
รายย่อยร้องพาณิชย์เพิกถอนบอร์ด IFEC
นักลงทุนรายย่อยร้องกระทรวงพาณิชย์เพิกถอนการรับจดทะเบียนบอร์ด IFEC ตามมติผู้ถือหุ้น 14 ก.พ. “โมฆะ” ใช้วิธี Cumulative Voting ผิดข้อบังคับ จี้จัดประชุมผู้ถือหุ้นลือกกรรมการชุดใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลงให้ครบองค์ประชุม เพื่อเดินหน้าฟื้นฟูกิจการไอเฟค สางปัญหาหนี้-ปลดเครื่องหมาย SP
นายเรวัตร์ วงศ์สวัสดิ์ ทนายความผู้มอบอำนาจกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยไอเฟค ให้ทำหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะนายทะเบียน เพื่อขอให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตามมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เนื่องจากการลงมติแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออก ตามการประชุมดังกล่าวเป็นการลงมติ โดยไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัท และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อบังคับของบริษัทเรื่องการแต่งตั้งกรรมการ หมวด 3 ข้อ 20 ระบุว่า กรรมการนั้น ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง แต่การประชุมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ไดัใช้วิธีการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) หรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือคูณด้วยจำนวนกรรมการที่จะเลือกตั้ง ซึ่งข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดให้สามารถกระทำได้เช่นนั้น
“ดังนั้น มติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออกจึงถือเป็นการลงมติที่ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของผู้ถือหุ้นรายย่อยไอเฟค จึงขอโต้แย้งคำสั่งรับจดทะเบียนดังกล่าว และขอเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการไอเฟคตามมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ในทันที”
นอกจากนี้ คำสั่งของกระทรวงพัฒนาธุรกิจการค้าที่ไม่รับจดทะเบียนบอร์ดใหม่ที่มาจากวิธีการเลือกตั้งแบบ Cumulative Voting ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2560 เป็นการดำเนินการที่ผิดข้อบังคับ มิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษนายวิชัย ต่อ ปอศ. ฐานทุจริต แสวงหาประโยชน์ พร้อมให้ออกจากกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ทำให้ไอเฟคในขณะนี้ มีกรรมการเหลือเพียง 1 คนเท่านั้น
“ไอเฟคในเวลานี้ แทบจะเรียกว่า SET ZERO นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ในฐานะกรรมการ มีหน้าที่เพียงเร่งจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ให้ครบองค์ประชุม เพื่อเข้ามาฟื้นสถานะของบริษัทนำไปสู่การปลดเครื่องหมาย SP ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อยพร้อมดำเนินคดีทางแพ่ง และอาญากับผู้บริหารของไอเฟค อย่างเด็ดขาด เพราะที่ผ่านมามีการรายงานข้อมูลในการแต่งตั้งกรรมการ กรรมการอิสระ ทั้งๆที่กรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่ผ่านมติจากผู้ถือหุ้น กระทรวงพาณิชย์ไม่รับจดทะเบียนรับรอง อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันชัดเจนว่ากรรมการอิสระของไอเฟคไม่ครบ แต่กรรมการในปัจจุบันยังคงกระทำการขัดต่อหลักกฎหมาย เพื่อคุมอำนาจบริหารต่อ”ทนายตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยกล่าว
อนึ่ง จากข้อมูลที่ไอเฟคแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า นอกเหนือจากนายวิชัย ที่ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมีผลวันที่ 5 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ยังเหลือกรรมการ 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ กรรมการ 2.นายธีติพันธ์ เทพผดุง กรรมการ 3.นายวิภู มหารักขกะ กรรมการ 4.นายพีรธัช สุขพงษ์ กรรมการ 5.พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี กรรมการ 6.พ.อ.บุญเลิศ แจ้งนพรัตน์ ประธานกรรมการตรวจสอบ 7.นายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ กรรมการตรวจสอบ 8.นายปิยะพงศ์ วงศ์สุ กรรมการตรวจสอบ
นายเรวัตร์ วงศ์สวัสดิ์ ทนายความผู้มอบอำนาจกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IFEC) เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยไอเฟค ให้ทำหนังสือถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะนายทะเบียน เพื่อขอให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตามมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เนื่องจากการลงมติแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออก ตามการประชุมดังกล่าวเป็นการลงมติ โดยไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัท และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อบังคับของบริษัทเรื่องการแต่งตั้งกรรมการ หมวด 3 ข้อ 20 ระบุว่า กรรมการนั้น ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง แต่การประชุมเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ไดัใช้วิธีการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) หรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือคูณด้วยจำนวนกรรมการที่จะเลือกตั้ง ซึ่งข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดให้สามารถกระทำได้เช่นนั้น
“ดังนั้น มติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่องการแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออกจึงถือเป็นการลงมติที่ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของผู้ถือหุ้นรายย่อยไอเฟค จึงขอโต้แย้งคำสั่งรับจดทะเบียนดังกล่าว และขอเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการไอเฟคตามมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ในทันที”
นอกจากนี้ คำสั่งของกระทรวงพัฒนาธุรกิจการค้าที่ไม่รับจดทะเบียนบอร์ดใหม่ที่มาจากวิธีการเลือกตั้งแบบ Cumulative Voting ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2560 เป็นการดำเนินการที่ผิดข้อบังคับ มิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษนายวิชัย ต่อ ปอศ. ฐานทุจริต แสวงหาประโยชน์ พร้อมให้ออกจากกรรมการและผู้บริหารของบริษัท ทำให้ไอเฟคในขณะนี้ มีกรรมการเหลือเพียง 1 คนเท่านั้น
“ไอเฟคในเวลานี้ แทบจะเรียกว่า SET ZERO นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ ในฐานะกรรมการ มีหน้าที่เพียงเร่งจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ให้ครบองค์ประชุม เพื่อเข้ามาฟื้นสถานะของบริษัทนำไปสู่การปลดเครื่องหมาย SP ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อยพร้อมดำเนินคดีทางแพ่ง และอาญากับผู้บริหารของไอเฟค อย่างเด็ดขาด เพราะที่ผ่านมามีการรายงานข้อมูลในการแต่งตั้งกรรมการ กรรมการอิสระ ทั้งๆที่กรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่ผ่านมติจากผู้ถือหุ้น กระทรวงพาณิชย์ไม่รับจดทะเบียนรับรอง อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันชัดเจนว่ากรรมการอิสระของไอเฟคไม่ครบ แต่กรรมการในปัจจุบันยังคงกระทำการขัดต่อหลักกฎหมาย เพื่อคุมอำนาจบริหารต่อ”ทนายตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยกล่าว
อนึ่ง จากข้อมูลที่ไอเฟคแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า นอกเหนือจากนายวิชัย ที่ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมีผลวันที่ 5 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ยังเหลือกรรมการ 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ กรรมการ 2.นายธีติพันธ์ เทพผดุง กรรมการ 3.นายวิภู มหารักขกะ กรรมการ 4.นายพีรธัช สุขพงษ์ กรรมการ 5.พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี กรรมการ 6.พ.อ.บุญเลิศ แจ้งนพรัตน์ ประธานกรรมการตรวจสอบ 7.นายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ กรรมการตรวจสอบ 8.นายปิยะพงศ์ วงศ์สุ กรรมการตรวจสอบ






