
SUPER3ปีขอโตตปท. คอนเนกชันบิ๊กก่อสร้าง-ปิดดีลลมเวียดนาม
“จอมทรัพย์” เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ SUPER คว้าโรงไฟฟ้าพลังงานลม 700 เมกะวัตต์เวียดนาม สายสัมพันธ์เบอร์ 1 ยักษ์ก่อสร้างเวียดนาม ตั้งเป้าผู้นำพลังงานแห่งเอเชีย เผยกำลังลมประสิทธิภาพดีกว่าไทย
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อกฯ (SUPER) เปิดเบื้องหลังความสำเร็จในการลงนามตกลงความร่วมมือ (MOA) พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมขนาด 700 เมกะวัตต์ร่วมกับพันธมิตรที่ประเทศเวียดนาม ว่า บริษัทใช้เวลากว่า 1 ปี ในการเจรจา โดยใช้ความสัมพันธ์ (คอนเนกชัน) ผ่านผู้ใหญ่ในประเทศเวียดนามที่แนะนำให้รู้จักกับบริษัทก่อสร้างอันดับ 1 ของเวียดนาม ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้สัญญาขายไฟฟ้าให้รัฐบาลด้วย
[caption id="attachment_200306" align="aligncenter" width="335"]
จอมทรัพย์ โลจายะ[/caption]
“ที่ได้ดีลนี้มา เป็นคอนเนกชันล้วนๆ ผ่านผู้ใหญ่แนะนำให้ ตอนนี้ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ แต่เป็นเบอร์ 1 คล้ายๆ ช. การช่างอะไรแบบนี้ ซึ่งซุปเปอร์ถือเป็นบริษัทเอกชนรายที่ 4 ที่เวียดนามให้ความสำคัญเซ็นสัญญา เป้าหมายทะเยอทะยานของ SUPER มองการเติบโตและโอกาส ไม่แพ้การทำโซลาร์ฟาร์มในเมืองไทย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา” นายจอม-ทรัพย์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสัญญา MOA ถือว่ามีความชัดเจนเกือบเหมือนสัญญาที่มีผลสมบูรณ์ ติดเพียงเงื่อนไขบังคับคือการตรวจสอบเท่านั้น ขณะที่ MOU เป็นความ บันทึกเบื้องต้น ที่มีกรอบกว้างๆ ยังไม่ชัดเจนเท่า MOA จึงถือว่า MOA มีความเข้มข้นกว่า ขณะเดียวกัน SUPERได้เซ็น MOA นี้ที่ทำเนียบรัฐบาลไทย มีนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา
สำหรับโครงการวินด์ที่ประเทศเวียดนาม เป็นการลงทุนผ่านบริษัท ซุปเปอร์วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ ซึ่งถือหุ้นโดย SUPER 100% มูลค่าการลงทุน 5.6 หมื่นล้านบาท หรือ 80 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ ใช้เวลา 3-4 ปี ก่อสร้างแล้วเสร็จและขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ แบ่งเป็น 3 โครงการ เริ่มทยอยก่อสร้างเฟสแรกปลายปี 2560 ขนาด 100 เมกะวัตต์ คาดใช้เวลาพัฒนาโครงการ 12-14 เดือน ส่วนเฟสที่ 2-3 ใช้เวลา 14-18 เดือน โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม มีประสิทธิภาพสูงกว่าไทย ผลิตได้ 34% หรือปีละ 3.4 แสนหน่วย อัตราการรับซื้อไฟฟ้า 0.098 ดอลลาร์สหรัฐฯ อายุสัญญา 20 ปีขณะที่พลังงานลมประเทศไทยผลิตได้ 22% หรือ 2.2 แสนหน่วยเท่านั้น
ซุปเปอร์บล๊อก มองการเติบโตที่เวียดนามสูงมาก ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของอุตสาห-กรรมที่ต่างชาติเข้าไปลงทุน โดยบริษัทมองว่าเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่ให้ความสำคัญเปิดสาขาของ SUPER ที่ประเทศนี้ด้วย
สำหรับเงินลงทุน 5.6 หมื่นล้านบาท เตรียมพร้อมจากสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ (BBL) สนับสนุนสินเชื่อ SUPER รวมมูลหนี้ 30,000 ล้านบาท บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้และนำโรงไฟฟ้าขายเข้ากองทุนจำนวน 118 เมกะวัตต์ปลายปีนี้ มูลค่ากองทุน 10,000 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) คงที่ 1.91 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมเดียวกันที่มี D/E อยู่ที่ 5-7 เท่า
