
บลจ.ไทยพาณิชย์เชื่อกำไรบจ.โตหนุนหุ้นครึ่งปีหลัง
บลจ.ไทยพาณิชย์ ชี้ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจหนุนตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง โชว์ผลงานจ่ายปันผลกอง LTF 3 กองรวด มูลค่ารวม 218 ล้านบาท
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลัง ปี 2560 มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในระดับที่สูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ได้แก่ โครงการรถไฟรางคู่มูลค่าหลายแสนล้านบาท และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ภายสิ้นปีนี้ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่ได้เชิญชวนนักลงทุนต่างชาติทั้งจีนและประเทศตะวันตกทำให้เริ่มมีสัญญาณเข้ามาจับจองพื้นที่เปิดโรงงานใหม่แล้ว
[caption id="attachment_185320" align="aligncenter" width="468"]
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด[/caption]
นอกจากนี้ยังคงมองว่าผลตอบแทนและมูลค่าของดัชนี SET index ที่ดูดีขึ้นและมีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ที่รายงานกำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยสร้างระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดัชนี SET index เริ่มมีความน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ยังคงมีปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่อาจเข้ามากดดันทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งหลังของปี คือ การลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกมาตรการประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกา ความแน่ชัดในการดำเนินมาตรการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การต่ออายุเพดานหนี้สหรัฐฯ ตลอดจนการปรับลดขนาดสินทรัพย์ของเฟด การเลือกตั้งในเยอรมนีและอิตาลี รวมถึงภาวะมูลค่าตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลลบต่อดัชนี SET index มากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีความเชื่องช้ากว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในขณะที่ทิศทางกำไรของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้น จะส่งผลให้เข้ามาช่วยสนับสนุนทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้น ซึ่งภาวะการลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะเป็นรูปแบบการหมุนกลุ่มลงทุนตามอุตสาหกรรมที่มีความล้าหลังของราคาหุ้น แต่มีแนวโน้มธุรกิจที่ดูดี และมีการขยายตัวของกำไรที่เป็นไปตามเศรษฐกิจ วัฏจักรการลงทุนภาครัฐ และการฟื้นตัวของภาคส่งออก
นายสมิทธ์ กล่าวว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้มีการจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จำนวน 3 กองทุน สำหรับผลการดำเนินงานระหว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 - 30 มิถุนายน 2560 ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) รวมมูลค่าประมาณ 218 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) จ่ายปันผลในอัตรา 0.3200 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1200 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) จ่ายปันผลในอัตรา 0.3200 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1200 บาทต่อหน่วย ส่วนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) จ่ายปันผลในอัตรา 0.4100 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2500 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1600 บาทต่อหน่วย
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลัง ปี 2560 มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในระดับที่สูงกว่าในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ได้แก่ โครงการรถไฟรางคู่มูลค่าหลายแสนล้านบาท และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ภายสิ้นปีนี้ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่ได้เชิญชวนนักลงทุนต่างชาติทั้งจีนและประเทศตะวันตกทำให้เริ่มมีสัญญาณเข้ามาจับจองพื้นที่เปิดโรงงานใหม่แล้ว
[caption id="attachment_185320" align="aligncenter" width="468"]
นอกจากนี้ยังคงมองว่าผลตอบแทนและมูลค่าของดัชนี SET index ที่ดูดีขึ้นและมีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ที่รายงานกำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยสร้างระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดัชนี SET index เริ่มมีความน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ยังคงมีปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่อาจเข้ามากดดันทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งหลังของปี คือ การลงคะแนนเสียงเพื่อผ่านร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกมาตรการประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกา ความแน่ชัดในการดำเนินมาตรการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ การต่ออายุเพดานหนี้สหรัฐฯ ตลอดจนการปรับลดขนาดสินทรัพย์ของเฟด การเลือกตั้งในเยอรมนีและอิตาลี รวมถึงภาวะมูลค่าตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลลบต่อดัชนี SET index มากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีความเชื่องช้ากว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในขณะที่ทิศทางกำไรของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้น จะส่งผลให้เข้ามาช่วยสนับสนุนทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้น ซึ่งภาวะการลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะเป็นรูปแบบการหมุนกลุ่มลงทุนตามอุตสาหกรรมที่มีความล้าหลังของราคาหุ้น แต่มีแนวโน้มธุรกิจที่ดูดี และมีการขยายตัวของกำไรที่เป็นไปตามเศรษฐกิจ วัฏจักรการลงทุนภาครัฐ และการฟื้นตัวของภาคส่งออก
นายสมิทธ์ กล่าวว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ ได้มีการจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จำนวน 3 กองทุน สำหรับผลการดำเนินงานระหว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 - 30 มิถุนายน 2560 ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) รวมมูลค่าประมาณ 218 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (SCBLT1) จ่ายปันผลในอัตรา 0.3200 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1200 บาทต่อหน่วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวอินเตอร์ (SCBLT4) จ่ายปันผลในอัตรา 0.3200 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1200 บาทต่อหน่วย ส่วนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT) จ่ายปันผลในอัตรา 0.4100 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งเป็นจ่ายระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ในอัตรา 0.2500 บาทต่อหน่วย คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1600 บาทต่อหน่วย






