ่งจะสามารถระบุประเภทเงินลงทุนได้ชัดเจนในอนาคต
[caption id="attachment_194818" align="aligncenter" width="336"]
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล[/caption]
นายอมร กล่าวว่า การลงทุนถือหุ้นใน Amita สัดส่วน 50% เนื่องจากต้องการเข้าควบคุมการบริหารงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอนาคตหากมีโอกาสและราคาเหมาะสม จะพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติม
ส่วนการรับรู้รายได้และกำไรจากการถือหุ้นเกิน 50 % นั้นไม่ได้คาดหวัง เนื่องจากบริษัท อมิตาฯ มีผลประกอบการกำไรไม่มาก จึงไม่มีผลกับรายได้ EA
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาตฯ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EA โดยเห็นว่า การซื้อหุ้น อมิตา เพิ่ม 15% รวมทั้งหมด 50% เป็นบวกกับ EA ทำให้มีอำนาจควบคุมการทำพัฒนาและวิจัย (R&D) เทคโนโลยีจัดเก็บแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนโครงการโรงงานแบตเตอรี่ 50 GWh ของ EA คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น (upside) อย่างมากในระยะยาว หากโครงการสำเร็จ ช่วย EA ตั้งโรงงานจัดเก็บแบตเตอรี่ขนาด 50 GWH ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศไทยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวบวก แต่ไม่ใช่ข่าวใหม่และอยู่ในความคาดหมายของตลาดแล้ว การเข้าซื้อหุ้นน่าจะใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดภายในของ EA และการเข้าซื้อกิจการถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้สามารถมีอำนาจควบคุมเทคโนโลยีการจัดเก็บแบตเตอรี่และทิศทางของ Amita ไม่ใช่เพื่อผลกำไรในปัจจุบัน
ด้านหุ้นบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ฯ (BGRIM) ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดปิด 28.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 893.40 ล้านบาท ปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นมาจากบริษัท ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ตามโครงการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) สำหรับหน่วยราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร เฟส 2 โดยจะลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย จำนวนรวม 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 30.83 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็น โครงการร่วมลงทุนกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิตรวม 23.58 เมกะวัตต์ และเป็นผู้สนับ สนุนโครงการของสหกรณ์ภาคการเกษตร 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 7.25 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ BGRIM จะต้องทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายภายใน 120 วันนับถัดจากวันที่ในประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือภายในวันที่ 2 มีนาคม 2561 โดยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่ 4.12 บาท/หน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี
ด้านนายอุปกิต ปาจรียางกูร กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชียฯ (UPA) เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อำเภอกระแสสินธุ์ จำกัด ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 5 เมกะวัตต์ โครงดังกล่าวเป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าและมีสิทธิเข้าทำสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายตามประกาศที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่องรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟมีสิทธิเข้าทำสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาค การเกษตร ลงวันที่ 3 พฤศ-จิกายน 2560 เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,312 วันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ฯ (EA) เปิดเผยว่า บริษัทเข้าลงทุนในบริษัท Amita Technologies Inc. (Amita) ผ่านกระดานหุ้นไต้หวัน เพิ่มอีก 15.49% หรือจำนวน 7,784,000 หุ้น มูลค่าการลงทุนเพิ่ม 300.15 ล้านบาท จากเดิมที่ถือหุ้น Amita 35.20% ภายหลังการลงทุนเพิ่มส่งผลให้ EA ถือหุ้นสัดส่วน 50.69% ของทุนชำระแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาอำนาจการควบคุมด้านอื่นๆ ซึ่งจะสามารถระบุประเภทเงินลงทุนได้ชัดเจนในอนาคต
[caption id="attachment_194818" align="aligncenter" width="336"]
นายอมร กล่าวว่า การลงทุนถือหุ้นใน Amita สัดส่วน 50% เนื่องจากต้องการเข้าควบคุมการบริหารงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอนาคตหากมีโอกาสและราคาเหมาะสม จะพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติม
ส่วนการรับรู้รายได้และกำไรจากการถือหุ้นเกิน 50 % นั้นไม่ได้คาดหวัง เนื่องจากบริษัท อมิตาฯ มีผลประกอบการกำไรไม่มาก จึงไม่มีผลกับรายได้ EA
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาตฯ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EA โดยเห็นว่า การซื้อหุ้น อมิตา เพิ่ม 15% รวมทั้งหมด 50% เป็นบวกกับ EA ทำให้มีอำนาจควบคุมการทำพัฒนาและวิจัย (R&D) เทคโนโลยีจัดเก็บแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนโครงการโรงงานแบตเตอรี่ 50 GWh ของ EA คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น (upside) อย่างมากในระยะยาว หากโครงการสำเร็จ ช่วย EA ตั้งโรงงานจัดเก็บแบตเตอรี่ขนาด 50 GWH ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศไทยอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวบวก แต่ไม่ใช่ข่าวใหม่และอยู่ในความคาดหมายของตลาดแล้ว การเข้าซื้อหุ้นน่าจะใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดภายในของ EA และการเข้าซื้อกิจการถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้สามารถมีอำนาจควบคุมเทคโนโลยีการจัดเก็บแบตเตอรี่และทิศทางของ Amita ไม่ใช่เพื่อผลกำไรในปัจจุบัน
ทั้งนี้ BGRIM จะต้องทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายภายใน 120 วันนับถัดจากวันที่ในประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือภายในวันที่ 2 มีนาคม 2561 โดยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่ 4.12 บาท/หน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี
ด้านนายอุปกิต ปาจรียางกูร กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชียฯ (UPA) เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นผู้สนับสนุนโครงการของสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อำเภอกระแสสินธุ์ จำกัด ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 5 เมกะวัตต์ โครงดังกล่าวเป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าและมีสิทธิเข้าทำสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายตามประกาศที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่องรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคำร้องและข้อเสนอขอขายไฟมีสิทธิเข้าทำสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาค การเกษตร ลงวันที่ 3 พฤศ-จิกายน 2560 เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,312 วันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560






