
เงินจ่อเข้า LTF 3 หมื่นล้าน ‘ฟิลลิป’แนะทยอยลงทุน‘กรุงศรี’ชูหุ้นโตรับศก.ฟื้น
บล.ฟิลลิปฯ ประเมินเงินไหลเข้าซื้อ LTF โค้งสุดท้ายหนุนหุ้นเดือนธันวาคมพุ่ง แนะทยอยเข้าลงทุน“บลจ.กรุงศรี” มองหุ้นสดใส ชูหุ้นเติบโตเด่น รับเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเปิดตัวกอง “ไทยออลสตาร์ปันผล”
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป จำกัด เปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วง 8 เดือนแรกของปี2560 มีเงินไหลออกสุทธิ 1.60หมื่นล้านบาทและคาดว่านักลงทุนจะกลับมาซื้อกองทุน LTF ในไตรมาส4โดยเฉพาะเดือนธันวาคมเหมือนที่ผ่านมา จึงคาดว่าจะมีเงินไหลกลับเข้าลงทุน 2-3 หมื่นล้านบาทในช่วงปลายปี
“หากเงินไหลเข้า3หมื่นล้านบาท ก็คาดว่า 70-80% เงินจะเข้ามาซื้อ LTF ในเดือนธันวาคม หรือคิดเป็นประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โอกาสจะเห็นหุ้นพีกในเดือนธันวาคม หากนักลงทุนรอซื้อตอนนั้นต้นทุนก็แพง จึงแนะนำให้แบ่งเงินเป็น 2 ก้อนทยอยซื้อสิ้นเดือนตุลาคมและสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งยังมีเวลาให้ติดตามสถานการณ์” นายสานุพงศ์ กล่าว
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีและการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก1ครั้งในปีนี้และรอดูการลดขนาดงบดุลหากตัวเลขมากกว่าคาดโอกาสที่เงินจะไหลกลับสหรัฐฯรวมทั้งต้องติดตามกฎหมายลดภาษีนิติบุคคลของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามมองว่าโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลงสู่ระดับ 1,600 จุดมีความเป็นไปได้น้อย หากไม่มีปัจจัยลบ เนื่องจากจะมีเงินรอเข้าซื้อกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพราะกลัวดัชนีจะปรับตัวสูงขึ้นตามแนวโน้มตลาดขาขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจโดยบล.ฟิลลิปฯคาดกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.)มีแนวโน้มเติบโต 10% ในปี 2561 และเป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,760-1,780 จุด อีกทั้งมองว่าเงินลงทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันถือครองหุ้นไทยสัดส่วน 29% จากอดีตก่อนขายหุ้นไทยออกมีสัดส่วนอยู่ที่ 35%
“แม้หุ้นไทยจะขึ้นมาเร็วจากเงินลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อหุ้นบิ๊กแคป แต่มองว่าราคาหุ้นขนาดใหญ่ยังไม่ได้แพงจนเกินไปประกอบกับหุ้นขาขึ้นไและแนวโน้มตลาดปีหน้ายังดี แต่หากกังวลอาจเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วไป ซึ่งจะลงทุนทั้งหุ้นบิ๊กแคปและสมอลแคปและสภาวะแบบนี้แนะนำกองทุนที่มีนโยบายบริหารจัดการในเชิงรุก” นายสานุพงศ์กล่าว
นายวิพุธ เอื้ออานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนฝ่ายตราสารทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม2560 มีเงินลงทุนใหม่ในกองทุนLTFของบริษัท 1,900 ล้านบาทและกองทุน RMF จำนวน 2,281 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามดัชนีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาใกล้ 1,700 จุด จึงแนะนำให้ทยอยซื้อกองทุนLTF โดยบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตราสารทุนในระยะกลางถึงยาวจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับตํ่า กำไรบจ.มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจเมื่อเทียบตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค
สำหรับกองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูงอย่างกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวอิควิตี้ รวมถึงกองทุนที่เน้นการเฟ้นหาหุ้นที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละภาวะตลาด อย่างกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยออลสตาร์ปันผล(KFLTFSTARD)ซึ่งกำลังจะเปิดขายครั้งแรกวันที่ 3-10 ตุลาคมนี้ มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนในระยะกลางถึงยาวสูงกว่ากองทุนที่เน้นหุ้นปันผลดีอย่างกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผลท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560
“หากเงินไหลเข้า3หมื่นล้านบาท ก็คาดว่า 70-80% เงินจะเข้ามาซื้อ LTF ในเดือนธันวาคม หรือคิดเป็นประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โอกาสจะเห็นหุ้นพีกในเดือนธันวาคม หากนักลงทุนรอซื้อตอนนั้นต้นทุนก็แพง จึงแนะนำให้แบ่งเงินเป็น 2 ก้อนทยอยซื้อสิ้นเดือนตุลาคมและสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งยังมีเวลาให้ติดตามสถานการณ์” นายสานุพงศ์ กล่าว
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีและการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก1ครั้งในปีนี้และรอดูการลดขนาดงบดุลหากตัวเลขมากกว่าคาดโอกาสที่เงินจะไหลกลับสหรัฐฯรวมทั้งต้องติดตามกฎหมายลดภาษีนิติบุคคลของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามมองว่าโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลงสู่ระดับ 1,600 จุดมีความเป็นไปได้น้อย หากไม่มีปัจจัยลบ เนื่องจากจะมีเงินรอเข้าซื้อกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพราะกลัวดัชนีจะปรับตัวสูงขึ้นตามแนวโน้มตลาดขาขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจโดยบล.ฟิลลิปฯคาดกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.)มีแนวโน้มเติบโต 10% ในปี 2561 และเป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,760-1,780 จุด อีกทั้งมองว่าเงินลงทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันถือครองหุ้นไทยสัดส่วน 29% จากอดีตก่อนขายหุ้นไทยออกมีสัดส่วนอยู่ที่ 35%
นายวิพุธ เอื้ออานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนฝ่ายตราสารทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม2560 มีเงินลงทุนใหม่ในกองทุนLTFของบริษัท 1,900 ล้านบาทและกองทุน RMF จำนวน 2,281 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามดัชนีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาใกล้ 1,700 จุด จึงแนะนำให้ทยอยซื้อกองทุนLTF โดยบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตราสารทุนในระยะกลางถึงยาวจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับตํ่า กำไรบจ.มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจเมื่อเทียบตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค
สำหรับกองทุนที่แนะนำ ได้แก่ กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูงอย่างกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวอิควิตี้ รวมถึงกองทุนที่เน้นการเฟ้นหาหุ้นที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละภาวะตลาด อย่างกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวไทยออลสตาร์ปันผล(KFLTFSTARD)ซึ่งกำลังจะเปิดขายครั้งแรกวันที่ 3-10 ตุลาคมนี้ มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนในระยะกลางถึงยาวสูงกว่ากองทุนที่เน้นหุ้นปันผลดีอย่างกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผลท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560






