thansettakij
thansettakij
บาทอ่อนหนุนกำไรบจ. กสิกรไทยคาดสิ้นปีอยู่ที่ 34.50 รอซื้อหุ้น 1,550

บาทอ่อนหนุนกำไรบจ. กสิกรไทยคาดสิ้นปีอยู่ที่ 34.50 รอซื้อหุ้น 1,550

16 ส.ค. 60 | 00:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ส.ค. 60 | 07:20 น.
ค่าเงินบาทที่แข็งปั๋งแซงภูมิภาค กดดันบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 บล.กสิกรไทยฯ มองบวกครึ่งปีหลัง หลายอุตสาหกรรมดีขึ้น แต่ไม่ต้องรีบซื้อหุ้น เงินต่างชาติยังไม่เข้า รอเวลาดัชนีหุ้นอ่อนไตรมาส 4

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทยฯ เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่ามากในช่วงที่ผ่านมามีผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในงวดไตรมาส 2/2560 แต่สถาน การณ์จะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าสิ้นปีนี้เงินบาทจะอยู่ที่ 34.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลบวกต่อการส่งออก และภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวม คาดครึ่งปีหลังผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัว 3.7% จากครึ่งปีแรกเติบโต 3.2% รวมทั้งปีขยายตัว 3.4%

“เงินบาทที่แข็งมากในครึ่งปีแรก น่าจะค่อยๆดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่คงไม่อ่อนถึง 35 บาท อย่างที่เราคาดการณ์ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นยังคงไม่ไปไหน ขาดเม็ดเงินใหม่มาลงทุน รายย่อยไม่มีเงิน ต่างชาติยังไม่เข้ามาลงทุน มีเพียงสถาบันในประเทศที่เลือกซื้อและขายหุ้นเป็นรายตัวรายกลุ่มเท่านั้น จึงไม่จําเป็นต้องรีบซื้อหุ้น รอดักซื้อก่อนกำไรบจ.จะออกมาดี ในไตรมาส 4 แนวรับรอซื้อบริเวณ 1,550 จุด” นายกวีกล่าว

รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ภาพรวมที่ดีขึ้น ส่งผลบวกต่อธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อขยายตัวดีขึ้นและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ใหม่เพิ่มในอัตราชะลอตัว ตั้งสำรองตามปกติ รวมถึงธุรกิจที่มีการส่งออกสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มพลังงาน ไม่มีผลขาดทุนจากสต๊อกเหมือนในไตรมาส 2 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่เปิดขายในไตรมาส 1 จะทยอยการโอน และรับรู้รายได้ในช่วงปลายปี ส่วนการท่องเที่ยวที่สดใส ส่งผลบวกต่อกลุ่มโรงแรม และกลุ่มค้าปลีกก็จะดีขึ้น จากไตรมาส 2 แย่มาก บางบริษัทมีโอกาสขาดทุน กลุ่มโรงพยาบาล เป็นฤดูกาลของธุรกิจและมีคนไข้จากอาเซียนมาใช้บริการมากขึ้น เช่น เมียน มา และลาว

ขณะที่กลุ่มสื่อสารและรับเหมาก่อสร้างคาดจะทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงครึ่งปีแรก และกลุ่มเกษตรก็จะไม่ดี แต่เกษตรเป็นกลุ่มเล็กจึงไม่มีผลต่อภาพตลาดโดยรวม

กลยุทธ์การลงทุนเดือน สิงหาคม เน้นที่หุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงกว่าตลด อาทิ PTT BBL SCB หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐ STEC TPCH และการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ PSH SPALI และ HMPRO

MP17-3287-A ด้านบล.เอเซียพลัสฯ วิเคราะห์ว่า ค่าเงินบาทที่เริ่มชะลอการแข็งค่า น่าจะส่งผลบวกต่อการส่งออก ในช่วงที่เหลือของปีนี้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงวด ไตรมาส 3/2560 เป็นช่วงพีก การส่งออก แนะนำซื้อหุ้นส่งออก ชื่นชอบ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA ยังแนะนําขาย DELTA, KCE

ด้านผลงานบริษัทจดทะเบียน ฝ่ายวิจัยรวบรวมล่าสุดรวม 213 บริษัท คิดเป็น 55% ของทั้งตลาด ทำกำไรสุทธิรวมกัน 1.32 แสนล้านบาท หากคิดเป็นผลงานของแต่ละบริษัท กำไรสุทธิ ลดลง 18.7% จากงวด ไตรมาส 2/2559 และลดลง 22.3% จากงวดไตรมาส 1

“โดยรวมกำไรของตลาดในไตรมาส 2 น่าจะเกินกว่า 2 แสนล้านบาท เมื่อรวมไตรมาส 1 ที่ทำได้ 2.85 แสนล้านบาท จึงยังประมาณการกำไรปีนี้ที่ 9.9 แสนล้านบาท” บล.เอเซียพลัสฯ ระบุ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,287 วันที่ 13 -16 สิงหาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market