thansettakij
thansettakij
บล.เคทีบี มองหุ้นสัปดาห์นี้พักตัว กรอบ 1,680-1,710 จุด

บล.เคทีบี มองหุ้นสัปดาห์นี้พักตัว กรอบ 1,680-1,710 จุด

09 ต.ค. 60 | 03:18 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 60 | 10:18 น.
KTBST มอง SET Index ยังมีแรงบวกหนุน ทิศทางสัปดาห์นี้อาจพักตัวเพื่อไปต่อ จับตานโยบายของ Fed และดอลลาร์ที่แข็งค่า แนะลงทุนหุ้นใหญ่ที่มีปัจจัยบวก แนะนำ JMT , WICE , TAPAC , TK , AP , SYNEX ประเมินกรอบดัชนีในสัปดาห์นี้ที่ 1,680-1,710 จุด

[caption id="attachment_217260" align="aligncenter" width="474"] ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์[/caption]

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST มองทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ (9-12 ต.ค.) ว่า จากแรงกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆที่อาจเปลี่ยนแปลง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ยังเป็นตัวแปรที่กดดันต่อราคาหุ้น แม้ว่าปัจจัยในประเทศจะเป็นตัวหนุนต่อตลาด ทั้งเรื่อง GDP ปีนี้ที่มีการปรับขึ้นไปอยู่ใกล้ๆ 4% และผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของตลาดและหุ้นหลักๆ ที่มีสัญญาณฟื้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา รวมถึงการเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งจะทำให้มีการเข้ามาลงทุนในหุ้นที่ถูกคาดว่ากำไรจะดีเช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อน

"แนวโน้มของ SET Index ในสัปดาห์นี้อาจมีการพักฐานก่อนเดินหน้าต่อ คาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ อยู่ที่ 1,680-1,710 จุด"ดร.วิน กล่าว

007-1-503x334-1-503x334-13 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเนื่องจาก Fed ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้การประกาศตัวเลขที่ชัดเจนของมาตรการลดภาษีของทรัมป์ยังส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกด้วย โดย Dollar Spot Index ปรับตัวขึ้นมาจาก 93 เป็น 94 จุด และค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์อ่อนค่าลงมาเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกไทยและหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ หากสูงมากกว่าคาดที่ 0.49% โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยจะสูงขึ้นตามลำดับ

ขณะที่การคัดเลือกประธาน Fed คนใหม่ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มจะเป็น Warsh ซึ่งถูกมองว่านโยบายไม่สนับสนุนการก่อให้เกิดเงินเฟ้อ เช่น มาตรการ QE, การลดดอกเบี้ยเป็นเวลานาน หาก Warsh ได้เป็นประธาน Fed คนใหม่ มองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเร็วขึ้น (คาดการณ์เดิม คือ ธ.ค.60) และค่าเงินดอลลาร์จะมีโอกาสแข็งค่าต่อ

บาร์ไลน์ฐาน ส่วนปัจจัยในประเทศติดตามกระแสเงินจากต่างประเทศ โดยคาดว่าสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสที่ต่างชาติจะมีการขายทำกำไรต่อจากสัปดาห์ก่อน รวมถึงการคาดการณ์งบการเงินในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะเริ่มเห็นการเข้ามาเก็งกำไร

"สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเรายังมองว่าตลาดเพียงแค่ชะลอการปรับตัวขึ้น แนะนำนักลงทุนเลือกที่จะถือหุ้นต่อ หรือเข้าซื้อเพิ่มโดยรอจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงมาควรเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่จะมีการสลับเข้ามาและมีปัจจัยบวกรองรับ รวมทั้งกลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 3 จะออกมาดี และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ ผลบวกจากเงินบาทอ่อนค่า เป็นต้น หุ้นแนะนำในเชิงกลยุทธ์ได้แก่ JMT , WICE , TAPAC , TK , AP , SYNEX"ดร.วิน กล่าว ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market