
ALT วางระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงนิคมนวนคร มูลค่า 150 ล้าน
เอแอลที เทเลคอม ลงนามสัญญาวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงความเร็วสูงในเขตอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี มูลค่าเบื้องต้น 150 ล้านบาท ตามเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนโครงสร้างกำไรที่มาจากธุรกิจมีรายได้ต่อเนื่องครึ่งหนึ่งของกำไรรวมภายในปี 2563
บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2560 บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาวางโครงข่ายสายสื่อสารเคเบิลใยแก้วนำแสงความเร็วสูงในเขตอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี กับบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และให้บริการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้วางระบบสายสื่อสารเคเบิลใย้แก้วนำแสงความเร็วสูงเพื่อให้เช่า โดยมีอายุสัญญา 16 ปี และมีงบลงทุนรวมเบื้องต้นประมาณ 150 ล้านบาท
โครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการและผู้อยู่อาศัย ประกอบด้วย 1.การวางระบบสายสื่อสารเคเบิลใยแก้วนำแสงความเร็วสูง 2.อินเทอร์เน็ตเพื่อชุมชนและ 3.ศูนย์เก็บข้อมูลดิจิตอลความมั่นคงสูงระดับ 3
การลงทุนในครั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์หลักของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจที่มีรายได้ โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อให้เช่า ทั้งโครงการที่ลงทุนเองโดยตรงและลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนหรือกิจการร่วมค้า ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของโครงสร้างกำไรที่มาจากธุรกิจที่มีรายได้แบบต่อเนื่อง เป็นครึ่งหนึ่งของผลกำไรรวมภายใน 5 ปี คือ ปี 2563
บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2560 บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาวางโครงข่ายสายสื่อสารเคเบิลใยแก้วนำแสงความเร็วสูงในเขตอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี กับบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และให้บริการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้วางระบบสายสื่อสารเคเบิลใย้แก้วนำแสงความเร็วสูงเพื่อให้เช่า โดยมีอายุสัญญา 16 ปี และมีงบลงทุนรวมเบื้องต้นประมาณ 150 ล้านบาท
โครงการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการและผู้อยู่อาศัย ประกอบด้วย 1.การวางระบบสายสื่อสารเคเบิลใยแก้วนำแสงความเร็วสูง 2.อินเทอร์เน็ตเพื่อชุมชนและ 3.ศูนย์เก็บข้อมูลดิจิตอลความมั่นคงสูงระดับ 3
การลงทุนในครั้งนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์หลักของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจที่มีรายได้ โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อให้เช่า ทั้งโครงการที่ลงทุนเองโดยตรงและลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนหรือกิจการร่วมค้า ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของโครงสร้างกำไรที่มาจากธุรกิจที่มีรายได้แบบต่อเนื่อง เป็นครึ่งหนึ่งของผลกำไรรวมภายใน 5 ปี คือ ปี 2563






