
INTUCH รอนุญาโตตุลการชี้ชาดข้อพิพาทดาวเทียมไทยคม 7-8
INTUCH ยื่นเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตลุาการ ชี้ขาดเห็นต่างกระทรวงดิจิทัล กรณีดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH แจ้งว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2560 บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระบุให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ ให้ครบถ้วนโดยด้วย อาทิ การโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบทรัพย์สิน การจัดสร้างดาวเทียมสำรอง การชำระเงินผลประโยชน์ตอบแทนและการประกันภัยทรัพย์สิน
คณะกรรมการบริษัทฯ ประชุมเมื่อวันที่ 18 ต.ค.2560 ได้พิจารณาหนังสือฉบับดังกล่าว รวมถึงได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯแล้ว เห็นว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ไม่ใช่ดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ เพราะการดำเนินการดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของการรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ อย่างครบถ้วน โดยมิได้มีการดำเนินการใดที่ขัดต่อสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ
บริษัทฯ จึงมีความเห็นในเรื่องดังกล่าวแตกต่างไปจากความเห็นของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ประชุมจึงมีมติให้บริษัทฯ ยื่นเสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากข้อกำหนดหรือการปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ และคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้
ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อ 45.1 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นข้อโต้แย้งต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการในวันที่ 25 ต.ค.2560 เป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 97/2560
ขณะนี้ข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ บริษัทฯ ยังไม่มีหน้าที่ใดๆ ในการปฏิบัติตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ อ้างถึงจนกว่าจะมีการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามข้อ 45.6 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการคู่สัญญายังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาต่อไปจนกว่าจะมีการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH แจ้งว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2560 บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระบุให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ ให้ครบถ้วนโดยด้วย อาทิ การโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบทรัพย์สิน การจัดสร้างดาวเทียมสำรอง การชำระเงินผลประโยชน์ตอบแทนและการประกันภัยทรัพย์สิน
คณะกรรมการบริษัทฯ ประชุมเมื่อวันที่ 18 ต.ค.2560 ได้พิจารณาหนังสือฉบับดังกล่าว รวมถึงได้หารือกับที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯแล้ว เห็นว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ไม่ใช่ดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ เพราะการดำเนินการดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของการรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ อย่างครบถ้วน โดยมิได้มีการดำเนินการใดที่ขัดต่อสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ
บริษัทฯ จึงมีความเห็นในเรื่องดังกล่าวแตกต่างไปจากความเห็นของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ประชุมจึงมีมติให้บริษัทฯ ยื่นเสนอข้อพิพาทดังกล่าวต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาชี้ขาดข้อพิพาทที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากข้อกำหนดหรือการปฏิบัติตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ และคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้
ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อ 45.1 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นข้อโต้แย้งต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการในวันที่ 25 ต.ค.2560 เป็นข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 97/2560
ขณะนี้ข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ บริษัทฯ ยังไม่มีหน้าที่ใดๆ ในการปฏิบัติตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ อ้างถึงจนกว่าจะมีการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามข้อ 45.6 ของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารฯ ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการคู่สัญญายังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาต่อไปจนกว่าจะมีการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ






