
ปัจจัยต่างประเทศกดดันทุนไหลออก
ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตาคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯจะสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปภาษีเป็นผลสำเร็จหรือไม่ และ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเป็นใคร ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นดีขึ้น ทำให้มีความต้องการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากขึ้น
ส่วนว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังพิจารณาบุคคลอย่างน้อย 3 คน ได้แก่ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน, นายเจอโรม พาวเวลล์ ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น เทย์เลอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เพราะจะมีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงิน บ้างก็กลัวว่าจะมีความเข้มข้นขึ้น หากได้ประธานสายเหยี่ยว นายเทย์เลอร์ จากปัจจุบันที่มีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนผ่อนคลายลง
ขณะเดียวกันการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ คาดว่า ECB จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการที่จะปรับลดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดย ECB คงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ระดับ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงสิ้นปีนี้
ปัจจัยต่างประเทศจะเป็นตัวชี้นำเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ไทย และจะสนับสนุนให้ดัชนีหุ้นไทยสร้างสถิติสูงสุดใหม่หรือไม่ในปี 2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,308 วันที่ 26 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560






