thansettakij
thansettakij
ฟันธงขาขึ้นแนะลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน

ฟันธงขาขึ้นแนะลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน

07 ก.ย. 60 | 12:24 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 60 | 19:24 น.
เซียนหุ้นมองตลาดที่เหลือของปีนี้เป็นขาขึ้น แนะเลือกหุ้นใหญ่ กลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทน ดันตลาด 1,700 จุด ยกเว้นมีสงคราม มองผลตอบแทนปีนี้สูงกว่าตลาดได้เล็กน้อย เหตุตลาด 8 เดือนแรกสลบเหมือด

ตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายน 2560 กลับมาสู่ความคึกคัก เรียกความมั่นใจนักลงทุนกลับเข้าตลาดหุ้น ส่งผลให้ดัชนีตลาดขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้อย่างแข็ง แกร่ง ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 40,000 ล้านบาทได้ และต่างชาติมียอดซื้อสุทธิต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2560 จำนวน 1,023.56 ล้านบาท พอร์ตเทรดบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 1,501.57 ล้านบาท ขณะที่สถาบันและนักลงทุนในประเทศ เป็นยอดขายสุทธิ 1,629.44 ล้านบาท และ 895.68 ล้านบาท ตามลำดับ

นายวัชระ แก้วสว่าง หรือเสี่ยป๋อง นักลงทุนรายใหญ่ ที่ผสมผสานการลงทุนด้านเทคนิคกับปัจจัยพื้นฐาน และความเชื่อทางโหราศาสตร์ กล่าวว่า ตามสัญญาณเทคนิค บ่งชี้ว่าตลาดเปลี่ยนภาพมาเป็นขึ้นได้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ สอดคล้องกับโหราศาสตร์ ซึ่งนายวัชระ เชื่อคำทำนายตลาดหุ้นหลังวันที่ 6 กันยายน จะทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดไปจน ถึงเดือนตุลาคมปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าในลักษณะ ไซด์เวย์ อัพไปเรื่อยๆ ไม่ได้ขึ้นรุนแรง

สำหรับหุ้นที่จะผลักดันการขึ้นรอบใหม่ เสี่ยป๋อง ให้นํ้าหนักไปที่หุ้นขนาดใหญ่ ที่จะผลักดัน SET ไป 1,700-1,800 จุด ได้ ซึ่งหุ้นที่ชื่นชอบและเล่นรอบได้ คือหุ้นปตท. (PTT), ปตท.สผ. (PTTEP) รวมทั้งหุ้นปิโตรเคมี หรือโรงกลั่นในกลุ่มปตท. โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่ เวียนเก็งกำไรเป็นรอบๆ สลับด้วยหุ้นธนาคารและสื่อสาร

“ตลาดหุ้นที่เหลือของปีนี้ ถ้าไม่มีสงคราม หรือเรื่องร้ายๆ ในต่างประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เดินหน้าเข้าสู่ การเลือกตั้งในปีหน้า ผมแอบเชื่อตลาดหุ้นปีนี้นิวไฮและนับจากนี้ 1 ปี มอง SET ไว้ที่ระดับ 1,800 จุด ผมหวังปีนี้พอร์ตลงทุนเติบโต 20% จากปีก่อน” เสี่ยป๋อง กล่าว

Tp8-3279-b นายมงคล สุขเจริญคณา หรือ “เสี่ยอ้น” นักลงทุนภูธร เจ้าของธุรกิจเรือประมงแม่กลอง สมุทรสงคราม กล่าวว่า ตลาดที่กลับมาบวกกว่า 30 จุดปลายเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนเป็นขาขึ้นซึ่งเสี่ยอ้น มองการขึ้นของตลาดแรงขึ้นๆ ไปถึง 1,700-1,800 จุด จากนี้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่มีสงคราม และการเมืองไทยเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง
เสี่ยอ้น มองหุ้นที่เป็นแรงส่งตลาดอย่างดีให้นํ้าหนักที่กลุ่มพลังงาน และพลังงานทดแทน เช่น PTT, ปตท.สผ. (PTTEP), โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) บ้านปูเพาเวอร์ (BPP), บีซีพีจี (BCPG) บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ไออาร์พีซี (IRPC) และ ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และสื่อสาร มีโอกาสสลับขึ้นมาเล่นเป็นรอบๆ

นายนเรศ งามอภิชน นักลงทุนหุ้นพื้นฐานรายใหญ่ กล่าวยืนยันการเลือกลงทุนหุ้นถูกตัว สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีไม่ว่จะเป็นตลาดขาขึ้นหรือลง และพยายามจำกัดการลงทุนหุ้น 10 บริษัทเท่านั้น ซึ่งปีนี้หุ้นในพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูงยังเป็นหุ้นออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) แม้ว่าหุ้น TPI ที่ลงทุนให้ผลตอบแทนไม่ดีนัก

สำหรับตลาดที่ปรับตัวขึ้นจากปลายเดือนสิงหาคม ถึงปัจจุบัน เสี่ยนเรศ มองว่า เป็นการขึ้นชั่วคราว เนื่องจากเม็ดเงินต่างชาติยังไม่เข้าจริงจัง ขณะที่กองทุนในประเทศ ซื้อๆ ขายๆ ถ้าตลาดคึกคักจริงต้องรอให้ผ่านไตรมาส 3 ไปก่อน

“ตลาดจะไป 1,600 จุดได้ ต้องมีแรงซื้อเข้ามา ผมเชื่อว่าปีนี้หุ้นบวกได้ แต่ไม่มาก หรือไม่ดีเท่ากับปีก่อนที่ตลาดบวกได้ 20% ถ้าปี 2561 มีเลือกตั้งแน่ๆ เงินต่างชาติเข้าจริงจัง ตลาดจะกลับมาคึกคัก”

เสี่ยนเรศ กล่าวและว่า พอร์ตลงทุนเข้าไปเก็บหุ้นศุภาลัย (SPALI) ช่วงที่นักลงทุนรายย่อยเทขายหุ้น หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มทุนและออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) สัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ ราคา 4 บาท ซึ่งนักลงทุนรายย่อยไม่ชอบกลไกการเพิ่มทุนนี้ เนื่องจากอายุวอร์แรนต์สั้นเพียง 1 ปี แต่เสี่ยนเรศ มองว่า เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี อัตราการจ่ายปันผล 5% ต่อปี และราคาที่ซื้อแถว 23 บาท ตํ่ากว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งการซื้อที่ต้นทุนถูก ยังช่วยป้องกันความเสียหายได้ และได้ผลตอบ แทน 20% จากการลงทุนระยะยาว 1 ปี ขึ้นไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,294 วันที่ 7 - 9 กันยายน พ.ศ. 2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market