thansettakij
thansettakij
'ถิรไทย' คว้างานกฟน.มูลค่า 131 ล้าน

'ถิรไทย' คว้างานกฟน.มูลค่า 131 ล้าน

10 ต.ค. 60 | 07:34 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ต.ค. 60 | 14:34 น.
ถิรไทย ประเดิมไตรมาส 4 คว้างานกฟน. ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสมบูรณ์ (Completely Self Protect transformer) มูลค่า 131 บาท เตรียมส่งมอบไตรมาส 4 นี้ คาดรายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน พร้อมเตรียมประมูลงาน อย่างต่อเนื่องประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดครองส่วนแบ่งการตลาด 25-30%

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ ของ บริษัท ถิรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TRT ผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมด้านเกี่ยวกับพลังงานรายใหญ่ของประเทศ เพื่อผลิตสินค้าตามคําสั่งซื้อของลูกค้า (made to order) เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาซื้อขาย หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสมบูรณ์ (Completely Self Protect transformer) ขนาด 225 kVA 3 Ph 24000-416/240 V จำนวน 213 เครื่อง สัญญาเลขที่ MP9-8975-BGE มูลค่า 131,731,980 บาทกับการไฟฟ้านครหลวง โดยมีนายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง(กฟน) ร่วมลงนาม

สำหรับการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสมบูรณ์ ที่เซ็นสัญญากับทาง กฟน. จะส่งมอบประมาณเดือนธันวาคม ปี2560 โดยทางกฟน. จะนำไปติดตั้งในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน.ซึ่งนับได้ว่า กฟน.เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สำคัญ ที่ได้ให้การสนับสนุนใช้หม้อแปลงไฟฟ้า ของ ถิรไทย ตลอดมา นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้น จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 30 ปี

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สําหรับครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ลดลง ซึ่งเกิดมาจากปัจจัยหลักมาจาก การส่งมอบสินค้าที่มีกําไรขั้นต่ำ โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้า เนื่องมาจาก ภาวะการแข่งขันทางด้านราคาของตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ายังสูง จากการใช้งบประมาณของภาครัฐยังไม่กลับมาเป็นภาวะปกติ ทําให้กําไรขั้นต้น ของ Transformer group และ Non-Transformer group ลดลงจาก 24% และ 44% ตามลําดับสําหรับงวด 6 เดือน ในไตรมาส 2 ปี 2559 มาอยู่ที่ 10% และ 31% ตามลําดับ ในไตรมาส 2 ปี 2560

สำหรับกําไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัท ถิรไทย จะขึ้นอยู่กับภาวะการแข่งขัน และการรับรู้รายได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาส่งมอบของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกลุ่มธุรกิจ ถิรไทย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร สําหรับ 6 เดือนในไตรมาส 2 ปี 2560 อยู่ที 26% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน อยู่ที 24% การเพิ่มขึ้น เนื่องจาก การเพิ่ม ขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของตลาดตราสารหนี้ และ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

บาร์ไลน์ฐาน สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งกลุ่มไว้ประมาณ 4,290 ล้านบาท ในปี 2562โดยใช้กลยุทธ์การขยายฐานตลาดส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งจะเน้นตลาดในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงโดยเฉพาะ กลุ่มประเทศ AEC โดยเน้นลูกค้าที่ต้องการวิศวกรรมการออกแบบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดส่งออกจาก 479 ล้านบาท ในปี 2559 เป็น 610 ล้านบาท ในปี 2560 หรือ เพิ่มขึ้นคิดเป็น27% จากปี 2559 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2562 และเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจากแผน PDP 2015 ซึ่งประมาณการงบลงทุนในโครงการระบบเสาส่งไฟฟ้า แรงสูงของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต สำหรับปี 2559-2563 อยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่ง TRT มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 25-30%

รวมถึงกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของ กลุ่มงาน Steel Fabrication และงาน EPC ด้วยการเตรียมแผนเพื่อเข้ารับการรับรองมาตรฐานขั้นสูงต่างๆ ตัวอย่างเช่น ASME ซึ่งคาดว่าจะได้รับการรับรองมาตรฐานในปี 2560 ทั้งด้านศักยภาพการผลิต และบุคลากร เพื่อเพิ่ม Value Added ซึ่งสามารถทำให้ยอดขายของงานกลุ่มงานนี้ สามารถเติบโตจาก จาก 161 ล้านบาทในปี 2559 เป็น 529 ล้านบาท ในปี 2560 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2561 - 2562

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ของกลุ่มบริษัท ถิรไทย เฉลี่ยอยู่ที 20-23%และจะเพิ่มศักยภาพและเสริมทรัพยากรบุคคลในองค์ให้มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ e-book
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market