thansettakij
thansettakij
‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล’ ประกาศจ่ายเงินปันผล2กองทุนใหม่

‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล’ ประกาศจ่ายเงินปันผล2กองทุนใหม่

09 ส.ค. 60 | 13:49 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ส.ค. 60 | 20:51 น.
‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล’ ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุนอย่าง ต่อเนื่องเดือนสิงหาคม ปันผล 2 กองทุนใหม่ที่เปิดขายใน ปีนี้ ‘CIMB-PRINCIPAL TDIF’ และ ‘CIMB-PRINCIPAL GREITs’ ดีเดย์จ่ายเงินปันผลครั้งแรกให้ แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนวันที่ 7 และ 8 ส.ค. 60 ตามลำดับ หลังให้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ด้านผู้บริหารประเมินตลาดหุ้นไท ยครึ่งปีหลังจะเคลื่อนไหวแบบไซด์ เวย์ แนะเลือกลงทุนหุ้นรายตัวพื้นฐาน ดีปันผลสูง ขณะที่ การลงทุนใน Global REITs และ Thailand & Singapore REITs ในครึ่งปีหลังปีนี้ คาดได้รับผลดีจากการขยายตัวของเ ศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก หนุนการปรับขึ้นอัตราค่าเช่า

คุณจุมพล สายมาลา นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ได้จ่ายเงินปันผลและรับขายคืนหน่ วยลงทุนอัตโนมัติจำนวน 8 กองทุนไปเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านม านั้น ในส่วนของการบริหารกองทุนใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในช่ว งครึ่งปีแรกของปีนี้ก็มีผลงานเป็ นที่น่าพอใจ  โดยกองทุนเปิด ‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ไทย ไดนามิก อินคัม อิควิตี้’ หรือ CIMB-Principal Thai Dynamic Income Equity Fund (CIMB-PRINCIPAL TDIF) ที่จดทะเบียนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560 ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนหรื อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเท ศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและธุ รกิจมีแนวโน้มเติบโต หรือเป็นบริษัทที่มีประวัติจ่าย เงินปันผลที่ดี โดยกองทุนดังกล่าวสามารถผลการดำ เนินงานที่ดีให้ผลตอบแทนย้อนหลั ง 3 เดือน และนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ ที่ 2.05% และ 2.59% ตามลำดับ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ซึ่งอยู่ที่ 1.12% และ 1.83% ตามลำดับ จึงกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งแรก  (จากผลการดำเนินงานวันที่ 31 ม.ค - 30 มิ.ย2560) ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่อัตรา 0.27 บาทต่อหน่วย

ขณะที่ กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิ ล โกลบอล รีทส์ หรือ CIMB-Principal Global REITs Fund (CIMB-PRINCIPAL GREITs) ที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 โดยเป็นกองทุนประเภทFund of Funds ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนขอ งกองทุนรวมต่างประเทศที่เข้าลงทุ นใน REITs ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพ ย์ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศโด ยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่ าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน และจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเท ศอย่างน้อย 2 กองทุน ไม่เกินร้อยละ 75 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุ น โดยกองทุนสามารถสร้างผลการดำเนิ นการที่เหมาะสมซึ่งให้ผลตอบแทนย้ อนหลัง 3 เดือน และนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 2.41% และ 3.51% ตามลำดับ เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ซึ่งอยู่ที่ 2.21% และ 5.17% ตามลำดับ จึงกำหนดจ่ายเงินปันผลครั้งแรก  (จากผลการดำเนินงานวันที่ 7 มี.ค - 30 มิ.ย 2560) ในวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ที่อัตรา 0.36 บาทต่อหน่วย

