
KKP กำไร 1.7 พันล้าน เพิ่มขึ้น 1.9% ธุรกิจตลาดทุนหนุน
KKP ไตรมาส 3 กำไรสุทธิ 1.72 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากงวดปีก่อน ได้ธุรกิจตลาดทนบริษัทลูกหนุน ส่วน9 เดือนกำไรโต 8.25%
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2560 มีกำไรสุทธิ 1,723.18 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,691.01 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.00 บาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 4,432.29 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 5.23 บาท เพิ่มขึ้น 8.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,094.57 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 4.84
ผลการดาเนินงานไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นกำไรสุทธิของธุรกิจตลาดทุน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัททุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้แก่ บล.ภเทาและ บลจ.ภัทร จำนวน 300 ล้านบาท หากพิจารณากำไรเบ็ดเสร็จรวมจะเท่ากับ 1,796 ล้านบาทเพิ่มข้ึน 8.1% เป็นกำไรเบ็ดเสร็จของธุรกิจตลาดทุน จำนวน 289ลา้นบาทโดยกำไรเบ็ดเสร็จรวมได้รวมผลจากการวัดมูลค่าหลักทรัพยเ์ผื่อขายอันเป็นผลจากความผันผวนของตลาดทุน
ส่วนรายได้ดอกเบี้ยมีจำนวน 3,820 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากไตรมาส 3/2559 จากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยเงินลงทุนในสิทธิเรียกร้องท่ีลดลง 73.0% เนื่องจากในไตรมาส 3/2559 มีการเจรจาปรับโครงสร้างลูกหน้ีรายใหญ่ได้ รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงินลดลง2.4% ตามการหดตัวของสินเชื่อเช่าซื้อ
ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 23.0% ตามปริมาณการเพิ่มขึ้นของสินเช่ือ รวมถึงมีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพเกณฑ์เงินสดจากสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ส่วนหน้ีสูญหน้ีสงสยัจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่าในไตรมาส3/2560 มีจำนวน 75 ล้านบาทลดลงจาก 1,011 ล้านบาทในไตรมาส 3/2559 เนื่องจากในไตรมาส 3/2559 ธนาคารได้มีการตั้งสำรองทั่ว ไปจำนวน 750 ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 ยอดสำรองค่าเผื่อหน้ีสงสัยจะสูญและค่าเผื่อการปรับมูลค่าจากการปรับโครงสร้างหน้ีมี จำนวน 10,892 ล้านบาท โดยมียอดสำรองทั่วไป 4,500 ล้านบาท อัตราส่วนสำรองทั้งสิ้นต่อสำรองตามเกณฑ์ เท่ากับ 185.4% เพิ่มข้ึนจาก 181.6% ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 และมีอัตราส่วนสารองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 105.6% เพิ่มข้ึนเล็กน้อยจาก 105.4% ณสิ้นไตรมาส3/2559
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2560 มีกำไรสุทธิ 1,723.18 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,691.01 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2.00 บาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 4,432.29 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 5.23 บาท เพิ่มขึ้น 8.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,094.57 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 4.84
ผลการดาเนินงานไตรมาส 3/2560 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นกำไรสุทธิของธุรกิจตลาดทุน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัททุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ได้แก่ บล.ภเทาและ บลจ.ภัทร จำนวน 300 ล้านบาท หากพิจารณากำไรเบ็ดเสร็จรวมจะเท่ากับ 1,796 ล้านบาทเพิ่มข้ึน 8.1% เป็นกำไรเบ็ดเสร็จของธุรกิจตลาดทุน จำนวน 289ลา้นบาทโดยกำไรเบ็ดเสร็จรวมได้รวมผลจากการวัดมูลค่าหลักทรัพยเ์ผื่อขายอันเป็นผลจากความผันผวนของตลาดทุน
ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 23.0% ตามปริมาณการเพิ่มขึ้นของสินเช่ือ รวมถึงมีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อด้อยคุณภาพเกณฑ์เงินสดจากสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ส่วนหน้ีสูญหน้ีสงสยัจะสูญและขาดทุนจากการด้อยค่าในไตรมาส3/2560 มีจำนวน 75 ล้านบาทลดลงจาก 1,011 ล้านบาทในไตรมาส 3/2559 เนื่องจากในไตรมาส 3/2559 ธนาคารได้มีการตั้งสำรองทั่ว ไปจำนวน 750 ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาส 3/2560 ยอดสำรองค่าเผื่อหน้ีสงสัยจะสูญและค่าเผื่อการปรับมูลค่าจากการปรับโครงสร้างหน้ีมี จำนวน 10,892 ล้านบาท โดยมียอดสำรองทั่วไป 4,500 ล้านบาท อัตราส่วนสำรองทั้งสิ้นต่อสำรองตามเกณฑ์ เท่ากับ 185.4% เพิ่มข้ึนจาก 181.6% ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 และมีอัตราส่วนสารองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 105.6% เพิ่มข้ึนเล็กน้อยจาก 105.4% ณสิ้นไตรมาส3/2559