“ความแข็งแกร่งของ SUPER เป็นไปตามแผนที่วางไว้ 3 ปีที่ผ่านมา การเติบโตเน้นเมืองไทยเป็นหลัก แต่หลังจากนี้เมืองไทยจะหยุดโตก่อน โดยมุ่งไปต่างประเทศภายใน 3 ปีนี้เน้นที่ CLMV จีน และญี่ปุ่น เติบโตจากจำนวนเมกะวัตต์ เกิน 50% ภายในไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไปจะเริ่มมีรายได้ขายไฟฟ้าจากจีนเข้ามา ซึ่งการลงทุนทุกอย่างของ SUPER ผลตอบแทนต้องเหมาะสมกับความเสี่ยง” นายจอมทรัพย์ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อกฯ (SUPER) เปิดเบื้องหลังความสำเร็จในการลงนามตกลงความร่วมมือ (MOA) พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมขนาด 700 เมกะวัตต์ร่วมกับพันธมิตรที่ประเทศเวียดนาม ว่า บริษัทใช้เวลากว่า 1 ปี ในการเจรจา โดยใช้ความสัมพันธ์ (คอนเนกชัน) ผ่านผู้ใหญ่ในประเทศเวียดนามที่แนะนำให้รู้จักกับบริษัทก่อสร้างอันดับ 1 ของเวียดนาม ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้สัญญาขายไฟฟ้าให้รัฐบาลด้วย
[caption id="attachment_200306" align="aligncenter" width="335"]
“ที่ได้ดีลนี้มา เป็นคอนเนกชันล้วนๆ ผ่านผู้ใหญ่แนะนำให้ ตอนนี้ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ แต่เป็นเบอร์ 1 คล้ายๆ ช. การช่างอะไรแบบนี้ ซึ่งซุปเปอร์ถือเป็นบริษัทเอกชนรายที่ 4 ที่เวียดนามให้ความสำคัญเซ็นสัญญา เป้าหมายทะเยอทะยานของ SUPER มองการเติบโตและโอกาส ไม่แพ้การทำโซลาร์ฟาร์มในเมืองไทย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา” นายจอม-ทรัพย์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสัญญา MOA ถือว่ามีความชัดเจนเกือบเหมือนสัญญาที่มีผลสมบูรณ์ ติดเพียงเงื่อนไขบังคับคือการตรวจสอบเท่านั้น ขณะที่ MOU เป็นความ บันทึกเบื้องต้น ที่มีกรอบกว้างๆ ยังไม่ชัดเจนเท่า MOA จึงถือว่า MOA มีความเข้มข้นกว่า ขณะเดียวกัน SUPERได้เซ็น MOA นี้ที่ทำเนียบรัฐบาลไทย มีนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา
สำหรับโครงการวินด์ที่ประเทศเวียดนาม เป็นการลงทุนผ่านบริษัท ซุปเปอร์วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ ซึ่งถือหุ้นโดย SUPER 100% มูลค่าการลงทุน 5.6 หมื่นล้านบาท หรือ 80 ล้านบาท ต่อ 1 เมกะวัตต์ ใช้เวลา 3-4 ปี ก่อสร้างแล้วเสร็จและขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ แบ่งเป็น 3 โครงการ เริ่มทยอยก่อสร้างเฟสแรกปลายปี 2560 ขนาด 100 เมกะวัตต์ คาดใช้เวลาพัฒนาโครงการ 12-14 เดือน ส่วนเฟสที่ 2-3 ใช้เวลา 14-18 เดือน โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม มีประสิทธิภาพสูงกว่าไทย ผลิตได้ 34% หรือปีละ 3.4 แสนหน่วย อัตราการรับซื้อไฟฟ้า 0.098 ดอลลาร์สหรัฐฯ อายุสัญญา 20 ปีขณะที่พลังงานลมประเทศไทยผลิตได้ 22% หรือ 2.2 แสนหน่วยเท่านั้น
ซุปเปอร์บล๊อก มองการเติบโตที่เวียดนามสูงมาก ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของอุตสาห-กรรมที่ต่างชาติเข้าไปลงทุน โดยบริษัทมองว่าเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่ให้ความสำคัญเปิดสาขาของ SUPER ที่ประเทศนี้ด้วย
สำหรับเงินลงทุน 5.6 หมื่นล้านบาท เตรียมพร้อมจากสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ (BBL) สนับสนุนสินเชื่อ SUPER รวมมูลหนี้ 30,000 ล้านบาท บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้และนำโรงไฟฟ้าขายเข้ากองทุนจำนวน 118 เมกะวัตต์ปลายปีนี้ มูลค่ากองทุน 10,000 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) คงที่ 1.91 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมเดียวกันที่มี D/E อยู่ที่ 5-7 เท่า
“ความแข็งแกร่งของ SUPER เป็นไปตามแผนที่วางไว้ 3 ปีที่ผ่านมา การเติบโตเน้นเมืองไทยเป็นหลัก แต่หลังจากนี้เมืองไทยจะหยุดโตก่อน โดยมุ่งไปต่างประเทศภายใน 3 ปีนี้เน้นที่ CLMV จีน และญี่ปุ่น เติบโตจากจำนวนเมกะวัตต์ เกิน 50% ภายในไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไปจะเริ่มมีรายได้ขายไฟฟ้าจากจีนเข้ามา ซึ่งการลงทุนทุกอย่างของ SUPER ผลตอบแทนต้องเหมาะสมกับความเสี่ยง” นายจอมทรัพย์ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560