“แม้ว่าภาพรวมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ยังมีความผันผวนบ้ าง แต่เราสามารถบริหารกองทุนที่เปิ ดตัวในปีนี้ได้เป็นอย่างดี โดยกองทุน CIMB-PRINCIPAL TDIF มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นปันผลดี ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ งและเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิ บาลที่ดี ซึ่งคาดว่ากองทุนจะได้รับปัจจัย เกื้อหนุนจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้น ตัวจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้ นฐานและการการใช้จ่ายภาครัฐในส่ วนต่างๆ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญขอ งเศรษฐกิจ ส่งผลโดยรวมต่อการกระตุ้นการเติ บโตทางเศรษฐกิจของไทย ส่วนกองทุน CIMB-PRINCIPAL GREITs นั้น ได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่ ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อการปรับขึ้นอัตราค่าเ ช่าของ REITs ซึ่งเป็นรายรับหลักของกองทุน” นายจุมพลกล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล มองแนวโน้มตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลั งของปีนี้จะเคลื่อนไหวแบบไซด์ เวย์ ถึงแม้เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับปี ที่ผ่านมา ตามมุมมองของสำนักงานเศรษฐกิจกา รคลังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2560 สามารถขยายตัวได้ร้อยละ 3.6 เติบโตจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้ อยละ3.2 เรามองว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจา กการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้ ดี การใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขั บเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งการลงทุนภาครัฐยังคงสามารถเ บิกจ่ายได้ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอัตราดอ กเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเป็ นอานิสงส์เชิงบวกในด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับที่เอื้ อต่อการลงทุนภาคเอกชน ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่ขยา ยตัวต่อเนื่องได้แรงหนุนหลักจาก การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย และตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลบวกต่ อตลาดหุ้นไทย แม้ว่าจะมีความผันผวนบางขณะ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้นการลงทุน หุ้นรายตัว โดยเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นในกลุ่ มการเงิน (เช่าซื้อ, สินเชื่อส่วนบุคคล) กลุ่มการแพทย์ ก่อสร้างและอาหาร เนื่องจากภาคธนาคารน่าจะปล่อยกู้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคต้องพึ่ งพาเงินกู้จาก non-bank เพิ่มขึ้น และเป็นผลดีกับหุ้นในกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่รัฐบาลยังจำเป็นต้องลงทุน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับกา รขีดความสามารถในการแข่งขันของป ระเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อหุ้นในกลุ่มรั บเหมาก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน การลงทุนใน Global REITs และ Thailand & Singapore REITs ในครึ่งปีหลังของปีนี้ คาดว่าจะได้รับผลดีจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อกา รปรับขึ้นอัตราค่าเช่าของ REITs โดยประเมินอัตราค่าเช่าของ Global REITs และ Thailand & Singapore REITs จะปรับขึ้น 4-5% และ 2-3% ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า คาดว่าจะอยู่ที่ 3-5% และ 5-6% ตามลำดับ (จากผลการดำเนินงานวันที่ 30 มิ.ย 2560)

“ปีนี้กองทุนของเราหลายกองทุนใน ทุกกลุ่มประเภทตราสารทั้งกลุ่มต ราสารหนี้ กลุ่มผสม กลุ่มหุ้น กลุ่มสินทรัพย์ทางเลือก สามารถสร้างผลงานได้ดี ทำให้ในปีนี้เราสามารถที่จะทำกา รจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงทุ นได้ โดยทีมจัดการลงทุนของเรายังคงเน้ นวินัยในการลงทุนที่เริ่มต้นตั้ งแต่กระบวนการคัดเลือกหลักทรั พย์ลงทุนรายตัว เน้นการลงทุนในหุ้นกำไรเติบโตและมีโอกาสอัตราการเพิ่มขึ้น มีอัตราเงินปันผลที่ดี รวมทั้งการเข้าลงทุนในจังหวะการ ลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จึงทำให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลการดำเนินงานที่ดี และทำให้กองทุนสามารถจ่ายเงินปั นผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่ างต่อเนื่อง และเราหวังว่าจะสามารถสร้างผลตอ บแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยลงทุ นได้ต่อไปในอนาคต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าว